
อภิสิทธิ์เปรียบเบอร์1โกลเบอร์10เมสซี่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ถึงผลการจับหมายเลขของพรรคที่ได้หมายเลข 10 ในวันนี้ว่า ถ้าหากนำเรื่องนี้ ไปเปรียบกับเรื่องฟุตบอล ตัวเลขที่นี้ ถือว่าเป็นที่ชื่นชอบตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงในยุคปัจจุบัน คือ เม
เมื่อถามว่า โอกาสที่จะต่อสู้กลับคู่แข่งที่ได้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกับพรรคเพื่อไทยที่จับได้หมายเลข 1 ถ้าหาเปรียบเป็นเกมส์ฟุตบอลก็ต้องเป็นผู้เล่นเป็นผู้รักษาประตู นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่สามารถเปรียบเทียบได้ เพราะการแข่งขันที่จะมีขึ้นเป็นการตัดสินใจของประชาชนที่จะตัดสินใจอนาคตของประเทศ ซึ่งหากจะเปรียบเปรยเรื่องนี้เป็นเกมส์กีฬาสามารถทำได้ แต่วิธีการแข่งขันไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกันได้ เพราะมีความแตกต่างกัน อีกครั้งที่วันนี้ประเทศไทย มีการเลือกตั้งก็เพราะตนได้ตัดสินใจที่จะให้มีการยุบสภาก่อนการครบวาระเพราะต้องการที่จะให้โอกาสกับประชาชนในการที่จะตัดสินใจ ในการเดินหน้าของประเทศ ที่จะทำอย่างไรที่จะให้ประเทศเราเดินหน้าไปอย่างมั่นคง รวมทั้ง จะแก้ไขปัญหาที่ยังติดค้างอยู่ในใจของประชาชนให้ลงได้
ถามว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองจะมีอะไรที่จะกำชับลูกพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งเป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องแข่งขันกับสุภาพสตรีที่ตัดสินใจลงมาเล่นการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราคงจะต้องมีการกำชับลูกพรรคทุกคน คือ 1.ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย 2.ต้องแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเรื่องนี้ตน ขอยืนยันได้เลยว่า จะไม่ให้มีการรังแกกันทางการเมือง เพราะที่่ผ่านมาตนได้โดนมาเยอะแล้ว ทั้งเวทีปราศรัย เอาคนมาชูป้ายด่า เอาคนมาทุบรถ ซึ่งเรื่องนี้มันไม่ใช่วิสัยของวิถีประชาธิปไตยที่เราต้องการจะเห็น ดังนั้นตนจึงอยากจะเชิญชวนทุกพรรคการเมืองมาแข่งขันกันบนความสร้างสรรค์ และความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
ถามว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลนโยบายแรกๆ ที่จะเอาชนะใจประชาชนได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า งานเร่งด่วนในขณะนี้ตนถือว่า ปัญหาปากท้องของประชาชนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือเรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งมีบางส่วนที่จะต้องต่อยอดจากงานที่เราได้ทำไว้ เช่น การแก้ไขปัญหาราคาก๊าซหุงต้ม การปรับเงินเดือนข้าราชการ ต่อจากนั้นคงจะต้องมาดูเรื่องการปรับค่าแรง ส่วนเกษตรกร จะต้องมีการสานต่อโครงการการประกันรายได้ โดยการเพิ่มกำไร คำนวณค่าต้นทุน และมาดูในเรื่องของการบริการจัดการ ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้น ขณะนี้ ได้มีการนำร่องในสูตร 3-1-5 ที่เวลานี้มีกองกำลังพิเศษเข้าไปดูแลในพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ต่อจากนั้น ก็จะขยายไป ทั่วประเทศ
ถามว่า ได้มีการวางนโยบายที่จะเจาะฐานเสียงในกลุ่มคนวัยทำงานมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในกลุ่มนี้ ที่ผ่านมาทางพรรคได้พูดอย่างชัดเจนว่า จะเข้ามาดูแลในเรื่องของอัตราค่าแรงให้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งจะช่วยลดภาระในด้านอื่น ๆ ที่ผ่านมาในช่วง 2 ปี รัฐบาล ได้บริหารงานภายใต้วิกฤติเศษษฐกิจโดยเข้าไปดูแล ช่วยเหลือไม่ให้คนตกงาน แต่เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมาได้ ก็มาประสบปัญหาในเรื่องของน้ำมันแพง อาหารแพง ซึ่งเราจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้
อย่างไรก็ตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ได้พยายามมุ่งลงไปที่ปัญหาของพี่น้องประชาชน อีกทั้งเราก็ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เราได้มีการวางรากฐานของนโบายต่างๆไว้แล้ว อีกทั้งที่ผ่านมา เราได้พยายามหลีกเลี่ยงประเด็นที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ กล่าว่า การเลือกตั้งครั้งนี้หากประชาชนไม่ต้องการที่อยากจะได้รัฐบาล ที่เป็นรัฐบาลผสมก็คงต้องเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งให้ได้เสียงมากๆ อย่างไรก็ตาม หากพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสที่จะเข้าไปดูแลบริหารงาน ในกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงหลักๆ ที่พรรคไม่เคยได้มีโอกาสดูแล เช่น กระทรวงพาณิชย์ มหาดไทย ซึ่งตรงนี้ ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญเพราะเรามีนโยบายหลายอย่าง ที่ต้องการจะผลักดัน เช่น กระทรวงพาณิชย์ ทางพรรคมองว่า เป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่จะสามารถช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศได้ ส่วนกระทรวงมหาดไทย จะเป็นในเรื่องของการกระจายอำนาจ
ถามว่า สำหรับกรณีความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชา หากมีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปแล้ว ทางพรรคจะมีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญเพราะตอนนี้เรามีงานใหญ่อยู่ 2 งาน คือ 1.ประเทศไทยจะต้องไปแสดงจุดยืนในการประชุม
มรกดโลก และแสดงเจตนาต่อที่ประชุมว่าประเทศไทยไม่ต้องการให้ประเทศกัมพูชาเดินหน้าแผนบริหารในพื้นที่ที่เราถือว่าเป็นพื้นที่ของเรา 2.เป็นเรื่องของคดีที่ประเทศกัมพูชาไปร้องในศาลโลก ซึ่งตรงนี้ตนขอยืนยันว่า แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลต้องการที่จะรักษาอธิปไตย และดินแดนของประเทศไทยเอาไว้รวมทั้ง เราต้องการที่จะแสดงความจริงใจในการแสดงว่าเราเป็นมิตรที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลที่ได้ทำไว้ตนขอยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะสานต่อ นโยบายต่างๆ ที่วางไว้ซึ่งจะไม่มีการยกเลิก เพราะหลายฝ่ายมีความเป็นห่วงว่าจะถูกยกเลิกไป ตรงนี้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะเราเป็นผู้ริเริ่มนโยบายต่าง ๆ นี้ออกมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการเบี้ยยังชีพคนชรา โครงการประกันรายได้เกษตรกร โครงการเรียนฟรี 15 ปี ส่วนเรื่องของสิทธิเสรีภาพต่างๆ ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการดำเนินการไปมากไม่ว่าจะเป็น แต่ในเวลานี้ เรามีความเป็นห่วงในเรื่องของสตรีที่ทำงานที่มีปัญหาอุปสรรคในการทำหน้าที่ในการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องของครอบครัว ซึ่งตรงนี้ ได้มีการดำเนินการตั้งศูนย์เด็กเล็กในสถานประกอบการ และหลังจากนี้จะมีการดูแลในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย
ถามว่า ในการลงพื้นที่หาเสียงหลังจากนี้จะมีการเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ในการรับมือกับการต้อนรับอีกรูปแบบหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราหวังว่าการแข่งขันจะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ อย่างเช่นที่มีคำถามออกมามากกว่า เราเป็นรัฐบาลจะไปรังแกใครหรือไม่ ตนขอยืนยันว่า ในเรื่องนี้ไม่มีอย่างแน่นอน แต่ ตนก็หวังว่า สิ่งที่เราเคยเผชิญมากต่างๆเหล่านี้ ควรจะหายไป เพราะหากเราจะพูดถึงการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ก็คงต้องเริ่มจากการให้เกียรติทุกพรรคการเมืองในการทำหน้าที่ของตนเอง
ถามว่า ที่ผ่านมาในการลงพื้นที่พบเหตุการณ์ความรุนแรงอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่คอยมีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการออกมาชูป้าย



