ข่าว

ชี้ราคาจริงเอ็นจีวีราคาโลละ15บาทพลังงานเปิดผลศึกษาต้นทุน-เล็งเสนอรัฐบาลใหม่ปรับ

ชี้ราคาจริงเอ็นจีวีราคาโลละ15บาทพลังงานเปิดผลศึกษาต้นทุน-เล็งเสนอรัฐบาลใหม่ปรับ

20 พ.ค. 2554

กระทรวงพลังงานเปิดผลศึกษาต้นทุนเอ็นจีวี ชี้ควรขึ้นราคาเป็น 15 บาทต่อกก. ส่วนแอลพีจีอยู่ที่ 25 บาทต่อกก. เตรียมนำผลสรุปเสนอรัฐบาลชุดใหม่ปรับโครงสร้างราคาก๊าซให้สะท้อนต้นทุนแท้จริง ห่วงหากพยุงไม่เลิกเกิดปัญหาปั๊มไม่เพียงพอ

 นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ว่าจ้าง สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ของประเทศไทยใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ใช้และผู้ผลิต เนื่องจากปัจจุบันราคาไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จึงต้องให้หน่วยงานกลางเข้ามาศึกษาเปรียบเทียบต้นทุน และหาแนวทางแก้ไขต่อไป โดยจะนำผลการศึกษาเสนอกับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะมาบริหารประเทศ เพื่อให้นำไปพิจารณาปรับเป็นนโยบายต่อไป

 ด้านแหล่งข่าวกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ขณะนี้สถาบันปิโตรเลียมได้ศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ เอ็นจีวีและแอลพีจีเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยผลการศึกษาเบื้องต้นสรุปว่าต้นทุนราคาเอ็นจีวี ต้องปรับขึ้นมาอยู่ระดับ 15 บาทต่อกิโลกรัม จากที่ปัจจุบันตรึงไว้ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนแอลพีจีต้องปรับขึ้นเป็น 25 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันตรึงไว้ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม และก๊าซธรรมชาติที่หน้าโรงแยกก๊าซต้องปรับขึ้นเป็น 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จากปัจจุบันตรึงไว้ที่ 333 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

 ทั้งนี้ ได้เตรียมยื่นผลศึกษาดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และหากมีรัฐบาลใหม่เรียบร้อย กระทรวงพลังงานจะนำเสนอโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงดังกล่าวทันที เพื่อให้พิจารณาหาแนวทางปรับราคาให้เหมาะสมต่อไป

 ส่วนการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมที่จะเริ่มขึ้นราคาในเดือนกรกฎาคมนี้ ด้วยวิธีทยอยปรับเป็นรายไตรมาสจำนวน 4 ครั้ง ในอัตราครั้งละ 3 บาทต่อกิโลกรัมนั้น การปรับราคาดังกล่าวไม่ใช่มาจากผลการศึกษาของสถาบันปิโตรเลียม แต่เป็นการปรับตามราคานำเข้าแอลพีจีจากตลาดโลกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ราคาที่ศึกษาได้สูงกว่าปัจจุบันมาก ดังนั้น คงต้องหาแนวทางปรับให้เหมาะสมและกระทบต่อผู้ใช้น้อยที่สุดต่อไป

 นายเรืองศักดิ์ ฐิติรัตน์สกุล รองผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากไม่มีการปรับราคาเอ็นจีวีเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในอนาคต จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื่อง โดยปัจจุบันการใช้เอ็นจีวีเริ่มสะท้อนปัญหาให้เห็นบ้างแล้ว โดยรถยนต์หันมาติดตั้งเอ็นจีวีเพิ่มขึ้นและทำให้เกิดใช้อย่างไม่ประหยัด นอกจากนี้ ผู้ขายเอ็นจีวีไม่อยากขาย เพราะขาดทุนแม้รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคา 10.50 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังไม่คุ้มต้นทุนที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นจะเห็นว่าปัจจุบันเกิดปัญหาเอ็นจีวี ไม่เพียงพอ รถยนต์ต่อคิวเติมเป็นชั่วโมง เนื่องจากผู้ขายไม่อยากขายนั่นเอง