
ธุรกิจแบกค่าไฟฟรี11สต.ต่อหน่วยเร่งประชาสัมพันธ์โครงสร้างใหม่ย้ำโปร่งใสกว่าเดิม
สกพ.เคาะตัวเลขภาคเอกชนรับภาระค่าไฟฟรี 90 หน่วย ในอัตรา 11 สตางค์ต่อหน่วย โยนธุรกิจขนาดใหญ่-กลางเป็นคนจ่าย เร่งเคลียร์ประชาชนให้เข้าใจโครงสร้างค่าไฟใหม่ พร้อมเปิดผลสำรวจภาพลักษณ์การทำงานรอบ 3 ปี ทุกฝ่ายให้คะแนนปานกลาง
นายกวิน ทังสุภานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) กล่าวว่า สกพ.จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่และการยกเว้นค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน ที่จะมีผลในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยโครงสร้างค่าไฟใหม่นี้ จะมีความโปร่งใสมากกว่าเดิม เนื่องจากมีการแสดงต้นทุนการผลิตระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และระบบจำหน่ายไฟฟ้า แยกกันและแสดงในบิลค่าไฟฟ้าอย่างชัดเจน รวมทั้งมาตรฐานบัญชีของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าจะต้องมีรูปแบบเดียวกันและสามารถเปิดเผยต่อภาคประชาชนได้อย่างโปร่งใส
ส่วนการเกลี่ยเงินจากผู้ที่รับภาระช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน จะเป็นการเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดใหญ่ และขนาดกลาง รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ รวมเป็นเงินประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 11 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเริ่มมีผลเดือนกรกฎาคมนี้ เช่นกัน ซึ่ง สกพ.จะไม่มีการนำเงินที่เรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้าที่ไม่ได้มีการลงทุนตามแผนงาน (Call Back) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่เหลือวงเงินอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 6,900 ล้านบาท มาเกลี่ยร่วมรับภาระ เพราะเห็นว่าวงเงินส่วนนี้ควรจะเกลี่ยคืนให้ประชาชนทุกภาคส่วนในรูปของการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) โดยการทยอยเรียกคืนจะดูถึงภาระทางการเงินของทั้ง 3 การไฟฟ้าด้วย
ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับใบอนุญาต และประชาชนผู้ใช้พลังงานต่อการกำกับกิจการพลังงาน และการให้บริการของ กกพ.และสกพ.” พบว่า ภายหลังการดำเนินงานของ สกพ.มาเป็นระยะเวลา 3 ปี ประชาชนมองการทำงานของ สกพ.ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ ประสิทธิภาพ การคาดหวัง อยู่ในระดับปานกลาง คือได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับ 2.48-3.10 จากคะแนนเต็ม 5 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้พลังงานมีความคาดหวังต่อสกพ.ในระดับค่อนข้างน้อย ทั้งเรื่องการดูแลค่าไฟฟ้า การรับเรื่องร้องเรียนเพื่อช่วยเหลือประชาชน
ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการมีความคาดหวังในระดับค่อนข้างสูง โดยต้องการให้ สกพ.มีการบริการให้เป็นระบบในแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ มีบทบาทมากขึ้นในการเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ประกอบการกับชุมชน และผู้เกี่ยวข้องด้านไฟฟ้าอื่นๆ รวมทั้งต้องการเห็นการลดขั้นตอนในการดำเนินงานต่างๆ โดยเฉพาะความซ้ำซ้อนในด้านเอกสาร โดยสกพ.จะนำข้อสรุปที่ได้จากผลสำรวจมาปรับปรุงการทำงานของ สกพ.ต่อไป



