
โปรดเกล้าฯพล.อ.อ.ชลิตเป็นองคมนตรี
มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข อดีต ผบ.ทอ. เป็นองคมนตรี แทนนายสันติ ทักราล ที่เสียชีวิต เจ้าตัวปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งองคมนตรี ตามประกาศ ลงวันที่ 8 เมษายน 2551 แล้วนั้น บัดนี้ ทรงพระราชดำริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่มขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 ประกอบมาตรา 13 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2552 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข เป็นองคมนตรี
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม พุทธศักราช 2554 เป็นปีที่ 66 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ภายหลังได้รับแต่งตั้ง พล.อ.อ.ชลิตระบุว่า รู้สึกดีใจ และปลาบปลื้มปีติที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี หลังจากที่นายอินทร์จันทร์ บุราพันธ์ เลขาธิการคณะองคมนตรี ได้นำพระราชโองการแต่งตั้งไปมอบให้ พล.อ.อ.ชลิต ถึงกลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยความปลาบปลื้มที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้
ทั้งนี้ พล.อ.อ.ชลิตได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองคมนตรีแทนนายสันติ ทักราล อดีตองคมนตรี และอดีตประธานศาลฎีกา ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2491 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนโยธินบูรณะ ปีการศึกษา 2505 จบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 13 โรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับฝูง รุ่นที่ 40 โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ รุ่นที่ 27 วิทยาลัยการทัพอากาศ รุ่นที่ 25 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 41 ผ่านหลักสูตรครูการบินไอพ่น (PILOT INSTRUCTOR T-38) โดยทุน IMETP ที่ซานอันโตนิโอ มลรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา
เริ่มรับราชการในตำแหน่งสำคัญทางทหาร คือผู้บังคับการฝูงบิน 231 กองบิน 23, เสนาธิการกองบิน 23, รองผู้บังคับการกองบิน 1, ผู้บังคับการกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ, ผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทยประจำกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย, รองเจ้ากรมกำลังพลทหารอากาศ, ผู้บัญชาการกองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ, เจ้ากรมกำลังพลทหารอากาศ, ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรืออากาศ, ผู้ช่วยเสนาธิการทหารอากาศ ฝ่ายกำลังพล, รองเสนาธิการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธทางอากาศ, ราชองครักษ์เวรในปี 2531 และราชองครักษ์พิเศษในปี 2546
พล.อ.อ.ชลิตถือว่าเป็นนายทหารที่มีความรู้ความสามารถสูงในสายงาน "ยุทธการ" โดยผลงานที่สำคัญ คือเป็นหัวหน้าชุดภารกิจรับคนไทยและชาวต่างประเทศกลับจากกัมพูชา ในปี 2540 เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมมวยปล้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย นายกสมาคมโดดร่มแห่งประเทศไทย นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนโยธินบูรณะ ประธานคณะกรรมการบริหารชุมนุมนักเรียนนายเรืออากาศ ทั้งเคยได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นการบิน 2,000 ชั่วโมง (เป็นคนแรกของประเทศไทย) ในปี 2528 ขณะดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ฝูงบิน 231 กองบิน 23 จ.อุดรธานี
นอกจากนี้ ยังเป็นนักบินที่ทำการทดสอบเครื่องเอฟ 5 ซี ของ ทอ. ซึ่งมีตัวเดียวในประเทศไทย และจอดเสียอยู่ในโรงซ่อมมากกว่า 5 ปี จากนั้นก็ขับเครื่องบินเป็นเครื่องสุดท้ายของฝูง 103 ย้ายจากกองบิน 1 จากสนามบินดอนเมืองไปไว้ที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา จึงถือว่าเป็นบุคคลที่ทำการบินเครื่องบินรุ่นเอฟ 5 ซี ที่จอดเสียนานที่สุด โดยไม่กลัวอันตราย จนสามารถนำเครื่องบินกลับมารับใช้ชาติได้อีก กระทั่งเครื่องลำดังกล่าวปลดประจำการในเวลาต่อมา
เริ่มทำการบินเอฟ 5 มาตลอด จนได้ชั่วโมงการบินถึง 1,000 ชั่วโมง (เป็นคนที่ 5 ของประเทศไทย) และทำการบินต่อจนครบ 2,000 ชั่วโมง (เป็นคนแรกของประเทศไทย) โดยในช่วงการปราบปรามคอมมิวนิสต์ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บินลาดตระเวนในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และยังเคยผ่านประสบการณ์บินลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว รวมทั้งภารกิจนำเครื่องบินไปทิ้งที่ระเบิดสมรภูมิบ้านร่มเกล้าถึง 3 รอบ ขณะประจำการอยู่กองบิน 23 จ.อุดรธานี
ในเหตุการณ์การรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ.2549 เป็นรองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) คนที่ 2 ในฐานะเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ และภายหลังเหตุการณ์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ และเป็นประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการสรรหาสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ (กดส.) และในปี พ.ศ.2550 เมื่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้เกษียณอายุราชการไป พล.อ.อ.ชลิตจึงรับตำแหน่งเป็นรักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ



