
ปัจจุบันคือวันวาน
เวลาที่ล่วงเลยจากอดีตถึง ณ ปัจจุบันวันนี้ ผู้รับผิดชอบในการแก้สารพัดปัญหาในบ้านเมืองนี้ ยังภูมิใจนักหนาหรือกับคำว่า เราเดินมาถูกทางแล้ว
เพราะเหตุเป็นที่ประจักษ์มากมายว่าความสับสนอลหม่านในสังคมวงกว้างระดับประเทศหรือจะลงลึกระดับตำบลหมู่บ้านและชุมชน ดูเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุว่าความพิกลพิการในสังคมนี้จะยิ่งสลับซับซ้อนมากขึ้นในอนาคตอันไม่ไกล ถึงแม้ว่าจะมีบ้างแบบอย่างที่ดีงามตามสังคมวิถีเดิมที่ยังคงรักษามั่น ประคับประคองมรดกความดีงามของบรรพชน มันเกิดมาแต่ดั้งเดิมโดยไม่ต้องอาศัยความสามารถของรัฐไปจัดการแต่อย่างใด แต่การเมืองปัจจุบันที่ไปปะทะกับคนระดับชาวบ้านมันหนักหนา พร้อมกับแรงโหมของสังคมรอบนอกที่กระพือพัดอย่างรุนแรง จนไม่แน่ใจว่าจะรักษาฐานแห่งความมั่นคงเป็นของตนเองได้นานสักเพียงใด
สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความถี่และความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมาก คือเหตุประจักษ์ที่เกิดขึ้น อาจจะมีเหตุผลคำอ้างเพื่อให้สาธารณชนในประเทศได้เข้าใจเป็นอย่างอื่นได้มากมายสารพัด ฝ่ายรัฐมองว่านี่คือการปฏิบัติการล้างแค้นบ้าง บ้างอ้างว่าเป็นการแสดงพลังครบรอบวันสำคัญของขบวนการ รำลึกถึงความสูญเสียในวันสำคัญบางอย่างบ้าง หรือบ้างอ้างว่าเป็นการแสดงศักยภาพให้องค์กรต่างประเทศได้รับรู้ว่าฉันยังปฏิบัติการอยู่นะ อีกมากมายสารพันเหตุผลที่จะอวดอ้าง ซึ่งบางทีทำให้มองเห็นได้ว่ามันอยากจะให้สอดรับกับแผนงานบางอย่าง ? ของคนบางคนบางพวก เหล่านี้เป็นต้น
ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งอยู่ฝ่ายรัฐด้วยกัน แต่อาจจะแยกข้าง แยกมุ้งหรือพวกเดียวกันนั่นแหละ ที่พยายามจะแยกเขี้ยวอย่างดุดันว่า นี่คือการทำลายเครดิตความน่าเชื่อถือของผู้อยู่ระดับนำบางคน งานการเลื่อยขาเก้าอี้บ้าง งานเพื่อของบประมาณบ้าง เทคนิคการรักษาสถานภาพการคงอยู่(ให้นานๆ)ของตนเองบ้าง หรือสารพัดการอ้าง แต่ท้ายสุดผู้ที่เป็นเหยื่อทั้งหลายคือพลเมืองไทยทั้งสิ้น
ผู้นำของรัฐหลายคนพยายามใช้สารพัดวิถี นับตั้งแต่ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อุบัติขึ้นในรอบ 7 ปีนี้ เพื่อจะบอกกับชาวโลกว่าความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องปัญหาภายในที่รัฐบาลเองพยายามจะอวดสรรพคุณว่า “ฉันจัดการเองได้” แต่จนแล้วจนรอดรัฐบาลก็กล่าวอ้างเช่นนี้มาโดยตลอด กลายเป็นวาทกรรมทางการเมืองในสาระปัญหาอื่นๆ ของประเทศนี้ไปด้วยทุกเรื่อง
ยิ่งเมื่อมีนักข่าวไปเรียนถามท่านผู้เป็นใหญ่ว่า ณ ปัจจุบันสถานการณ์ภาคใต้ดูจะถี่และมีความรุนแรงขึ้นเป็นเพราะเหตุประการใด ? คำตอบที่ท่านตอบพร้อมกับกล่าวด้วยวาจาติดตลกและหัวเราะในคำพูดว่า “มันเบาบางลงแล้วนะ” ซึ่งดูเหมือนว่าท่านจะไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับศพของพลเมืองในชาติของตนเอง ที่กองเกลื่อนอยู่ต่อหน้าความรับผิดชอบกว่า 4,500 ศพเลย ในขณะเดียวกันความไม่สงบในประเทศที่ประชิดทุกทิศเขตแดนของประเทศขณะนี้ คือเรื่องเล็กน้อยสำหรับผู้นำเท่านั้น ท่านได้อาศัยความเป็นไปในเหตุการณ์ปลุกระดมความรู้สึกแก่คนรุ่นใหม่ให้รักชาติรักแผ่นดิน ให้ฮึกเหิมในการไปต่อสู้กันด้วยชีวิตกับพลเมืองไทยด้วยกันคือ “การได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษ ?”
แต่การต่อสู้กับอริราชศัตรูที่รุกรานด้านตะวันออกที่ยกกำลังพร้อมสรรพาวุธประชิดชายแดนต่อหน้าต่อตากลับเล่นลิ้นพลิ้วไหวใช้งานการเมือง แถมหยิ่งยโสปฏิเสธเพื่อนบ้านที่ยินดีจะมาช่วย กลับบอกเป็นนัยว่าปัญหาที่ประเทศเราแก้ไขกันเองภายในได้ ไม่สนใจความเดือดร้อนกับประชาชนนับหมื่นที่ต้องหลบลี้อพยพ ถึงแม้จะกลับไปอยู่บ้านแล้วต้องมาสร้างรูขุดหลุมเพื่อหลบภัยตามยถากรรม มันดูน่าเวทนาสงสารพลเมืองประเทศนี้เสียเหลือเกิน หรือว่าท่านผู้นำทั้งหลายมีอะไรเบื้องหน้าที่ซ่อนเร้น มีเบื้องหลังที่ลับลวงเล่นกับชาติบ้านเมืองอยู่ ?
เมื่อจะมีรัฐบาลใหม่อีกไม่กี่เวลาข้างหน้า เราคนไทยคงไม่นิ่งดูดายกับความเป็นไปในบ้านเมืองนี้ อย่าได้ทำให้เหตุการณ์ของวันวานมันเดินตามล่าเงาตามติดไม่ยอมห่าง ถึงปัจจุบันยังไม่มีทีท่าว่าจะลดความเป็นศัตรูกับประชาชนไปมากเลย
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
[email protected]



