
"อำนาจเงินตราและนารี"
ไม่ใช่ครั้งแรกที่สถาบันการเงินระดับโลกจะสั่นสะเทือนจากกรณีอื้อฉาวทางเพศและการใช้อำนาจโดยมิชอบ จนนายโดมินิก สเตราส์-คาห์น กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จำใจต้องยอมลาออกจากตำแหน่งตามแรงกดดัน หลังจากถูกจับกุมในข้อหาพยายามข่มขืนพนักง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกอีกเช่นกันที่นายสเตราส์-คาห์นได้ก่อเรื่องอื้อฉาวในทำนองนี้ ก่อนหน้านี้เคยถูกคณะสอบสวนอิสระของไอเอ็มเอฟสอบสวนกรณีมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจ้าหน้าที่ผู้น้อยผู้หนึ่ง แต่เรื่องจบลงแค่นายสเตราส์-คาห์นยอมออกปากขอโทษเท่านั้น โดยไม่ถูกลงโทษแต่ประการใด
ผิดกับครั้งนี้ซึ่งกระแสสังคมได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบจริยธรรมของผู้บริหารสถาบันการเงินชั้นนำของโลกอย่างเข้มข้นมากขึ้น หลังจากนายพอล โวล์โฟวิตซ์ ประธานธนาคารโลกได้ก่อเรื่องอื้อฉาวจนถูกกดดันให้ต้องลาออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2550 กรณีใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือนให้แก่ผู้บริหารระดับสูงหญิงผู้หนึ่งซึ่งแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมานาน
เรื่องอื้อฉาวของนายสเตราส์-คาห์นและนายโวล์โฟวิตซ์ ถือเป็นเพียงตัวอย่างอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับเรื่องอื้อฉาวคาวโลกีย์ที่เกิดขึ้นอยู่เนืองนิตย์ทั้งในหมู่ผู้นำการเมืองอย่างนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ที่กำลังถูกฟ้องในข้อหาใช้บริการโสเภณีเด็ก หรืออดีตประธานาธิบดีโมเช คาตซาฟ แห่งอิสราเอล ที่เพิ่งถูกศาลตัดสินเมื่อเดือนมีนาคมให้จำคุก 7 ปี ในข้อหาลวนลามข้าราชการชั้นผู้น้อย หรือดาราการเมืองชื่อดังอย่างอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ซึ่งชีวิตครอบครัวล้วนแต่ล้มเหลวจากความไม่ซื่อสัตย์ต่อภรรยา
ทุกครั้งที่เกิดเรื่องอื้อฉาว มักจะมีความพยายามที่จะบิดเบือนความจริงที่เกิดขึ้นว่าเป็นพฤติกรรมส่วนตัว อันเป็นเรื่องธรรมดาของคนดังที่พร้อมใน "อำนาจและเงินตรา" จึงต้องมีนารีมาประกอบ
ทั้งๆ ที่ปฐมเหตุของการละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่ามีต้นตอมาจากกากเดนความคิดผิดๆ ที่ได้รับการปลูกฝังมานานในเรื่องปิตาธิปไตยหรือเรื่องชายเป็นใหญ่ ซึ่งมีแต่ตอกย้ำความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ ทำให้ผู้หญิงยังคงถูกกดขี่ ถูกเอารัดเอาเปรียบแม้จะอยู่ในศตวรรษที่ 21 หรือแม้ว่าสหประชาชาติได้ตั้งหน่วยงานด้านกิจการสตรีขึ้นมาโดยเฉพาะแล้วก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงจะทำได้เพื่อปกป้องสิทธิความเป็นคนเท่าเทียมกันก็คือการกล้าก้าวข้ามความกลัวและความอาย กล้าเปิดตัวเพื่อป่าวร้องว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยไม่หวั่นต่อคำขู่หรือการต่อรองใดๆ มิฉะนั้นเท่ากับส่งเสริมให้สังคมยอมรับการกระทำดังกล่าวจนกลายเป็นปัญหาสังคมจวบจนทุกวันนี้



