ข่าว

เฉลิมโวพท.ชนะปชป.ไม่ต่ำกว่า30ที่นั่ง

เฉลิมโวพท.ชนะปชป.ไม่ต่ำกว่า30ที่นั่ง

19 พ.ค. 2554

“เฉลิม”โว"พท."ชนะ"ปชป."ไม่ต่ำกว่า 30 ที่นั่ง ระบุคว้าเบอร์ 1 เป็นเรื่องดี แนะ"อภิสทธิ์"อย่าเป็นมวยออกอาการบี้"ยิ่งลักษณ์"ขึ้นดีเบต

(19พ.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการจับหมายเลขในการสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า ในฐานะนักการเมืองเมื่อพรรคได้เบอร์ 1 ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะหาเสียงได้ง่ายและคนจำง่าย อีกทั้งในความรู้สึกของตนการได้เบอร์ 1 ถือว่าชนะแล้ว ถ้าเป็นเลข 2 ตัว หาเสียงต้องยก 2 นิ้ว แต่เรื่องนี้คงไม่ได้ชนะกันที่เบอร์ คงต้องดูที่นโยบายในการรณรงค์หาเสียงพบปะประชาชน

 เมื่อถามว่ารู้สึกพอใจหรือไม่ที่มีรายชื่อยู่ในลำดับที่ 3 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่รู้มาก่อนว่าจะได้อยู่ลำดับที่ 3 เพิ่งจะรู้เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่เมื่อครั้งนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ตนอยู่ในลำดับที่ 2 แต่ถึงอย่างไรก็ดีใจที่พรรคยังให้ความไว้วางใจ

 เมื่อถามว่า มีชื่อของแกนนำนปช.จำนวนมาก จะเป็นเป้าถูกโจมตีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่ามองว่าเป็นแกนนำนปช. แต่ควรมองว่า ทุกคนเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นเมื่อพรรคจัดสรรให้ลงก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะเสื้อแดงในวันนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ อีกทั้งคนเสื้อแดงที่ดูแลพรรคก็ต้องการแสดงออกที่ชัดเจนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งตนก็เห็นด้วยที่มีแกนนำคนเสื้อแดงลงสมัคร

 เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าแกนนำคนเสื้อแดงมีชื่ออยู่ในลำดับตันๆและเบียด ส.ส.เดิม จนมีกระแสความไม่พอใจและอาจไปสังกัดพรรคอื่น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงไม่มีใครไปไหน เพราะประชาชนตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทย เนื่องจากหลังจากการได้ลงพื้นที่ในภาคอีสาน ทำให้ตนรู้ว่าใครๆก็ต้องแพ้ในภาคอีสาน แต่เราจะได้มากน้อยแค่ไหน ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะพรรคประชาธิปัตย์ไม่น้อยกว่า 30 เสียง

 “หากพรรคประชาธิปัตย์อยากรู้เรื่องการนิรโทษต้องมาถามผม เพราะผมเป็นคนเปิดประเด็นนี้เอง ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องทำทั้งหมดไม่ใช่แค่ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นความปรองดองจะเกิดไม่ได้ แต่ถ้ายังมีความอาฆาตมาดร้ายกันอยู่และกลัวอีกฝ่ายจะได้ประโยชน์ ผมก็ขอท้าให้พรรคประชาธิปัตย์มาดีเบตเรื่องนี้ จะได้อธิบายให้ฟังและจะได้คายความทึก ซึ่งหากมีการจัดรายการโทรทัศน์ ผมก็จะไป ” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

 เมื่อถามว่า แสดงว่าพร้อมจะไปดีเบตกับนายอภิสิทธิ์ แทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่สามารถเสนอตัวเองได้ เพราะถ้าเสนอไปนายอภิสิทธิ์ก็คงไม่ต้องการดีเบตด้วย เพราะเราไม่ใช่ว่าที่นายกฯ ทั้งนี้ยืนยันว่า การดีเบตเป็นระบบของประเทศสหรัฐอเมริกาในการเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ระบบรัฐสภามาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งนายอภิสิทธิ์น่าจะรู้เรื่องนี้ดีว่า การดีเบตต้องเกิดจากความสมัครใจทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าอยากดีเบตก็ให้รอหลังเลือกตั้งเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้นำฝ่ายค้าน จึงค่อยมาดีเบตกันในเวลาที่น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงนโยบายว่า นโยบายอะไรดีไม่ดี เพราะยังมีเวลาอีก 4 ปี ดังนั้นอย่าใจร้อนและเป็นมวยออกอาการมาพูดท้าทายทุกวัน ทั้งนี้ขอเตือนไปยังพรรคประชาธิปัตย์ให้ระวัง หากพรรคเพื่อไทยพูดบ้างจะทำอย่างไร เพราะเดี๋ยวจะเสียคนกันไปหมด ดังนั้นให้ใช้นโยบายมาหาเสียงดีกว่า หากใครเห็นว่าเลือกรัฐบาลเก่าแล้วดี ก็ให้เลือกนายอภิสิทธิ์ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงก็ให้เลือกพรรคเพื่อไทย

 เมื่อถามว่า ประเมินตัวเลขส.ส.ของพรรคเพื่อไทยจะได้ประมาณเท่าไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะได้เท่าไร แต่พรรคเพื่อไทยจะได้มากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ 30 เสียงแน่นอน และก็ต้องมาดูว่า พรรคที่ได้คะแนนเสียงน้อยกว่า 30 เสียง จะกล้าตั้งรัฐบาลแข่งหรือไม่ ถ้าบอกว่าเสียงน้อยและไปรวบรวมได้ อย่างนั้นจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไรและไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน แต่ถ้าเราชนะ 3-5 เสียง ก็ยังสามารถมาตะแบงได้ แต่ถ้า 30-40 เสียง จะมากล้าตะแบงอีกหรือ ซึ่งตอนนี้ตนคิดว่า พรรคประชาธิปัตย์จบแล้ว ดังนั้นควรไปเตรียมตัวดีเบตและทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาดีกว่า