ข่าว

จีนรับแล้วเขื่อนไตรผากระทบสิ่งแวดล้อม

จีนรับแล้วเขื่อนไตรผากระทบสิ่งแวดล้อม

19 พ.ค. 2554

จีนยอมรับเป็นครั้งแรกว่า เขื่อนไตรผา เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม , สังคมและระบบนิเวศน์

(19พ.ค.) รัฐบาลจีนยอมรับว่า เขื่อน " ทรี กอร์เจส " หรือ ไตรผา ได้เป็นสาเหตุให้เกิดมหันตภัยที่ร้ายแรงที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ซึ่งนับเป็นการออกมายอมรับสภาพที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับรัฐบาลจีน เกี่ยวกับปัญหาของโครงการเขื่อนไตรผา หลังจากยกย่องมายาวนานว่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

คณะรัฐมนตรีจีน ซึ่งทราบดีว่า เขื่อนไตรผานำมาซึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม , สังคมและระบบนิเวศน์ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ หลังการประชุมว่าด้วยโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำในอนาคต ที่มีนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า เป็นประธานว่า ในขณะที่เขื่อนไตรผานำมาซึ่งผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่มหาศาล แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การโยกย้ายถิ่นฐานของประชาชนดำเนินไปด้วยความราบรื่น รวมถึงการป้องกันระบบนิเวศน์และหายนะทางธรณีวิทยา นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ , การชลประทานและน้ำประปาอีกด้วย

เขื่อนไตรผาเริ่มสร้างเมื่อปี 2536 ด้วยมูลค่า 22,500 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 675,000 ล้านบาทบนแม่น้ำแยงซี และได้ชื่อว่าเป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อปี 2551 ทางการจีนได้ยกย่องโครงการนี้ เป็นแหล่งพลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ประชาชนราว 1 ล้าน 4 แสนคน ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแยงซี ที่ได้ชื่อว่ายาวที่สุดในจีน เพื่อเปิดทางให้กับการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ ที่ทำให้พื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมหลายแห่งต้องจมอยู่ใต้น้ำ
 
ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ทางการจีน ได้เตือนถึงอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า รวมทั้งดินถล่มและการไหลทะลักของโคลน อันมีสาเหตุมาจากอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ที่จะสร้างปัญหาด้าน
มลภาวะ และทำลายคุณภาพน้ำอย่างสิ้นเชิง เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลยอมรับว่าจำเป็นต้องทุ่มงบประมาณหลายพันล้านดอลล่าร์ ในการแก้ปัญหาความเสียหายของสภาพ
แวดล้อม รวมทั้งการบำบัดน้ำเสีย

ฝนที่ตกหนักจนทำเกิดน้ำท่วมหนัก เมื่อปี 2553 ได้พัดพาเอาขยะและเศษซากอื่น ๆ จำนวนมหาศาลไหลลงแม่น้ำแยงซี ทำให้ต้องระดมคนไปทำความสะอาดครั้งใหญ่ ขณะที่สื่อรายงานว่า ขยะบางแห่งทับถมกันหนาแน่นในแม่น้ำจนสามารถเดินเหยียบได้ และอาจส่งผลให้เกิดการอุดตันบริเวณเขื่อนด้วย