ข่าว

หมอวอนงดเยี่ยม"พ่อคูณ"หวั่นติดเชื้อ

หมอวอนงดเยี่ยม"พ่อคูณ"หวั่นติดเชื้อ

19 พ.ค. 2554

หลวงพ่อคูณ​อาการดีขึ้​น น้ำหนักมีแน​วโน้มเพิ่ม​ขึ้นตามลำดั​บ น้ำในเยื้อ​หุ้มปอดทรง​ตัวสามารถไอ​นำเสมหะออก​ได้เอง รอการตอบสน​องจากตัวยา​รักษาสูตรให​ม่ 1 เดือน แพทย์วอนผู้​หลัก ผู

(19พ.ค.) รายงานความคืบหน้ากรณี พระเทพวิทยาคมหลวงพ่อคูณปริสุทโธ เจ้าอาวาส วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา อาพาธด้วยภาวะวัณโรคปอดระยะแรกเริ่มที่ปอดทั้งสองข้าง รวมทั้งพบน้ำในเยื่อหุ้มปอด หลังถวายการรักษาก็เกิดอาการเบื่ออาหารและตรวจพบภาวะตับอักเสบร่วมด้วยอันเนื่องมาจากการเกิดผลข้างเคียงจากวัณโรค และตัวยารักษา โดยแพทย์ได้ปรับเปลี่ยนสูตรยาใหม่ถวายการรักษาเมื่อวันที่ 14 .พค. ที่ผ่านมา ขณะนี้หลวงพ่อคูณ ฯ ยังคงฉันท์อาหารเหลว และยาผ่านทางสายยางขนาดเล็กผ่านช่องจมูกด้านขวาลงหลอดอาหารสู่กระเพาะอาหารหรือ เอ็นจีทิวส์ เป็นระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ คณะแพทย์ติดตามเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด ที่หอผู้ป่วยพิเศษ 9821ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

 โดยช่วงสายวันนี้นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบหลอดเลือดและหัวใจ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา แพทย์ประจำตัว พระเทพวิทยาคม ฯ เปิดเผยถึงผลการตรวจอาการประจำวัน ว่า จากตรวจสอบระบบการทำงานของร่างกายยังไม่พบความผิดปกติ หรือภาวะติดเชื้อ รวมทั้งอาการแทรกซ้อนจากโรคประจำตัวที่หลวงพ่อ ฯ มีอยู่แต่อย่างใด  ระดับน้ำตาลในเลือด และเบาหวานยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ ส่วนปฏิกิริยาการตอบสนองของระบบประสาท สภาพจิตใจ ของหลวงพ่อคูณ ฯ อาการโดยรวมถือว่าดีขึ้นตามลำดับ การให้อาหารเหลวผ่านสายยางนั้นส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจาก 35 กก. เป็น 36 กก. และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก สามารถลุกขึ้นยืน และทำกายภาพบำบัดได้นานขึ้น

 สำหรับการวินัจฉัยผลข้างเคียงของยารักษาวัณโรคสูตรแรก ที่พบภาวะตับอักเสบนั้น เราสามารถควบคุมอาการไว้ได้ ปรับเปลี่ยนสูตรยารักษาวัณโรคแบบใหม่ ซึ่งจะส่งผลข้างเคียงน้อยกว่าสูตรแรก แต่แพทย์ยังต้องประเมินอาการหลังจากรับยาสูตรใหม่นี้ทุกวัน และยังรอดูผลของการตอบสนองในการรักษาของสูตรยาตัวใหม่เป็นระยะเวลา 1 เดิอน  ส่วนปริมาณน้ำในเยื้อหุ้มปอด อาการยังคงทรงตัว

 "ขณะนี้แพทย์ยังคงให้ยาพ่นเพื่อขยายหลอดลม ให้หลวงพ่อ ฯ สามารถมีกำลังในการไอนำเสมหะออกมาได้ ควบคู่กับการดูดเสมหะด้วย คณะแพทย์ และลูกศิษย์ ได้มีคำสั่งห้ามเข้าเยี่ยม เพื่อให้หลวงพ่อ ได้พักผ่อนเต็มที่ แต่ยังมีผู้หลัก ผู้ใหญ่ หลายคน อ้างความสนิทสนม มีความคุ้นเคย และเป็นห่วง เป็นใย หาโอกาสเข้าเยี่ยม ซึ่งจะทำให้สุขภาพท่าน ที่มีอายุย่างเข้า 89 พรรษา ทรุดโทรมลง มีโอกาสที่จะเพิ่มเชื้อไม่พึงประสงค์ เข้าสู่ตัวท่าน จึงขอให้มีจิตสำนึก หากยังรัก และ เป็นห่วง หลวงพ่อ ก็ต้องเชื่อฟังกันบ้าง " นพ.พินิศจัย  กล่าว