ข่าว

ปัญหาขัดแย้งฉุดขีดแข่งไทยร่วงไอเอ็มดีจัดอันดับ27-เอกชนรับพัฒนาไม่ต่อเนื่อง

ปัญหาขัดแย้งฉุดขีดแข่งไทยร่วงไอเอ็มดีจัดอันดับ27-เอกชนรับพัฒนาไม่ต่อเนื่อง

19 พ.ค. 2554

ไอเอ็มดีจัดอันดับขีดแข่งขันประเทศทั่วโลก ไทยหล่นมาอยู่อันดับ 27 จากปีก่อนอยู่ที่ 26 ชี้หลายปัจจัยที่ต้องแก้ไข ความสามัคคีความขัดแย้งทั้งในบ้านและกับประเทศเพื่อนบ้าน แถมมีปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคการผลิต เอกชนยอมขาดการพัฒนาต่อเนื่อง

สถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ (ไอเอ็มดี) แห่งสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยรายงานการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ประจำปี 2554 ปรากว่า อันดับของไทยหล่นลงจากอันดับ 26 ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับ 27 จากทั้งหมด 59 ประเทศ สวนทางกับหลายประเทศในเอเชียที่สามารถไต่อันดับสูงขึ้น โดยเฉพาะฮ่องกง ขยับจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว ขึ้นไปครองอันดับ 1 ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เจ้าของอันดับ 3 เมื่อปีที่แล้ว ส่วนไต้หวันขึ้นจากอันดับ 8 ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับ 6 แต่สิงคโปร์ร่วงจากอันดับ 1 มาอยู่อันดับ 3

 ทั้งนี้ ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยปรับตัวดีขึ้นเพียงส่วนเดียว คือ ประสิทธิภาพด้านธุรกิจ ซึ่งขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 19 จากอันดับ 20 เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ประสิทธิภาพด้านเศรษฐกิจลดลงไปอยู่ที่อันดับ 10 จากอันดับ 6 เมื่อปี 2553 ประสิทธิภาพของรัฐบาลลดลงไปอยู่ที่อันดับ 23 จากเดิมอันดับ 18 และสภาพโครงสร้างพื้นฐานลดลงไปอยู่ที่อันดับ 47 จากอันดับ 46 เมื่อปีที่แล้ว

 ไอเอ็มดี ระบุว่า ไทยเผชิญปัญหาท้าทายหลากหลายในปี 2554 เริ่มตั้งแต่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ในการทำให้เศรษฐกิจตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้และการสร้างสรรค์ การยกระดับเศรษฐกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการแก้ปัญหาราคาโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยจะต้องเร่งใช้จ่ายงบประมาณ และเพิ่มการลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ตลอดจนแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต นอกจากนี้ ไทยต้องสร้างความปรองดองและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ และแก้ไขข้อขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรมแดนด้วย

 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รัฐบาลควรมีนโยบายในการแก้จุดอ่อนที่ทำให้อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีปัญหาเรื่องการพัฒนาประเทศให้ต่อเนื่อง รวมทั้งขาดการพัฒนาในด้านระยะกลางแระยะยาว โดยภาครัฐและภาคเอกชนได้ติดตามขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างใกล้ชิด และมีการหารือกันว่าควรจะปรับปรุงจุดไหนอย่างไร ซึ่งหลายเรื่องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานจึงทำให้การแก้ไขจุดอ่อนล่าช้า 

 ทั้งนี้ เมื่อเดือนเมษายน 2554 คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้กำหนดเป้าหมายอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยอยู่ที่ 16 ภายในปี 2558 แต่ปีนี้อันดับกลับลดลงมาอยู่ที่ 27 โดยการที่เป้าหมายดังกล่าวจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นกับฝีมือของรัฐบาลและการใช้งบประมาณเพื่อแก้ไขจุดอ่อนที่ไอเอ็มดีบอกได้หรือไม่ และถ้าใช้งบประมาณไม่เต็มประสิทธิภาพก็อาจทำให้แก้จุดอ่อนไม่ได้