
มาร์คนัดถกทัพปัญหาไทย-เขมร23พ.ค.
"นายกฯ"นัดถกทัพแก้ปัญหา"ไทย-กัมพูชา" 23 พ.ค.นี้ หวังเลื่อนพิจารณาแผนตามความเห็นของยูเนสโก นักเรียนชายแดนแต่งตัวเก้อ เลื่อนเปิดเรียนวันแรกเพราะไม่มีหลุมหลบภัย
(18พ.ค.) เมื่อเวลา18.15 น. นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการประชุมเจรจานอกรอบเกี่ยวกับการเสนอแผนบริหารพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารระหว่างไทย-กัมพูชาในวันที่ 25 พ.ค.ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่า วันนี้มีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)และวันจันทร์ที่ 23 พ.ค.นี้ ตนนัดประชุมทั้งในส่วนของการเตรียมการเรื่องมรดกโลกและเรื่องการต่อสู้คดีในศาลโลก ดังนั้นประเด็นต่างๆเราเอาใจใส่ตลอดเวลา เป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วเพราะผู้แทนองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) เคยมาบอกกับเราว่าไม่ควรให้มรดกโลกเป็นปมความขัดแย้งที่จะลุกลามบานปลายหรือเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงกระทบกระทั่งกัน ต้องไปหาแนวทางที่เหมาะสม ส่วนทางกัมพูชาคงจะพูดถึงการที่ไปยื่นฟ้องศาลโลกแต่ของไทยยืนยันว่าจริงๆแล้วเรื่องมรดกโลกไม่ควรไปสร้างปมความขัดแย้ง ควรพยายามเลื่อนเรื่องนี้ออกไปก่อนรอให้กลไกต่างๆเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ก่อน ซึ่งเราก็หวังการเจรจาพบปะนอก รอบวันที่ 25-26 พ.ค.นี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ไม่มีปัญหาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเป็นไปได้ที่จะมีการเลื่อนเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารออกไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราคงจะไปคุยกันในกรอบอย่างนั้น ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะตอนที่คุยกับยูเนสโกก็ยอมรับว่ามันเป็นทางออกที่ดีทางออกหนึ่ง แต่ต้องฟังข้อเสนอของฝ่ายต่างๆ เมื่อถามว่า นายกฯเป็นห่วงหรือไม่ว่าทางกัมพูชาจะเล่นตุกติกอาจจะทำให้การเจรจาในวันที่ 25 พ.ค.นี้ล้มเหลว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องพยายามเต็มที่ เราทราบว่ากัมพูชามีวาระของเขา เราต้องพยายามทำให้ดีที่สุด แต่หากวันที่ 25 พ.ค.หาข้อยุติไม่ได้เราต้องไปดูว่าเดือนมิ.ย.จะกำหนดท่าทีอย่างไร แต่ตนคิดว่าเดือนพ.ค.นี้ควรตกลงกันให้ได้
นักเรียนชายแดนแต่งตัวเก้อเลื่อนเปิดเรียนวันแรก
บรรยากาศวันแรกของการเปิดภาคเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยโรงเรียนใกล้แนวชานแดนไทย-กัมพูชา ที่อำเภอกาบเชิงและอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ มีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันของทหารไทยกับทหารกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน -2 พฤษภคม 2554 มีจำนวน 28 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่อ.พนมดงรักนั้น
ขณะนี้ได้เริ่มเปิดภาคเรียนกันแล้ว เช่นที่โรงเรียนบ้านรุน ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ อยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 6 กิโลเมตร และเป็นหมู่บ้านในพื้นที่เสี่ยง โรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 800 กว่าคน ผู้ปกครองต่างพาลูกหลานมาส่งโรงเรียนตั้งแต่เช้า แม้ว่าจะมีฝนโปรยปรายลงมาก็ตาม ผู้ปกครองต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้เหตุการณ์จะสงบลงแล้ว แต่ก็ยังไม่น่าไว้ใจ แต่เรื่องการเรียนของลูกหลานถือเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้นำลูกหลานมาส่งที่โรงเรียน
ด้านครู อาจารย์และ ผู้บริหารโรงเรียน ยืนยันว่า ทางโรงเรียนมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน ส่วนเรื่องสถานการณ์ชายแดนมีการประสานการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ทหารโดยตลอด ขณะนี้ทุกคนต่างยังมีขวัญและกำลังใจที่ดี ส่วนที่ต้องการที่สุดในขณะนี้คือหลุมหลบภัยในโรงเรียน ซึ่งยังสร้างไม่แล้วเสร็จ
ส่วนโรงเรียนบ้าหนองคันนา และโรงเรียนบ้านตาเมียง ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นโรงเรียน อยู่ใกล้ปราสาทตาเมือนธม พื้นที่ปะทะกันของทหารไทยกับทหารกัมพูชา ในวันนี้โรงเรียนทั้ง 2 แห่ง ยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ โดยที่โรงเรียนบ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง ซึ่งเป็นโรงเรียนใกล้กับปราสาทตาเมือนธมมากที่สุด ผู้สื่อข่าวได้พบกับกลุ่มครูสอนเด็กอนุบาล กล่าวว่า วันนี้ทางโรงเรียนได้เปิดภาคเรียนและจัดให้มีการเรียน การสอนเหมือนกับโรงเรียนอื่นๆทั่วประเทศ แต่ฝ่ายทหาร มาแจ้งว่า ยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ เพราะสถานการณ์ ความตรึงเครียด บริเวณปราสาทตาเมือนธม ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังมีการเผชิญหน้าของทหารไทยและกัมพูชา ประกอบหลุมหลบภัย ภายในโรงเรียน ยังสร้างไม่เสร็จ จึงขอให้เลื่อนการเปิดภาคเรียนวันนี้ไปก่อน อย่างเร็วจะให้เปิดได้ในวันที่ 24 พ.ค. และอย่างช้าที่สุด ก็จะเปิดได้ในวันที่ 1 มิ.ย.54 อย่างไรก็ตามทหาร จะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้ง
สำหรับหลุมหลบภัยภายในโรงเรียน ที่มีการจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างให้ ทางโรงเรียน จนถึงขณะนี้ไม่เห็นมีใครมาก่อสร้างให้ หลุมหลบภัยเดิม อายุกว่า 20 ปี มีอยู่หลุมเดียว นักเรียน 614 คน ครูอีก 33 คน ก็ไม่รู้ว่า จะไปหลบกันที่ไหน หากมีการสู้รบกันเกิดขึ้นอีก โดยทางด้านครูและผู้ปกครองนักเรียน ชาวบ้าน จะช่วยกันบริจาคเพื่อสร้างขึ้นมาเองให้เร็วที่สุด
ขณะที่ครูในโรงเรียนจำนวน 3-5 คน กำลังจะทำหนังสือขอย้าย ตนเองออกจากพื้นที่ เพราะกลัวการสู้รบที่จะเกิดขึ้นตามมาอีก แต่ก่อนโรงเรียนแห่งนี้ จะเป็นที่ต้องการของครู อยากมาสอนที่โรงเรียนบ้านหนองคันนา เพราะได้รับเบี้ยเลี้ยง ทั้งเบี้ยกันดาร เบี้ยเสี่ยงภัย แต่ตอนนี้ไม่ได้รับแล้ว ก็เลยไม่มีใคร อยากมาสอนหนังสือที่นี่ หากมีการสู้รบกันอีกครั้งครูที่โรงเรียนบ้านหนองคันนา ต้องขอย้ายออกไปสอนที่โรงเรียนอื่น เป็นจำนวนมากแน่นอน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างหลุมหลบภัย ขึ้นภายในโรงเรียนให้เร็วขึ้น หากเปิดเรียน นักเรียนจำนวน 614 คน ครูอีก 33 คน จะได้ใช้เป็นที่หลบภัยเพื่อความปลอดภัย
ส่วนที่บ้านเขื่อนแก้ว และบ้านน้อยร่มเย็น อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ออกช่วยเหลือและทำความเข้าใจชาวบ้าน และช่วยในการทำหลุมหลบภัยให้กับชาวบ้านด้วย บ้านน้อยร่มเย็น ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พ.ต.สุกิตติ์ สุบรรณจุ้ย ฝ่ายประชาสัมพันธ์กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 2 ได้นำกำลังทหาร ร่วมกับประชาชนบ้านน้อยร่มเย็น ร่วมกันเข้าเก็บกู้ซากและซ่อมแซม บ้านเรือน ของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย จากลูกจรวดแบบ BM 21 ของทหารกัมพูชา ที่ยิงเข้าใส่บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 2 หลัง ให้สามารถเข้าพักอาศัยได้เหมือนเดิม
นอกจากนั้นยังได้ร่วมกับประชาชนสร้างหลุมหลบภัย ในบริเวณศูนย์หม่อนไหม กาบเชิง เพื่อให้ประชาชน สามารถใช้เป็นหลุมหลบภัย ที่ปลอดภัยจาก อาวุธของทหารฝ่ายกัมพูชา ที่มีเจตนายิงเข้าใส่บ้านเรือนของประชาชนชาวไทยให้ได้รับความเสียหาย และขณะนี้สถานการณ์ชายแดน แม้จะไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้น แต่ความตรึงเครียดด้านทหาร ตามแนวชายแดน ไม่น่าไว้วางใจ การสร้างหลุมหลบภัย ให้ประชาชน จะเป็นการป้องกันความสูญเสียในเบื้องต้น ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 จะได้ร่วมกับประชาชนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างหลุมหลบภัย ในพื้นเสี่ยง ให้ได้มากที่สุดในขณะนี้
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ฝ่ายกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 2 ยังได้ออกเอกสารประชาสัมพันธ์ สาเหตุของปัญหาการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนชาวไทย ทหารไทย เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ เป็นจำนวนมาก บ้านเรือน สัตว์เลี้ยงของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมากเช่นกัน



