ข่าว

เตรียมตัวรับภาวะเงินเฟ้อ

เตรียมตัวรับภาวะเงินเฟ้อ

19 พ.ค. 2554

ในวันพืชมงคลที่เพิ่งผ่านพ้นมา มีคำพยากรณ์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศและเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนี้ไว้ว่า “น้ำท่าจะบริบูรณ์โดยมีปริมาณพอดี ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์” และว่า “การคมนาคมจะสะดวก การค้าขายกับต่างประเทศดี เศรษฐกิจจะรุ่งเรือง ข้าวก

 ฟังแล้วก็เป็นขวัญกำลังใจโดยเฉพาะกับเกษตรกรเป็นอย่างดี

 เป็นที่น่าสังเกตว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วคำพยากรณ์จะไม่ได้พูดถึงเรื่อง “ราคา” ว่าราคาพืชผลจะขึ้นจะลงอย่างไร อาจจะเป็นเพราะผู้พยากรณ์เข้าใจถึงธรรมชาติของราคาสินค้าดีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ว่าไม่สามารถเอาอะไรแน่นอนได้

 ในโลกยุคใหม่นักเศรษฐศาสตร์ต่างพยายามหากฎเกณฑ์มาเพื่อพยากรณ์ราคาสินค้าและบริการ และทฤษฎีที่ยอมรับกันอยู่ทั่วไปก็ว่าราคานั้นเกี่ยวข้องกับอุปสงค์และอุปทาน ถ้าอุปทานมีมากกว่าอุปสงค์ราคาข้าวของก็ถูกลง ในทางตรงกันข้ามถ้าความต้องการซื้อสินค้ามากกว่ากำลังการผลิตราคาข้าวของก็แพงขึ้น

 แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ราคาสินค้าและบริการไม่ได้ขึ้นแต่เพียงอุปสงค์และอุปทานซึ่งตามทฤษฎีว่าจะปรับตัวเข้าหาจุดสมดุลกัน ทั้งนี้เพราะทุกวันนี้ไม่ได้มีแต่ผู้ผลิต ผู้ขายและผู้ซื้อแต่มี “นักเก็งกำไร” (ซึ่งเรียกตัวเองว่านักลงทุนเพื่อให้ฟังดูดี) เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เกิดองค์กรประเภทโอเปกซึ่งทำให้พวกเราต้องใช้น้ำมันแพงเกินจริงมาถึงทุกวันนี้

 การที่ของกินของใช้พากันขึ้นราคาทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออันเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ขณะนี้ โดยหลักสากลแล้วถ้าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเกินกว่า 2% ก็ถือเป็นภาวะเงินเฟ้อแล้ว ของไทยนั้นในเดือนเมษายนที่เพิ่งผ่านไปอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของเราเท่ากับ 3.27%เกินเกณฑ์ไปแล้ว ฉะนั้นหันไปทางใดจึงได้ยินแต่คนบ่นว่าข้าวของแพงและเป็นเหตุอ้างหลายๆ ประเทศที่ทำให้เกิดเหตุจลาจลขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นจุดเปราะบางของการปกครองในหลายประเทศ

 ภาวะเงินเฟ้อนั้นเป็นเหตุสำคัญที่จะทำให้ราษฎรกระด้างกระเดื่อง ผู้บริหารแต่ละประเทศจึงได้พยายามหาวิธีการควบคุมเงินเฟ้อโดยมาตรการที่ใช้กันทั่วไป คือ การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารชาติของแต่ละประเทศ เช่น ในอเมริกาซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็กำลังถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่าจะควรเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงได้หรือยังเพราะอัตราเงินเฟ้อสูงเกินพิกัด (2%) ของเขาแล้ว

 แต่ที่เมืองจีนนั้นมาแปลกกว่าค่ายฝรั่งตะวันตกโดยเขาหันมามุ่งเพิ่มรายได้ของประชาชนทั่วไป ข้าราชการได้รับเงินเดือนขึ้นและธุรกิจเอกชนก็ได้รับการขอร้องแกมบังคับให้ขึ้นเงินเดือนพนักงานของตนโดยหวังจะให้ประชาชนมีรายได้ทันกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ส่งผลในทางลบทั่วไปอยู่บ้างเพราะนักลงทุนต่างประเทศเริ่มจะขยับขยายย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่แรงงานถูกกว่า

 หันมาดูในบ้านเราเครื่องมือของรัฐบาลที่ใช้ก็ไม่แตกต่างจากโลกตะวันตกแถมแนวทางจากจีนโดยธนาคารชาติก็เริ่มเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงและขึ้นเงินเดือนข้าราชการโดยหวังจะให้ดึงค่าจ้างภาคเอกชนขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังใช้มาตรการควบคุมราคาซึ่งถ้าผิดพลาดก็จะเกิดการขาดแคลน

 ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่อยู่มาก ส่วนเราชาวบ้านก็ต้องตามเหตุการณ์ให้ทันและปรับปรุงตัวเองให้เหมาะสมกับเหตุการณ์เพื่อจะอยู่รอดท่ามกลางเงินเฟ้อที่ใครในโลกก็สกัดไม่อยู่

[email protected]