
ตร."โคราช"เคลียร์เลือกตั้งเร่งล่า50มือปืน"ภูธร"
นับถอยหลังอีกไม่เต็ม 2 เดือน จะครบกำหนดวันเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทยว่าจะก้าวย่างไปในทิศทางใด "คม ชัด ลึก" เอกซเรย์ความพร้อมของเหล่าทัพสีกากีในพื้นที่ จ.นครราชสีมา กำลังเตรียมความพร้อมรับมือศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยก
พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยถึงความพร้อมรองรับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เมื่อตำรวจส่วนกลางมีการออกปฏิทินมือปืนเมืองไทย 50 รายชื่อนั้น ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาก็มีการขึ้นทะเบียนมือปืนที่ก่อคดีมีหมายจับในพื้นที่นครราชสีมาและในเขตจังหวัดใกล้เคียง ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เพิ่มมาอีก 50 รายชื่อ เพื่อสั่งการให้ตำรวจในสังกัดเฝ้าสังเกตและติดตามหาข่าวข้อมูลของมือปืนทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง โดยให้ไปสืบสวนตามแหล่งที่เกี่ยวข้องกับประวัติมือปืนทั้งหมด
"นอกจากนี้ก็มีการตั้งด่านในทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันอาชญากรรมทุกรูปแบบ รวมถึงการประสานขอความร่วมมือไปยังอาสาสมัครชุมชน ตำรวจบ้าน ตลอดจนอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ให้ช่วยเป็นหูเป็นตา หาข่าว ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และสอดส่องดูแลความผิดปกติของบุคคลแปลกหน้าที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ ที่เข้ามาในชุมชนด้วย" พล.ต.ต.ฉัตรกนก กล่าว
ด้านแหล่งข่าวจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ถึงขั้นตอนการดูแลการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ว่า จะเน้นถึงการใช้จิตวิทยาในการโน้มน้าวพูดคุยป้องปรามเหตุร้ายๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น จากความขัดแย้งทางการเมืองของพรรคคู่แข่ง ด้วยการให้นายตำรวจที่รู้จักมักคุ้นกับผู้สมัครคนใด หัวคะแนน หรือพรรคใดๆ ก็ตาม เข้าไปพูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ รวมถึงการเจรจาโน้มน้าวในเชิงป้องปราม เตือนไม่ให้ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง และรวมถึงกฎหมายอาญาด้วย พร้อมย้ำเน้นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้มีการแข่งขันกันด้วยดี อย่าให้มีเรื่องบาดหมาง หรือเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น
"วิธีนี้จะให้เจ้าหน้าที่ที่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้สมัคร หัวคะแนน เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจ หากเป็นกรณีที่ไม่รู้จักมักคุ้นเป็นการส่วนตัวก็จะให้ใช้วิธีเยี่ยมเยียน ซึ่งการเข้าไปพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนี้ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจระดับผู้กำกับการ รองผู้บังคับการ ผู้บังคับการ ปลัดอำเภอ นายอำเภอ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย การเข้าไปพูดคุยนี้ คงไม่ใช่การเข้าไปพูดคุยตรงๆ แต่ต้องมีจิตวิทยาในการพูดคุยโน้มน้าวในการให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นในพื้นที่" แหล่งข่าวรายเดิม ระบุ
ส่วนการประเมินสถานการณ์ความรุนแรงจากการเลือกตั้งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา แหล่งข่าวกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การแข่งขันในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ในพื้นที่ตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา ไม่น่าจะมีความรุนแรงเท่าไหร่ แต่หากเป็นอำเภอรอบนอก คาดว่าจะมีการแข่งขันกันดุเดือนเหมือนในอดีต น่าจับตามองโดยเฉพาะพื้นที่ฐานอำนาจของนักการเมืองเก่า
สำหรับภาพรวมของการประเมินสถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสานในพื้นที่ความรับผิดชอบของ พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3 โดยกล่าวว่า ไม่น่าจะเกิดความรุนแรงมากนัก แต่ก็ไม่ได้ประมาท จึงจำเป็นต้องจับตามองเป็นพิเศษในพื้นที่หัวเมืองใหญ่ ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.อุบลราชธานี และ จ.บุรีรัมย์ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าผู้ใดจะลงสมัครสังกัดพรรคใดบ้าง จึงยังไม่พบความเคลื่อนไหว หรือความขัดแย้งกระทบกระทั่งกันระหว่างพรรคการเมืองแต่อย่างใด และที่สำคัญได้กำชับให้ตำรวจทุกนายต้องวางตัวเป็นกลาง อย่าใช้สองมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่
"การเลือกตั้งในเขตพื้นที่อีสานใต้ 8 จังหวัด ขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง โดยกำหนดให้สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมืองนครราชสีมา เป็นศูนย์กลางสั่งการกำชับให้แต่ละพื้นที่ จัดกำลังเจ้าหน้าที่สืบหาข้อมูลความเคลื่อนไหว และการขัดแย้งภายในพื้นที่ พร้อมสนธิกำลังออกกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด ตั้งแต่อาวุธปืน วัตถุระเบิด จนถึงบ่อนการพนัน และรวมถึงอาจจะเป็นแหล่งกบดานของคนร้าย ที่สำคัญทุกสถานีจะต้องดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายที่มีหมายจับค้างอยู่ในช่วงก่อนเลือกตั้ง สิ่งที่เน้นย้ำเป็นพิเศษ ให้เฝ้าระวัง ติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มอิทธิพล ที่มีซุ้มมือปืนเข้ามาอาศัยกบดานให้ขึ้นบัญชีดำไว้ และต้องมีการประชุมรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน จนกระทั่งเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง" พล.ต.ท.เดชาวัต ระบุ



