
"ยิ่งลักษณ์"พูดไม่ชัดนิรโทษกรรมทักษิณ
(18พ.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า ตนใช้เวลาตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมืองพอสมควร แต่ได้ติดตามการเมืองตั้งแต่เล็ก และครอบครัวตนก็เป็นครอบครัวนักการเมือง หลังจากทำงานร่วมกับประชาชนก็รู้สึกผูกพัน
ซึ่งหลังปฏิวัติ 19 ก.ย. ก็เข้าใจธรรมชาติกลไกการเมือง เห็นว่าพ่อแม่พี่น้องยังให้ความรักห่วงใยครอบครัวตนเสมอ เชื่อว่าความรู้ประสบการณ์ที่ผ่านมาจะเอาไปบวกกับความแข็งแรงของพรรค จึงอยากเสนอตัวเข้ามารับใช้ประชาชน ดังนั้น ครอบครัวต้องมั่นคง มีความอดทนหนักแน่น และเชื่อในซึ่งกันและกัน เรามาทำหน้าที่ ถือว่ามาทำงานให้ประชาชน พร้อมรับการตรวจสอบของสาธารณชนบนความถูกต้อง ตนอยากให้หันมาเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า มองข้ามความขัดแย้ง และจะใช้ความเป็นผู้หญิงเดินเข้าหา ก้าวเข้าสู่ความปรองดอง
สำหรับการชูนโยบายที่ใช้ในการเลือกตั้งนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของ รธน. อยากให้ผู้หญิงมีสิทธิเสรีภาพทางความคิด มีสิทธิเสมอกัน การสร้างอาชีพสร้างงาน และอยากเห็นอนาคตการศึกษาไทย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า หากได้เป็นนายกฯ สิ่งแรกที่จะทำคือ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน สร้างรายได้ระยะยาว ซึ่งเป็นทิศทางทำให้ประเทศเราแข็งแรง สิ่งที่บาดหมางใจต้องไม่คิดแก้แค้น เมื่อเลือกตั้งทุกคนต้องยอมรับผล และจัดตั้งรัฐบาลเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า ส่วนอะไรในอดีตที่ควรปรับปรุง เราก็จะปรับปรุง จึงเป็นที่มาของคำว่าไม่คิดแก้แค้น คิดแก้ไข โดยแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ลดค่าใช้จ่ายหนี้สิน เพื่อให้ประชาชนตั้งตัวได้ หากไม่แก้ส่วนนี้ประชาชนก็จะมัวหาเงินชดใช้หนี้สิน จนไม่สามารถพัฒนาเพิ่มผลผลิตได้
สำหรับแนวนโยบายปรองดองของพรรคเพื่อไทยนั้น ตนอยากให้ประเทศเป็นหนึ่งเดียว จึงต้องตั้งหลักว่าอยากให้ประเทศเป็นอย่างไร และทุกฝ่ายต้องมาคุยกัน โดยยึดหลักเสมอภาค เท่าเทียม และต้องฟังเสียงประชาชน หากยึดหลักกติกาประชาชนเป็นที่ตั้งเชื่อว่าแนวทางจะออกมาไม่ยาก
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงการดีเบตว่า ตนเห็นว่าเร็วเกินไป ซึ่งภารกิจแรก ตนขอลงพื้นที่นำเสนอนโยบายให้กับประชาชนก่อน
ส่วนการสลายสีเสื้อก่อน 3 ก.ค.นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เชื่อว่าหากทุกท่านมีเจนาดีก็คงไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ระบุว่าหากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมนั้น ตนอยากให้อยากฟังความคิดเห็นทุกท่าน ซึ่งการออก พ.ร.ก. ก็ออกให้ทุกคน ไม่ใช้แค่ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ
"กรณีการนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ส่วนตัวไม่อยากให้มองว่านิรโทษกรรม แต่อยากให้มองเรื่องการปรองดอง และยุติธรรมเป็นหลัก โดยยึดหลักนิติธรรมว่าอะไรที่ยังไม่อยู่ในส่วนนี้ ก็ต้องทำบนกติกาความเสมอภาค ยอมรับว่า เป็นสายเลือดน้องคนเล็กของทักษิณ อยากขอโอกาสให้ประชาชนมองที่ตัวตน ว่าตั้งใจรับใช้ประชาชน ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ถ้ามีนโบายดีก็ไม่ควรปิดกั้น เพราะเราอยากนำนโยบายที่ดีมาสู่ประชาชน การทำอะไรต่างๆ พ.ต.ท.ทักษิณก็ควรได้รับความเสมอภาคเหมือนประชาชนทั่วไปภายใต้หลักนิติธรรม สุดท้ายพรรคจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการในพรรค" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
สำหรับการจัดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แกนนำเสื้อแดงมีลำดับรายชื่อต้นๆ นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า บางครั้งอาจเป็นการวิเคราะห์ แต่หลักที่เราใช้ บัญชีรายชื่อต้องเป็นผู้มีความสามารถ
เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้ง แต่เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง จะกลับเข้าสู่ความขัดแย้งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า พรรคที่ได้เสียงข้างมากต้องเป็นพรรคที่เริ่มจัดตั้งรัฐบาล โดยจะต้องเคารพกติกา หากเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวนั้น เมื่อถึงเวลาทุกอย่างอยู่ที่การคุย
ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ เคยย้ำตลอดว่าถ้าพรรคเพื่อไทยชนะ การจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นรัฐบาลผสม และจะเชิญพรรคไหนร่วมจัดตั้งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า พรรคเพื่อไทยยินดีเปิดรับ อยากให้ผู้มีความรู้หลากหลายมาช่วยบริหารประเทศ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเตรียมพร้อมและเต็มใจในการลงพื้นที่ สำหัรบฉายาสวยเก่งก็ภูมิใจ แต่อยากขอโอกาสให้ตนได้นำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชน เชื่อว่าความรู้ประสบการณ์ที่ผ่านมา บวกกับความแข็งแรงของพรรค จึงไม่จำเป็นต้องเป็นทุกอย่าง แต่ให้บริหารจัดการ เลือกนำเสนอนโยบาย เลือกผู้มีความรู้ชำนาญเพื่อเดินหน้านโยบาย



