
กกต.ยังไม่เคาะวงเงินใช้จ่ายเลือกตั้งส.ส.
"กกต."ยังไม่เคาะวงเงินค่าใช้จ่ายเลือกตั้งส.ส.เผยเสียงส่วนใหญ่เสนอ 1.5 ลบ. เตรียมเสนอให้นายทะเบียนตัดสินใจวันที่ 19 .พ.ค.นี้ สดศรีเผย"กกต."พร้อมทุกด้านในการรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
(18พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้มีการประชุมหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อหารือการกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีหัวหน้าและพรรคการเมืองจำนวน 46 พรรคเข้าร่วมประชุม โดยมีนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและ ออกเสียงประชามติ เป็นประธานการประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกกต.ได้มีการสรุปข้อมูลประกอบการกำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ให้กับหัวหน้าและตัวแทนพรรคการเมืองได้รับทราบ โดยในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้มีกำหนดวงเงิน 1.5 ล้านบาท จากนั้นที่ประชุมได้ให้หัวหน้าพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองได้เสนอวงเงินค่าใช้จ่าย โดยพรรคการเมืองได้มีการเสนอวงเงินตั้งแต่ 1 หมื่นบาทถึง 2 ล้าน บาท แต่ส่วนใหญ่ได้เสนอให้เหมือนเดิมคือ 1.5 ล้านบาท เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังคนกีฬา มีเพียง 2 พรรคคือ พรรคพลังชล และพรรคเพื่อไทย เสนอเพิ่มวงเงินจาก 1.5 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาท เนื่องจากนำข้อมูลที่กกต.ได้สรุปข้อมูลพื้นฐานในเรื่องปัจจัยต่างๆในการกำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของส.ส. โดยเปรียบเทียบไตรมาสแรกของปีระหว่างเดือน ม.ค.ถึง มี.ค.มีการเพิ่มขึ้นทั้งอัตราค่าจ้างขั้นพื้นฐานขึ้นต่ำเพิ่มขึ้น 11.18 % อัตราค่าจ้างขึ้นพื้นฐานขั้นสูง (กทม-ภูเก็ต) 15.17 % นอกจากนี้ยังมีค่าเฉลี่ยของน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น 29.27 %รวมถึงค่าเฉลี่ยราคาไม้อัดขนาด 4 คูณ 8 ฟุต หน้า 4 มิลลิเมตรต่อแผ่นก็เพิ่มขึ้น 21.85 % ทำให้นางสดศรี ระบุว่า จะนำข้อหารือในวันนี้เสนอให้กับนายทะเบียนพรรคการเมืองเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจว่า จะกำหนดวงเงินค่าใช่จ่ายอยู่เท่าใด โดยในวันที่ 19 พ.ค.น่าจะทราบผลที่ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมทางกกต.ยังได้มีการกำชับผู้ที่จะลงสมัครตรวจสอบคุณสมบัติการรับสมัครให้พร้อมก่อนมายื่นใบสมัคร พร้อมกับเตรียมค่าสมัครคนละ 5,000 บาท ทั้งนี้แต่ละพรรคจะส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อไม่เกิน 125 คน นอกจากนี้ที่ประชุมยังแจ้งให้ทราบถึงวิธีการขั้นตอนการรับสมัคร การอนุญาตตัวแทนพรรคที่หน้าที่ในการไปสมัครเข้าไปในบริเวณจุดทียื่นใบสมัครไม่เกิน 10 คน ส่วนกองเชียร์ของแต่ละพรรค กกต.จะอนุญาตให้ไม่เกิน 100 คนให้นั่งอยู่ที่อัฒจรรย์ที่จัดไว้ให้
พร้อมทุกด้านในการรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ให้สัมภาษณ์ว่า กกต.พร้อมจัดการรับสมัครเลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 19 พ.ค. เรียบร้อยแล้ว โดยในวันนี้กกต. ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เพื่อจัดการซ้อมใหญ่ในการรับสมัครเลือกตั้งส.ส. เหมือนกับวันรับสมัครจริงทุกอย่างทั้งเรื่องสถานที่การรับสมัคร เรื่องความปลอดภัยในการรับสมัครไว้อย่างชัดเจน การจัดบริเวณให้กับผู้ที่มาเชียร์พรรคการเมือง ไม่ปะปนกับการรับสมัคร ซึ่งได้กำหนดให้ตัวแทนพรรคการเมืองที่มาสมัครไม่เกิน 10 คนต่อพรรค ซึ่งเชื่อว่าในวันรับสมัครในวันพรุ่งนี้ ( 19 พ.ค.) จะไม่เกิดปัญหาเรื่องการก่อกวนอย่างแน่นอน เพราะมีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยไว้เต็มกำลัง โดยจะยึดความปลอดภัยในพื้นที่เป็นสำคัญ โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงายว่ามีเหตุที่จะก่อกวนการรับสมัครรับเลือกตั้งแต่อย่างใด
เมื่อถามว่าได้เตรียมการดูแลผู้ที่จะลงพื้นที่หาเสียงภายหลังได้หมายเลขผู้สมัครอย่างไร นางสดศรี กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ตั้งศูนย์เพื่อดูแลความปลอดภัยไว้แล้ว รวมถึงมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีความประสงค์ขอกำลังตำรวจคุ้มกันระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมที่จะเข้าไปดูแลอย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่าหากมีพรรคขนาดเล็กมาสมัครเป็นจำนวนมากจะมีผลต่อการพิมพ์เบอร์ลงในบัตรลงคะแนนหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า ในการจับฉลากพรรคที่จับได้หมายเลขใดก็จะเป็นหมายเลขเดียวกันทั้งประเทศ ทั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบเขต ไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กพรรคใหญ่มาจับก็จะได้เรียงกันไป แต่หากไม่ส่งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อก็จะเว้นหมายเลขนั้นไว้ในบัตรเลือกตั้ง โดยทางกกต.จะประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพราะหากไปกาในช่องที่เว้นว่างไว้จะทำให้เป็นบัตรเสียทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่าบางพรรคการเมืองได้ใช้บุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองมามีส่วนเกี่ยวข้องในการคัดเลือกผู้สมัครทางกกต.จะดำเนินการอย่างไร นางสดศรี กล่าวว่า การคัดเลือกผู้สมัครเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องดำเนินการ หากผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะอะไร มีความเกี่ยวข้องอย่างไร จะใช้แค่คิดว่าคนนี้อยู่เบื้องหลังพรรคนี้อย่างเดียวไม่ได้ ส่วนการที่ผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองโฟนอินเข้ามาในพื้นที่ต่างๆ ที่ผู้สมัครลงไปหาเสียงนั้น ก็ต้องดูว่าเป็นไปในลักษณะการหาเสียงหรือไม่ หากการกระทำใดที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายก็ขอให้หลีกเลี่ยง โดยเฉพาะการกระทำสิ่งใดที่หมิ่นเหม่ต่อกฎหมายการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าขณะนี้ยังคงมีป้ายนโยบายหน่วยงานของรัฐบาลที่มีรูปภาพของว่าที่ผู้สมัคร กกต.จะจัดการอย่างไร นางสดศรี กล่าวว่า เรื่องการปลดป้ายที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ปลดป้ายดังกล่าวลงแล้ว โดยมีลายลักษณ์อักษรชัดเจน กกต. คงไม่ต้องไปจัดการอะไรมาก
เมื่อถามต่อว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีการขึ้นป้ายรณรงค์โนโหวต และโหวตโนบริเวณถนนราชดำเนิน โดยเป็นบุคคลที่มีใบหน้าเป็นสัตว์ นางสดศรี กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่ควบคุมและดูแลป้ายหาเสียง สำหรับผู้สมัครเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนป้ายที่มีลักษณะเข้าข่ายการรณรงค์ที่เข้าข่ายก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบ ว่าป้ายดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนความเหมาะสมก็ต้องดูว่าผู้ที่กระทำมีวัตถุประสงค์อย่างไร แต่เบื้องต้นเห็นว่ายังไม่เป็นการขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นเพียงการเสียดสีเท่านั้น แต่การพิจารณาปลดป้ายลงนั้นเป็นหน้าที่ของกทม.
"รองผบก.น.1" เผยยังไม่พบมือที่สามป่วนวันรับสมัครเลือกตั้ง
ที่อาคารกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กรุงเทพฯ พ.ต.อ.วิชาญญวัชร์ บริรักษ์กุล รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ( รอง ผบก.น. 1 ) กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในการรับสมัครเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ว่า ได้มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลจำนวน 2 กองร้อย หรือ 300 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 40 นาย ชุดสืบสวนสอบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบ 30 นาย ชุดปะฉะดะ 30 นาย รวมทั้งสิ้นประมาณ 400 นาย วางกำลังทั้งในและนอกสถานที่ ทั้งนี้ภายในบริเวณภายในอาคารจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในสถานที่ดังกล่าว ยกเว้นตัวแทนของพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสื่อมวลชนที่ลงทะเบียนเอาไว้ล่วงหน้า พร้อมกันนี้ยังได้นำเครื่องสแกนวัตถุระเบิดมาติดตั้งจำนวน 2 เครื่องที่บริเวณประตูใหญ่ทางเข้าสนามกีฬา และบริเวณประตูทางเข้าอาคารกีฬาเวสน์
พ.ต.อ.วิชาญญวัชร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนบรรดากองเชียร์ของแต่ละพรรคสามารถเดินทางเข้ามาให้กำลังใจได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำวัสดุอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียง เช่น แตร กลอง ป้าย แม้แต่การแสดงมหรสพเข้ามาภายในบริเวณอาคาร นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำแผงเหล็กมากั้นและแบ่งบริเวณส่วนต่างๆอย่างชัดเจน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งขอฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจว่าขอให้มาด้วยความสงบ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่พบว่าจะมีกลุ่มมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายแต่อย่างใด แต่อาจมีบางกลุ่มที่อาจจะสร้างความบันเทิงเกิดขอบเขตเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาดูแลความปลอดภัยตั้งแต่เวลา 05.30 น.ของวันที่ 19 พ.ค.นี้



