ข่าว

"วิเชียร"สั่งสืบภาค1-กองปราบฯ"ลุยคดียิงประชา

"วิเชียร"สั่งสืบภาค1-กองปราบฯ"ลุยคดียิงประชา

18 พ.ค. 2554

ผบ.ตร.สั่งโอนคดียิงถล่มส.ส.ประชาให้ "สืบภาค 1 - กองปราบฯ"ลุย หลังตำรวจพื้นที่คลี่คดีไม่คืบ ส่งกำลัง 100 นายคุ้ยหาหลักฐาน ผู้การปากน้ำปิดปาก อ้างกลัวหลักฐานถูกทำลาย ด้าน"คำรณวิทย์"นัดรายงานผลสอบสวนวันพรุ่งนี้

วันที่ 18 พ.ค.-- ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มนายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แหล่งข่าวรายงานว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ออกสืบสวนหาพยานหลักฐานกันอย่างเต็มที่ แต่ผลงานกลับไม่เข้าตาผู้บังคับบัญชา จึงได้มีการโอนถ่ายข้อมูลทุกอย่างไปทำการสืบสวนต่อที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และกองปราบปรามแทน ทำให้บรรยากาศในวันนี้ที่โรงพัก สภ.พระประแดง บรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงผู้สื่อข่าวในพื้นที่เท่านั้นที่เดินทางไปสังเกตุการณ์ความคืบหน้าในคดีนี้

 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ต่างกล่าวว่า คดีนี้ทางตำรวจภูธรภาค 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ถ่ายโอนเรื่องทั้งหมดรับไปทำเอง จึงไม่ความคืบหน้าให้ ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เพื่อข้อทราบความคืบหน้าในคดีนี้และข้อข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพจากกล้องวงจรปิด ที่จับภาพรถผู้ต้องสงสัยเอาไว้ได้ แต่กลับได้รับการปฏิเสธว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ได้เกรงว่าคนร้ายจะทำลายหลักฐานบางอย่างบนตัวรถ ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ ของนายประชา ประสพดี ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่ม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำรถคันดังกล่าวมาเก็บรักษาเอาไว้ที่หน้าโรงพัก สภ.พระประแดง ปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้นำรถเก๋งคันดังกล่าวไปทำการเก็บหลักฐานเพิ่มเติมที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 1 แล้วเมื่อช่วงเย็นวานนี้

 แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองบังคับการสืบสวน บช.ภ.1 และ เจ้าหน้าที่สืบสวน กองปราบปราม ร่วมกันสนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย แบ่งออกเป็นชุด ๆ เฝ้าติดตามทำคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีสำคัญและมีประชาชนให้ความสนใจ โดยของกลางที่เกี่ยวข้องทางคดีและข้อมูลทางการสืบสวนหลายชิ้นนั้น ได้มีการส่งมอบต่อไปให้เจ้าหน้าที่สืบสวนทั้งสองหน่วยแล้ว อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 พ.ค.2554 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูประจ่าง รอง ผบช.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจจะจะเดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประชุมสรุปชุดแนวทางการสืบสวนในคดีนี้ว่ามีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน

"ประชา" ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 พ.ค.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี นายประชาที่พักรักษาตัวอยู่ที่หอพักผู้ป่วยใน ชั้น 15 ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า ยังมีผู้ที่รู้จักนับถือกับนายประชา ต่างเดินทางมาเยี่ยมอาการตลอดเวลา ขณะที่แพทย์ได้เข้าทำการตรวจร่างกาย นายประชา ในช่วงเช้า ก่อนจะลงความเห็นว่า บาดแผลต่างๆ ของนายประชา ดีขึ้นและไม่มีอาการติดเชื้อ รวมนายประชา มีร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงมีความเห็นอนุญาตให้ทางนายประชา สามารถเดินทางกลับไปพักรักษาอาการที่บ้านได้ แม้ว่า นายประชา จะยังมีอาการเจ็บแผลบริเวณต้นคออยู่บ้าง จากการที่แพทย์ รพ.พระรามเก้า ได้นำเอาวัตถุแปลกปลอมออกจากบาดแผล ซึ่งทางแพทย์ยังต้องนัดให้นายประชา มาทำการตรวจทำความสะอาดแผลอยู่เป็นระยะ

 อย่างไรก็ตาม หลังจากแพทย์ อนุญาตให้นายประชา กลับบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประชุมหารือกับทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทาง รพ. ในเรื่องของการนำตัวของนายประชา ออกจากห้องพักไปยังรถ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเตรียมเอาไว้ โดยมีทั้งกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ จากทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล และจาก บก.ภ.จว.สมุทรปราการ กว่า 20 นาย มาคอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด 

 ต่อมาเมื่อเวลา 14.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายประชา ออกห้องผู้ป่วย โดยนายประชา ได้เดินออกจากห้องพัก โดยที่ไม่ต้องใช้รถเข็นเหมือนกับในช่วงที่ผ่านมา และจากการสังเกตุสีหน้าของนายประชา พบว่า มีสีหน้าที่สดชื่น และยังได้มีการโบกมือทักทายกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวด้วย แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด จากนั้นนายประชา ได้ลงจากชั้น 15 ด้วยลิฟท์ไปขึ้นรถที่จอดเตรียมไว้ บริเวณลานจอดรถชั้น 2 โดยมีรถตำรวจนำขบวน และรถคุ้มกัน รวม 4 คัน ขับออกจาก รพ.ไปอย่างรวดเร็ว

 ทางด้าน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 (รอง ผบช.ภ.1) เปิดเผยวท่า สำหรับการไล่ล่า และติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุยิงนายประชา นั้น ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการลงมาว่า ให้ทำคดีอย่างรัดกุม พร้อมกับเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาให้ได้โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคลี่คลายคดี ถือว่าคดีนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควร แต่พยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้  ยังไม่เพียงพอในการขออำนาจศาล ออกหมายจับคนร้าย อีกทั้งหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวเรื่องพาหนะของคนร้ายออกไป เกรงว่า อาจจะมีการนำรถไปชำแหละ หรือมีการทำลายหลักฐานต่างๆ ดังนั้น จึงไม่อยากที่จะเปิดเผยรายละเอียดใดๆ มากนัก

 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กล่าวอีกว่า การที่จะจับกุมตัวมือปืน และสาวไปถึงผู้บงการนั้น เบื้องต้นมองว่ายากมาก แต่ตำรวจชุดสืบสวน ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ และไม่ได้นิ่งนอนใจ ถึงแม้ว่านายประชา จะให้ปากคำที่เป็นประโยชน์ หรือรู้ตัวผู้บงการว่าเป็นใครก็ตาม หากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน ก็ไม่สามารถเอาผิดใครได้ ส่วนเรื่องซุ้มมือปืนที่มีข่าวออกมาว่า เป็นซุ้มของคนมีสีนั้น ตนไม่สามารถระบุได้ แต่สำหรับคดีนี้คงบอกได้ว่า มือปืนต้องมาจากซุ้มที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการใช้อาวุธสงคราม คือมีความรู้ และประสบการณ์การใช้อาวุธปืนสูงมาก และในวันพรุ่งนี้ ชุดสืบสวนก็จะมีการประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวอีกครั้ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ