ข่าว

เยือนสวนเกษตรสันติราษฎร์แผ่นดินทองของตำรวจผู้น้อย

เยือนสวนเกษตรสันติราษฎร์แผ่นดินทองของตำรวจผู้น้อย

20 เม.ย. 2552

ลำพังเพียงเงินเดือนข้าราชการตำรวจชั้นประทวน หากไม่มีมรดกตกทอดจากบิดา-มารดร การที่ใฝ่ฝันจะมีบ้านน้อยๆ สักหลังเป็นของตัวเองนั้น คงยากเต็มที แต่วันนี้ ตำรวจผู้น้อยอย่าง ด.ต.เดชอุดม กุญชะโร เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรเกาะจันทร์ จ.ชลบุรี

 ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่เขาตัดสินใจเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และธนาคารทหารไทย เพื่อพัฒนาหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ให้เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมแนวใหม่แห่งแรกของประเทศไทย

 หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์แห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 230 ไร่ อยู่ในเขต ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเกาะจันทร์ จำนวน 31 ครอบครัวเป็นสมาชิกโดยได้รับที่ดินจัดสรรพร้อมที่พักอาศัยและเล้าไก่พื้นเมืองครอบครัวละ 1 ไร่ครึ่ง ส่วนที่ดินที่เหลืออีก 180 ไร่เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับใช้ในการทำการเกษตร คือไร่องุ่น ฟาร์มหมู บ่อเลี้ยงกบ และบริเวณบ้านของแต่ละครัวเรือนก็มีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองด้วย

 การดำเนินกิจการด้านการเกษตรนั้นมีบริษัทเอกชนคือ ซีพี เข้ามารับบริหารโครงการ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาบริหารจัดการและหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตร และธนาคารทหารไทยสนับสนุนการลงทุน คือให้กู้ทั้งในส่วนบุคคลสำหรับพื้นที่ที่เป็นบ้านพักอาศัยแต่ละครอบครัว ตามเงื่อนไขให้ผ่อนชำระเดือนละ 6,500 บาทต่อครอบครัว และเงินกู้เพื่อดำเนินธุรกิจเกษตรจำนวน 43.86 ล้านบาทในนามบริษัท เกษตรสันติราษฎร์ จำกัด ที่ครอบครัวสมาชิกตำรวจทั้งหมดในหมู่บ้านเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกัน โดยต้องชำระคืนเงินกู้ในอัตราเดือนละ 20,200 บาทต่อครอบครัว

 ด.ต.เดชอุดม บอกว่า หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์เปรียบเป็นแผ่นดินทองที่สร้างเงินสร้างรายได้เพิ่มให้แก่สมาชิกซึ่งล้วนเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยของสถานีตำรวจภูธรเกาะจันทร์ และหมู่บ้านนี้มีลักษณะเป็น “1 หมู่บ้าน 4 ผลิตภัณฑ์” คือมีรายได้จาก 3 อาชีพหลัก ได้แก่ ไร่องุ่น ฟาร์มหมู และบ่อเลี้ยงกบ ซึ่งสร้างรายได้รวมทั้งสิ้น  26,700 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน และอีก 1 อาชีพเสริมคือการเลี้ยงไก่พื้นเมืองซึ่งมีรายได้ขั้นต่ำเดือนละ 3,000 บาท

 “ตอนแรกที่ซีพี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และธนาคารทหารไทย เสนอโครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์เข้ามา ต้องการสมาชิกที่เป็นตำรวจ 40 ครอบครัว แต่คนสนใจเพียง 31 ครอบครัว ทั้งๆ ที่ตำรวจทั้งโรงพักมีกว่า 80 นาย เพราะหลายๆ คนไม่มั่นใจ ส่วนผมนั้นได้ปรึกษากับภรรยาอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการด้วยเหตุผลเดียวคือต้องการมีบ้าน มีที่ดินเป็นของตนเอง ทั้งนี้เพราะช่วงชีวิตที่ผ่านมาก็พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักตำรวจมาโดยตลอด หากไม่เข้าร่วมโครงการนี้ก็ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะมีบ้านมีที่ดินเป็นของตัวเองได้” ด.ต.เดชอุดม กล่าว 

 รายได้หลักของหมู่บ้านไร่องุ่นซึ่งซีพีจัดส่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญเข้าไปปลูกองุ่นไร้เมล็ดในระบบโรงเรือนปิด ปัจจุบันสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกจำหน่ายได้แล้วในชื่อ “ไร่องุ่นเกษตรสันติราษฎร์” สร้างรายได้ให้สมาชิกเดือนละ 1.8 หมื่นบาท

 ด้านนายเทิดพันธุ์ วัฒนลิขิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ซึ่งดูแลกิจการไร่องุ่นเกษตรสันติราษฎร์แห่งนี้ บอกว่า ที่ทางซีพีสนับสนุนทำไร่องุ่นไร้เมล็ด เพราะว่าองุ่นไร้เมล็ดเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีตลาดรองรับ จึงเลือกที่จะปลูกองุ่นแทนพืชตัวอื่น ที่สำคัญองุ่นไร้เมล็ดจากไร่องุ่นเกษตรสันติราษฎร์มีความแตกต่างจากองุ่นทั่วไปคือ เป็นองุ่นที่ปลูกในโรงเรือน ควบคุมการปลูกโดยนักวิชาการเกษตร จึงทำให้ผลิตผลที่ได้มีคุณภาพมีรสหวานอร่อย และปลอดภัยจากการใช้สารเคมี สะอาด เป็นองุ่นสายพันธุ์ดี 3 สายพันธุ์ด้วยกันคือ 1.พันธุ์แบล็กโอปอร์ มีผลทรงกลมสีดำ กรอบ เนื้อแน่น รสหวานชื่นใจ 2.พันธุ์ลูส เพิลเล็ท มีผลทรงกลมสีเหลืองทอง กรอบ หวานอร่อย  และ 3.พันธุ์ไข่ปลาคาร์เวียร์ มีผลทรงกลมขนาดเล็กสีดำคล้ายไข่ปลาคาร์เวียร์ มีรสหวานอมเปรี้ยว  ซึ่งทั้ง 3 สายพันธุ์เป็นองุ่นที่ให้ราคาดี มีราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 180-200 บาท

 เขา บอกอีกว่า ในช่วงแรกใช้เนื้อที่ทำไร่องุ่น 97 ไร่ เป็นระบบโรงเรือน 56 โรงเรือน แต่ละโรงเรือนปลูกองุ่นได้ 200 ต้น เฟสแรกที่ปลูกคาดว่าจะได้ผลผลิตโรงเรือนละราว 1,500 กก. จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตำรวจครอบครัวละ 1.8 หมื่นบาทต่อเดือนตามที่รับประกันไว้

 ขณะที่ นายสาโรจน์ เจียระคงมั่น ประธานคณะทำงานไร่องุ่นเกษตรสันติราษฎร์ บอกว่า องุ่นไร้เมล็ดรุ่นแรกเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว ช่วงแรกจะเน้นการทำตลาดใน จ.ชลบุรีและใกล้เคียง เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของภาคตะวันออก ส่วนในกรุงเทพฯ มีวางจำหน่ายเช่นกันที่อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 1 ถนนสีลม และอาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูน) ทุกวันศุกร์ นอกจากนี้ที่ไร่องุ่นเกษตรสันติราษฎร์ ยังมีการทำน้ำองุ่นสดๆ ด้วย ซึ่งอนาคตวางแผนที่จะพัฒนาไร่องุ่นเกษตรสันติราษฎร์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย

 ส่วนฟาร์มหมูใช้เนื้อที่ 65 ไร่ ประกอบด้วยโรงเรือนสุกรอนุบาล 4 หลัง และโรงเรือนสุกรขุน 6 หลัง พร้อมระบบบ่อหมักก๊าซชีวภาพเพื่อบำบัดของเสียจากมูลสุกร โดยมีบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการ ตรงนี้จะทำรายได้ให้สมาชิกเดือนละ 4,700 บาทต่อครอบครัว

 สำหรับการเพาะเลี้ยงกบนั้นทางซีพีได้ส่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดำเนินการเพาะเลี้ยงกบ ซึ่งตำรวจแต่ละครอบครัวจะได้รับรายได้เดือนละ 4,000 บาทต่อครอบครัว ขณะที่การเลี้ยงไก่พื้นเมือง ซึ่งเป็นอาชีพเสริมที่ให้ตำรวจเป็นผู้เลี้ยงเอง แต่ซีพีจัดส่งพ่อและแม่ไก่พื้นเมืองพันธุ์ดีให้ พอไก่ออกลูกแล้ว ซีพีรับซื้อลูกไก่คืนในราคาตัวละ 300 บาท ซึ่งตรงนี้บางผู้เลี้ยงมีรายถึงเดือนละ 1 หมื่นบาท แต่อย่างไรก็ตามทางซีพีได้ประกันรายได้ขั้นต่ำให้เดือนละ 3,000 บาท

 นี่เป็นส่วนหนึ่งของการไปเยือนหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งต้นแบบในการพัฒนาชุมชนโดยใช้ “การเกษตร” เป็นตัวนำสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตของตำรวจชั้นผู้น้อยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง