
ทม.กระบี่ผุดโครงการพันล้านแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า
แม้ว่าความต้องการใช้ "พลังงาน" จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในแทบทุกชุมชนทั่วโลก แต่กระแส "อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม" ก็มีความเชี่ยวกรากไม่แพ้กัน จะเห็นได้ว่าแม้แต่ประเทศไทยก็มีกระแสต่อต้านการผลิตพลังงานที่อาจเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ
ด้วยเหตุนี้ นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ นายปานชัยธรรศ จินดาพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส.อี.เอ เพาเวอร์ จำกัด นายกษิเดช เทียบรัตน์ ที่ปรึกษาบริษัท เอส.อี.เอ เพาเวอร์ จำกัด ได้ทำพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท เอส.อี.เอ เพาเวอร์ จำกัด กับเทศบาลเมืองกระบี่ เพื่อทำการศึกษาและผลิตพลังงานจากมูลขยะ
นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ ระบุว่า การศึกษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อมจากมูลขยะเพื่อพลังงานสะอาดสู่ชุมชน เป็นความร่วมมือกันในการจัดการขยะ โดยนำขยะเข้าสู่กระบวนการจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้า
ขั้นตอนในการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้าคือ การนำขยะเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยระบบไอน้ำภายในหม้ออบไอน้ำ กระบวนการคัดแยกขยะ โดยขยะเปียกหรือขยะชีวภาพจะถูกแยกออกมาเพื่อนำกลับมาใช้ หรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น
ส่วนขยะที่เหลือจากการคัดแยกจะนำเข้าสู่ขั้นตอนการแยกก๊าซที่มีอยู่ในขยะ เพื่อนำก๊าซที่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อไป
ทั้งนี้ในทุกขั้นตอนจะดำเนินการด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย และแต่ละขั้นตอนจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในโรงงาน ส่วนน้ำเสียที่ได้จากการคัดแยกขยะจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง
รศ.ดร.สิทธิชัย ตันธนะสฤษดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันว่า จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นไม่พบว่าการผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีนี้จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะมีการศึกษาอย่างละเอียดต่อไปว่าอาจส่งผลกระทบในด้านใดบ้าง
สำหรับขั้นตอนการศึกษาโครงการคาดว่าจะใช้เวลาราว 1 ปี ขณะนี้บริษัทเอกชนกำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การก่อสร้าง เครื่องจักร ระบบต่างๆ ในโรงงาน โดยจะมุ่งเน้นแก้ไขผลกระทบจากขยะ และการขาดแคลนกระแสไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การดำเนินการในส่วนนี้คาดว่าบริษัทเอกชนจะใช้เงินลงทุนทั้งโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนเทศบาลเมืองกระบี่จะรับผิดชอบเพียงการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างโรงงานซึ่งจะต้องใช้พื้นที่ประมาณ 25 ไร่ วางระบบจัดเตรียมขยะและขนขยะเข้าสู่กระบวนการผลิตไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะต้องรอผลสรุปเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การจัดทำเวทีประชาคม จัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม และความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลายในอนาคต
สิทธิชัย สิขวัตร



