ข่าว

มาร์คขอลางาน2วันไปสมัครรับเลือกตั้ง

มาร์คขอลางาน2วันไปสมัครรับเลือกตั้ง

18 พ.ค. 2554

"มาร์ค" ขอลาไปสมัครรับเลือกตั้ง 2 วัน ตั้ง "สาทิตย์" รักษาการ ครม. รับทราบข้อหารือ นายกฯ - กกต. “วรรณรัตน์” เลือก ส.ส. เขต ไม่ลง ปาร์ตี้ลิสต์ พร้อมเปิดตัว 2 อดีต ส.ส. กิจสังคม เข้าร่วมงาน ชพน. “ยิ่งลักษณ์”เริ่มงานนั่งหัวโต๊ะคณะทำงานด้าน ศก.พรรคเพื่อไทย เ

(18พ.ค.) น.พ. มารุต มัสยวานิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมรับได้ทราบรายงานของเลขาธิการครม. ว่าพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับ มีผลบังคับใช้แล้วหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  14 พ.ค.ที่ผ่านมา  นอกกจากนี้ยังมีวาระเพื่อทราบจร กรณีนายกรัฐมนตรีหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) กรณีการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี เช่นรถกันกระสุน หน่วยรักษาความปลอดภัย โดยนายกฯระบุว่าคำตอบที่ได้รับไม่ชัดเจน แต่ถ้าใช้ในราชการสามารถใช้ได้ตามปกติ แต่หากปราศรัยหาเสียงให้หลีกเลี่ยงเพราะอาจโดนร้องเรียนได้ เช่น การปราศรัยหาเสียงให้ไปรถส่วนตัว ส่วนขากลับสามารถเอารถกันกระสุนของราชการไปรับได้

 นายมารุต กล่าวว่า การปาฐกถาของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีก็สามารถทำได้หากไม่มีการปราศรัยหาเสียง แต่ให้หลีกเลี่ยงการดินเนอร์ทอล์ค และงานเลี้ยงทุกชนิด ส่วนการประชุมสัมมนาเชิงปฎิบัติการทางวิชาการ หากพูดตามปกติไม่เป็นไรแต่หากส่อไปในทางหาเสียงมีสิทธิถูกร้องเรียนได้ การไปเปิดงานหากมีงานเลี้ยงให้หลีกเลี่ยงทำเฉพาะที่จำเป็น โดยที่ไม่มีการหาเสียง ทั้งนี้การจัดงานที่รัฐมนตรีต้องไปมอบโล่ห์หรือรางวัลก็สามารถไปได้หากมีการเตรียมการไว้ก่อนล่วงหน้ายุบสภา แต่หากมีการเตรียมตอนนี้ก็ขอให้หลีกเลี่ยงด้วย

 รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า หากรัฐมนตรีจะลาเพื่อไปหาเสียงก็ให้ลากับนายกรัฐมนตรีก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่รับลากรณีเกินกว่า 3 วันทำการ ส่วนตัวนายกรัฐมนตรีหากลาก็จะตั้งรักษาการ โดยนายกฯแจ้งส่วนตัวจะลา 2 วันตั้งแต่พรุ่งนี้เพื่อไปสมัครระบบบัญชีรายชื่อ โดยนายกรัฐมนตรีได้ตั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขึ้นมาดูแลแทนและแจ้งให้ ครม.ได้รับทราบแล้ว

 นายมารุต กล่าวว่า การประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าหากจะมีการประชุมก็จะประชุมวันจันทร์เนื่องจาก อังคารเป็นการรับสมัคร ส.ส. ระบบเขตทั่วประเทศ

"สาทิตย์"ระบุ"มาร์ค"กำชับครม.ลากิจหาเสียงได้ไม่เกินสัปดาห์ละสามวัน

 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า นายอภิสิทธิ์ได้กำชับให้รัฐมนตรีลากิจได้ไม่เกิน 3 วันต่อสัปดาห์หลังจากมีการเปิดตัวผู้สมัครลงการเลือกตั้งวันแรก หากเกินกว่านี้นายกฯอาจไม่อนุมัติ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นจริงๆ นอกจากนี้ที่ประชุมยังพูดถึงข้อหารือของกกต.ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าทำได้หรือไม่ได้ อาทิ การร่วมงานดินเนอร์ทอล์กที่ควรหลีกเลี่ยง กรณีการใช้รถกันกระสุนที่ควรใช้เฉพาะเวลาราชการ การมอบพวงหรีดในงานศพวางได้เฉพาะส.ส.เขต ขณะที่ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่ควรวาง หรือวางได้เฉพาะญาติพี่น้องเท่านั้น ส่วนเรื่องทีโออาร์ไทย- กัมพูชา เกี่ยวกับการผู้สังเกตุการณ์จากประเทศอินโดนีเซียมายังพื้นที่ทับซ้อนที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยกัน

"ไชยยศ"พาอดีตส.ส.เพื่อแผ่นดินซบปชป.

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายไชยยศ จิระเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้นำนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ อดีตสมาชิกพรรคมัชฌิมาธิปไตย และนายนรพล ตันติมนตรี อดีตส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน มาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายนเรศเสนอตัวเป็นผู้สมัครส.ส.เขต 9 จ.เชียงใหม่ และนายนรพล เสนอตัวเป็นผู้สมัครส.ส.เขต 10 จ.เชียงใหม่

 นายไชยยศ กล่าวว่า สำหรับนายนรพลนั้น พรรคได้พิจารณาแล้วให้ลงสมัครในพื้นที่เขต 10 จ.เชียงใหม่ ส่วนนายนเรศเพิ่งมาสมัครวันนี้ (18 พ.ค.) จึงต้องรอกรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้การที่พรรคเพื่อไทยเตรียมที่จะไปเปิดตัวที่จ.เชียงใหม่นั้น ก็ไม่น่ามีปัญหาเพราะที่ผ่านมาพรรคได้ต่อสู้กับพรรคพลังประชาชนมาก่อน และจากนี้ไปจะหาคนมาสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ต่อ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรอตัดสินใจจากอดีต ส.ส. อีก 2 ราย ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคกลาง ทั้งนี้ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ที่ตนพามาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ มั่นใจว่าจะได้รับการเลือกตั้งคือใน จ.อุดรธานี ได้แก่ นายโชคสมาน สีลาวงศ์ อดีต รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ เขต 8 นายชัยรัตน์ โสดา อดีตส.ว.อุดรธานี ลงในพื้นที่เขต 6 และตนที่ลงเขต 4

 เมื่อถามว่าการเข้ามาอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ นายไชยยศ กล่าวว่า ไม่มีข้อตกลงอะไร ไม่มีเงื่อนไขเรื่องการได้ส.ส.ในโควตา แล้วจะได้เก้าอี้รัฐมนตรี ตนเข้ามาเพื่อช่วยประสานดึงคนมาลงสมัครในนามพรรคเท่านั้น

 นายนเรศ กล่าวว่า การที่ตนตัดสินใจมาลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์เป็นเพราะกระแสพรรคในเชียงใหม่ดีขึ้น ในเรื่องของนโยบายพรรค ซึ่งเท่าที่สัมผัสกระแสของพรรคเพื่อไทยก็ยังดีอยู่แต่ในทางการเมืองก็ต้องต่อสู้กัน และนำเสนอนโยบายพรรคที่ใหม่ๆ เข้าไป คิดว่าน่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ ทั้งนี้ตนทำงานในพื้นที่มาตลอด โดยอยู่ในทีมงานของ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย อดีตส.ว. และทีมงานของนายอุดรพันธ์ จัรทรวิโรจน์ นายกสมาคมกีฬา จ.เชียงใหม่

 ด้านนายนรพล กล่าวว่า ตนต้องสู้กับนายศรีเรศ โกษคำลือ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย การที่ย้ายมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่ามีโอกาสทำงานให้กับประชาชนมากกว่าและประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นเกษตรกรก็เห็นด้วย กับนโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์

“วรรณรัตน์”เลือก ส.ส. เขตไม่ลงปาร์ตีลิสต์

 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) ได้แถลงข่าวเปิดตัว นายวารุจ ศิริวัฒน์  และนายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ อดีต พรรคกิจสังคม ที่จะลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคชาติพัฒนาเพือแผ่นดิน โดนายวารุจ จะลงสมัครใน จ.อุตรดิตถ์ และ นายสมเจตน์ จะลงสมัครในจ.สุโขทัย  ทั้งนี้พรรคมั่นใจว่าทั้ง 2 จะได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอน

 ภายหลังงานแถลงข่าว นพ.วรรณรัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงการกำหนดผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคว่า ขณะนี้ได้วางตัวผู้สมัคร ทั้งในระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อเสร็จแล้ว  โดยตนจะลงรับเลือกตั้งในระบบเขต ที่เขต 1 จ.นครราชสีมา ส่วนบุคคลที่จะมาลงเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 นั้นขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามตนมองว่าการเปิดตัวผู้สมัครช้าหรือเร็วนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ใหกับพรรค เพราะการตัดสินใจเลือกผู้แทนนั้นขึ้นอยู่กับประชาชน

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1  น.พ.วรรณรัตน์กล่าวว่า ตนไม่ขอกล่าวล่วง อย่างไรก็ตามการทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ความเป็นผู้หญิงก็มีสิทธิทำได้ ส่วนจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของประชาชน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเลือกตั้งครั้งนี้อยากได้หมายเลขใดในการหาเสียง นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า อยากได้ตัวเลขเดียว เพราะจดจำง่าย ซึ่งภายหลังได้หมายเลขแล้ว พร้อมจะหาเสียงในพื้นที่ได้ทันที

“ยิ่งลักษณ์”เริ่มงานนั่งหัวโต๊ะคณะทำงานด้าน ศก.พรรคเพื่อไทย

 นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรค เพื่อหารือถึงนโยบายระบบขนส่งมวลชนว่า ที่ประชุมได้หารือถึงนโยบายรถไฟฟ้า โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเป็นประธานในการประชุม ทั้งนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ได้กำชับให้ที่ประชุมดูในเรื่องของความชัดเจนของนโยบายรถไฟฟ้า 10 สาย เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในการเดินทางเข้าออกกทม.และปริมณฑลในราคาที่ไม่แพง ซึ่งกำหนดเอาไว้ว่าค่าบริการน่าจะอยู่ที่ 20 บาทตลอดสายในทุกเส้นทาง

 ด้านนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รถไฟฟ้าเป็นแผนแม่บทตั้งแต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะเร่งดำเนินการให้มีรถไฟฟ้าครบทั้ง 10 สายโดยเร็ว คาดว่าจะสามารถสร้างเสร็จตามแผนได้ภายในเวลา 10 ปี  อย่างไรก็ตามพรรคอยากจะเห็นรถไฟฟ้าเป็นรถขนส่งมวลชนอย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันค่าโดยสารรถไฟฟ้าในการเดินทางนั้นค่อนข้างสูง ดังนั้นในการประชุมครั้งต่อไปจะมีการนำเสนอรายละเอียดเนื้อหาด้วยว่า ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายนั้นเราสามารถที่จะทำได้ ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ รวมถึงแผนที่ในการเดินรถต่าง ๆ อีกด้วย

 ขณะที่น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. กล่าวว่า โครงข่ายรถไฟฟ้านั้นจะต้องเชื่อมโยงกับด้านอื่นๆด้วย ดังนั้นการเดินทางในราคาถูกจะเป็นสิ่งจูงใจให้ผู้ที่มีรายได้น้อยและประชาชนที่มีที่พักอาศัยอยู่ชานเมืองสามารถเดินทางเข้ามาทำงานในกทม.ได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ การขยายความเจริญก็จะกระจายไปยังชานเมืองและปริมณฑลมากขึ้นด้วย ซึ่งจะสามารถลดความแออัดลงได้มาก อีกทั้งยังเป็นการลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ให้ประชาชนใรเหลือไว้สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

เสื้อแดงแห่เยี่ยม"จตุพร-นิสิต"จนต้องจัดระเบียบ

 เสื้อแดงแห่เยี่ยม "จตุพร-นิสิต"  จน จนท.ต้องจัดระเบียบห้ามเยี่ยมเกิน 200 คนต่อวัน พร้อมกำชับห้ามร้องเพลงเชียร์หรือส่งเสียงดังรบกวนการเยี่ยมผู้ต้องขังอื่น
 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร เป็นวันแรกภายหลังติดวันหยุดราชการ 5 วัน ว่า กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงกว่า 300 คน ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายจตุพรและนายนิสิต โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีแกนนำนปช. คนสำคัญ อาทิ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายขวัญชัย ไพรพนา นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายสมหวัง อัศราศี นางพรหมภัสสร พรหมพันธุ์ ภรรยานายจตุพร และนางเอมอร สินธุไพร ภรรยานายนิสิต มารอเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังทั้ง 2 คน สำหรับบรรยากาศการรอเข้าเยี่ยมวันแรกค่อนข้างชุลมุนวุ่นวาย เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังรายอื่น เนื่องจากกลุ่มนปช. ได้เข้ามารวมตัวกันและส่งเสียงร้องเพลง “สามเกลอ” และ “ หัวใจผูกพัน ” ซึ่งเป็นที่นายจตุพรเป็นคนแต่ง ด้านหน้าห้องเยี่ยม จนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศตักเตือนให้อยู่ในความเรียบร้อย และให้หยุดร้องเพลงเนื่องจากเป็นการรบกวนการเยี่ยมญาติของผู้ต้องขังอื่น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ประสานกับนายสมหวังให้จัดระเบียบการเยี่ยมแกนนำนปช.ในวันต่อไป โดยจะกำหนดไม่ให้ลงทะเบียนเข้าเยี่ยมเกิน 200 คนต่อวัน สำหรับญาติของนายจตุพรและนายนิสิต เรือนจำอนุโลมให้ใช้สิทธิในการเยี่ยมพิเศษแยกต่างหากจากการเยี่ยมของกลุ่มมวลชนอีกวันละ 15 นาที

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงได้เข้าไปซื้อของเยี่ยมจำนวนมากจากร้านค้าสวัสดิการเรือนจำ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำผลไม้ และขนมปัง โดยนายสมหวัง ทำหน้าที่ดูแลของเยี่ยมทั้งหมด นอกจากนี้บริเวณด้านหน้าห้องเยี่ยมได้มีกลุ่มนปช.นำหนังสือความลับหลังฉากเผาเซ็นทรัลเวิร์ล และซีดีมาจำหน่ายด้วย ส่วนบริเวณด้านนอกรั้วเรือนจำ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้นำรถยนต์มาจอดกินพื้นผิวการจราจรบนถนนงามวงศ์วานไป 1 ช่องทาง เพื่อวางจำหน่ายสินค้าที่ระลึกการชุมนุมของคนเสื้อแดง

 ด้านนายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่าขณะนี้นายจตุพรปรับตัวเข้ากับเรือนจำได้แล้ว เพราะอยู่มาหลายวัน ซึ่งการเข้าเยี่ยมนายจตุพรทางเรือนจำจะจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยเพื่อให้ไม่กระทบกับญาติผู้ต้องขังรายอื่น