
หึงโหดสามีแอบมีกิ๊กคว้า.22ยิงกกหูดับ
เมียหึงโหดคว้าปืนยาว .22 ยิงกกหูผัวดับ หลังจับได้แอบไปมีกิ๊ก แถมส่งข้อความด่าผ่านโทรศัพท์ อีกรายที่จ.สระแก้ว ภรรยาหึงโหดยิงสามี ส.อบต.ท่าข้าม ท้องทะลุสาหัส หลังจับได้แอบไปมีเมียน้อย
(18พ.ค.) เวลา 00.30 น. ร.ต.อ.แสวง สนูหมื่น พงส.(สบ.1) สภ.เมืองสิงห์บุรี รับแจ้งเหตุคนถูกยิงที่บ้านเลขที่ 62/87 หมู่ที่.6 (หมู่บ้านจรรยาภรณ์) ต.โพกรวม อ.เมือง จ.สิงห์บุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.วิชา บุญส่ง สวป.สภ.เมืองสิงห์บุรี และชุดสายสืบ พบบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นบ้านทาวเฮาส์ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องโถงพบรอยเลือดอยู่บริเวณภายในบ้านส่วนคนเจ็บมูลนิธิกู้ภัย สิงห์บุรี นำร่างส่ง รพ.สิงห์บุรี ไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนมือปืนเป็นหญิงสาวยืนร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนสติแตก โดยในมือถือปืนยาวไว้ ยี่ห้อ CZ ขนาด.22 จึงได้ควบคุมตัวไว้ ทราบชื่อคือ นางธมลวรรณ มุลนาลา อายุ 36 ปี เป็นภรรยาผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนางธมลวรรณ และยึดปืนยาวไว้เป็นหลักฐาน และรุดไปที่ รพ.สิงห์บุรี เพื่อดูผู้บาดเจ็บ
แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไว้เสียชีวิตที่ รพ.สิงห์บุรี ทราบชื่อนาย มานะ เยียวยา อายุ 44 ปี ทำงานอยู่ที่โรงงานกระดาษ บริษัท น๊อสเกสคู้ค จำกัด เป็นพนักงาน PM ถูกยิงที่บริเวณใบหูด้านซ้าย กระสุนฝังในด้วย ปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 นัด โดยผู้ตายเป็นน้องชายของ ดต.เสน่ห์ เยียวยา ผบ.หมู่จราจร สภ.เมืองสิงห์บุรี
สอบสวนนางธมลวรรณ มุลนาลา ทราบว่า ได้แต่งงานอยู่กินกับนายมานะ เยียวยา มาได้ 3 ปี และได้ซื้อบ้านทาวเฮาส์ 2 ชั้น (หมู่บ้านจรรยาภรณ์) บ้านเลขที่ 62/87 หมู่ที่.6 ต.โพกรวม อ.เมือง จ.สิงห์บุรี แต่ยังไม่มีบุตรด้วยกัน ต่อมาตนจึงได้ไปทำงานที่บริษัทไทยดี ทาฮาล่า จ.ชลบุรี และเวลาว่างก็ขายของตามตลาดนัดใน จ.ชลบุรี ประมาณ 1 เดือนถึงจะกลับมาบ้านที่สิงห์บุรี ตนได้กลับบ้านมาประมาณ 10 วัน ก็มีผู้หญิงที่ทำงานในโรงงานเดียวกันกับสามี ได้ส่งข้อความมาด่าทางโทรศัพท์ข้อความหยาบคาย ตนทนไม่ไหวจึงได้วางแผนชวนสามีออกไปทานอาหาร และดื่มสุรานอกบ้าน 3 วันติดกัน และหลอกถามถึงผู้หญิงที่มาติดพันสามี จนสามีได้ยอมรับสารภาพ ทั้งหมดว่า ได้เสียกับผู้หญิงที่ทำงานที่เดียวกันจริง และนายมานะ เยียวยา ยังได้บอกจะเลิกกับผู้หญิงคนดังกล่าว และก่อนเกิดเหตุ ตนก็ได้ชวนสามีออกไปกินอาหารนอกบ้าน และตนก็ได้ดื่มเหล้ากับสามีด้วย
และหลังจากกลับเข้ามาบ้าน ก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ แต่กลับมีปากเสียงทะเลาะกัน โดยสามีได้ฉุดกระชากแขนตนอย่างแรง จนเป็นรอยช้ำ ด้วยความโมโห จึงได้วิ่งขึ้นไปบนบ้านชั้น 2 คว้าปืนยาวยี่ห้อ CZ ขนาด .22 ยิงไปที่สามี 1 นัด จนสามีล้มลง และด้วยความตกใจ ตนจึงร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ให้นำร่างนายมานะ ส่ง รพ.สิงห์บุรี แต่นายมานะ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว จึงได้เสียชีวิตที่รพ.สิงห์บุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนางธมลวรรณ มุลนาลา ไว้ดำเนินคดีต่อไปในข้อหาฆ่าคนตาย.
อีกรายเมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ ร.ต.อ.เสถียร วงศ์อุดมธรรม พนักงานสอบสวนเวร สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่ 16/1 ม. 5 บ้านโคกสะแบง ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุบิน บุญเล็ก ผกก.ฯพ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.ฯ และ พ.ต.ท.ธรรมวิทย์ เดชแก้วพิจิตร สว.สส.สภ.คลองลึก และ จนท.หน่วยกู้ภัยอรัญประเทศ รีบรุดไปที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุที่บ้านเลขที่ 16/1 ม. 5 บ้านโคกสะแบงฯมีชาวบ้านมุงล้อมจำนวนมาก เมื่อจนท.กันชาวบ้านออกห่างจุดเกิดเหตุแล้วพบกองเลือดกองอยู่บริเวณหน้าบ้านข้างรถ จยย.ยี่ฮ้อ ฮอนด้า โซนิค สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และบริเวณหน้าบ้านพบนางปราณี บุญประกอบ อายุ 40 ปี เจ้าของบ้านยืนถือปืนลูกซองยาว(เดี่ยว) รอมอบตัวอยู่หน้าบ้าน และผู้ที่ถูกยิง ได้รับบาดเจ็บสาหัส คือนายสิงห์ทอง บุญประกอบ อายุ 60 ปี ส.อบต.ท่าข้าม และอดีตประธานสภา อบต.ท่าข้าม สามีของนางปราณี
จากการสอบสวนทราบว่านายสิงห์ทอง บุญประกอบ ซึ่งเป็นสมาชิกอบต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อดีตเป็นประธานสภาอบต.ท่าข้าม และเป็นสามีของนางปราณี บุญประกอบ ได้อยู่กินกันที่บ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งนางปราณี รับสารภาพกับ จนท.ว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมาตนจับได้ว่านายสิงห์ทองฯสามีไปลักลอบมีเมียน้อยเป็นหญิงในหมู่บ้าน อีกทั้งหญิงที่สามีไปติดพันเป็นโรคร้ายแรง จึงเกิดทะเลาะกัน และนายสิงห์ทอง รับปากว่าจะเลิกกับหญิงคนดังกล่าว
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.คืนวันที่ 17 พ.ค. 54 นางปราณี ได้ไปพบเบอร์โทรศัพท์ของหญิงคนดังกล่าวในโทรศัพท์มือถือสามี จึงลบทิ้งทำให้สามีไม่พอใจเข้าทำร้ายตบตีนางปราณี จนเกิดการทะเลาะกันรุนแรงจนนางปราณีเขียวช้ำไปทั้งตัว กระทั่งมีชาวบ้านมาห้าม นายสิงห์ทอง จึงขี่รถ จยย.ออกจากบ้านไปนอนค้างที่อื่น
ต่อมาเวลาประมาณ 06.30 น.วันที่ 18 พ.ค. นายสิงห์ทอง บุญประกอบ ได้ขี่จยย.ฮอนด้า โซนิค สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าจอดหน้าบ้านนางปราณี ซึ่งยังเคืองแค้น เห็นนายสิงห์ทอง กลับเข้ามา จึงไปคว้าปืนลูกซองยาว ซึ่งเป็นปืน อพป.(อาสาสมัครพัฒนาและป้องกันตนเองหมู่บ้านชายแดน)ของทางราชการ เมื่อนายสิงห์ทอง ขี่จยย.มาจอดหน้าบ้านนางปราณี จึงยิงเข้าใส่นายสิงห์ทอง ทันที 1 นัด ถูกบริเวณท้องใต้ราวนม ล้มลงจมกองเลือดอยู่ข้าง รถ จยย. เพื่อนบ้านจึงช่วยกันนำร่างที่โชกด้วยเลือดของนายสิงห์ทอง ส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ จากนั้นแพทย์โรงพยาบาลอรัญประเทศ ได้ส่งนายสิงห์ทอง ต่อไปโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว เนื่องจากกระสุนถูกบริเวณท้องใต้ราวนมอาการสาหัส
ส่วนนางปราณี บุญประกอบ ยืนถือปืนของกลาง รอมอบตัวกับตำรวจ จนท.จึงคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.คลองลึก พร้อมตั้งข้อหาใช้ปืนยิงผู้อื่นโดยเจตนา ต่อไป



