
"เพื่อไทย"เมินปชป.ท้าดีเบตโต้"มาร์ค"ดีแต่พูด
"ปลอดประสพ"เมินปชป.ท้าดีเบต ระบุ ทุกพรรคเสนอนโยบายไปแล้วจะมาทะเลาะต่อหน้าประชาชนทำไม ด้านณัฐวุฒิ ชี้ ปชป.ท้าจัดดีเบตเพราะ"มาร์ค" ดีแต่พูด ขณะที่เสี่ยตือ ชู ยิ่งลักษณ์ ทางเลือกใหม่ประชาชน เตือนหากเป็นนายกฯอย่าทำอะไรตามใจแนะให้ดูอดีตเป็นตัวอย่าง
(17พ.ค.) นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีพรรคประชาธิปัตย์ท้าให้มีการประชันวิสัยทัศน์ (ดีเบต)ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ว่า ตนจำได้ว่าในไทยไม่เคยมีการมาท้าดีเบตแต่พูดเรื่องนี้ครั้งแรกโดยนายอภิสิทธิ์ ไปพูดท้านายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีและมาครั้งนี้นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ที่สนับสนุนท้าดีเบตหมด ตนอยากถามว่าจะท้าทำไมในเมื่อทุกพรรคเสนอนโยบายแต่ละพรรคไปแล้ว ประชาชนก็เห็นแล้ว ดังนั้นการให้คนมาเถียงและทะเลาะกันต่อหน้าประชาชนอีกจะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ตนมองว่าการดีเบตเป็นการใช้คำพูดมาทำงานการเมืองเพื่อท้าตีท้าต่อยกับคนอื่น ฉะนั้นขอให้พอเรื่องนี้กันเสียที
ส่วนความชัดเจนเรื่องการจัดส่งส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น พรรคจะจัดลำดับจากหัวไปหางเมื่อได้ลำดับที่ 1 แล้ว ก็จะเริ่มที่ลำดับ 2-20 ไปจนครบ และลำดับเซฟโซนคือลำดับที่ 70 ขึ้นมา ทั้งนี้ตนวิเคราะห์ว่า คำพูดของนายสุเทพ ที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ส.ส. 200 เสียง เป็นความต้องการเพิ่มคะแนนของพรรคตัวเองจากเดิมที่ได้ 160 อีก 40 รวมเป็น 200 คะแนน เพื่อจะได้มีอำนาจต่อรองในการตั้งรัฐบาลและทวงกระทรวงใหญ่กลับคืนจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นนโยบายเขี่ยทิ้งภูมิใจไทย
นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ บอกว่าจะแพ้เพื่อไทยเพียง 4-5 คะแนน เพื่อให้ใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทย ตนเชื่อว่า พรรคเพื่อไทย จะชนะพรรคประชาธิปัตย์ 60-70 คะแนน และจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่อาจเชิญพรรคพวกมาร่วมด้วยนิดหน่อยเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงอย่างไร นายปลอดประสพ กล่าวว่า ตัวเลขที่ออกมาไม่ใช่ตัวเลขจริง และเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เงินเพียง 1.5 ล้านบาท แต่เราก็จะทำตามกฎหมายทุกอย่าง
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวกรณีพรรคประชาธิปัตย์วิพากษ์วิจารณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีลำดับที่ 1 เพื่อไทย ว่า ปฏิกิริยาพรรคประชาธิปัตย์เป็นการแสดงอาการตื่นตัวโดยออกมายื่นคำท้าให้ดีเบตระหว่างนายอภิสิทธิ์กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่าการดีเบตของนายอภิสิทธิ์จะได้เปรียบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนขอถามไปนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ว่าการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา ไม่สงสารประชาชนคนไทยบ้างหรือ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีแต่พูด เมื่อพ้นตำแหน่งนายกฯก็ยังหาเวทีพูดอีก ต้องเรียนว่าคนไทยเขาเห็นตัวตนของนายอภิสิทธิ์กันหมดแล้ว ดังนั้นคำดีแต่พูดจึงเป็นคำจัดกัดความที่สั้นสำหรับนายกฯคนนี้
นโยบายและผลงานในอดีตของพรรคเพื่อไทย เป็นเครื่องยืนยันกับประชาชนว่าเราไม่ต้องดีเบต เพราะเราดีกว่า และมั่นใจว่าผลงานที่ผ่านมาจะทำให้ประชาชนไว้ไว้วางใจการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนท่าทีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าหากเลือกพรรคเพื่อไทยได้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นหุ่นเชิดและตัวแทนพ.ต.ท.ทักษิณ ถามว่านายสุเทพ พูดโดยเจตนาหรือไม่รับรู้ข้อเท็จจริง ที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์บริหารกิจการระดับพันล้าน และถือเป็นอาจารย์ของนายอภิสิทธิ์ได้ เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้ ฉะนั้นคนที่ผ่านการทำงานมามากอย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงมีสติปัญญา มีความรู้ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่จะพาประเทศออกจากวิกฤติได้ ต่างจากนายอภิสิทธิ์ที่เป็นหุ่นเชิดของอำนาจนอกระบบ ไม่มีต้นทุนเรื่องความสามารถธุรกิจ เมื่อมานั่งเก้าอี้นายกฯประเทศจึงมีสภาพอย่างที่เห็น มีข่าวการคอรัปชั่นตลอด ดังนั้นสโลแกนง่ายๆในการเลือกตั้งคือเลือกยิ่งลักษณ์ ได้นโยบายทักษิณ แต่ถ้ารักสุเทพกับเนวินเลือกอภิสิทธิ์
“พรรคเพื่อไทย พร้อมเดินทางกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อสู้ในสนามเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมสู้กับความกดดันและการแทรกแซงทุกระดับ หากเห็นว่าเห็นนายอภิสิทธิ์เก่งจนน.ส.ยิ่งลักษณ์เปรียบเทียบไม่ได้ ถ้ามั่นใจขนาดนั้นอย่าโกงผู้หญิง หรือใช้อำนาจนอกระบบมาแทรกแซงการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาล อย่าใช้อำนาจนอกระบบมาทำลายความตั้งใจของประชาชน ” นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การเมืองอยู่ในบรรยากาศการเลือกตั้ง จึงขอให้อำนาจนอกรระบบและกลไกรัฐที่ไปเป็นเครื่องมือ มีสำนึกในประชาธิปไตย ยุติการสั่งการและปฏิบัติในพื้นที่เลือกตั้ง เพราะในเวลานี้มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงไปเช่าบ้าน ทำสัญญาณเช่า 3 เดือน ตั้งจานดาวเทียมคอยดูความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และยังไปสอบถามจากชาวบ้านว่าใครเชียร์พรรคไหนหรือเป็นหัวคะแนนของใคร ซึ่งวิธีการแบบนี้ขอให้หยุดเสียเพราะเขารู้ทัน จึงเรียกร้องให้ทำการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะออกมาสมัครรับเลือกตั้งได้ทันในวันที่ 19 พ.ค.นี้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทีมทนายได้ดำเนินการยื่นเรื่องในวันที่ 18 พ.ค.เพื่อขอให้นายจตุพร ได้ออกมาสมัครรับเลือกตั้งได้ทัน ไปพร้อมกับการยื่นประกัน เชื่อว่าไม่มีอะไรที่ซับซ้อน คิดว่าเวลา 1 วัน ศาลคงวินิจฉัยได้ อย่างไรก็ตามเราจะไม่ไปก้าวล่วง ส่วนที่กกต.มองว่าหากมีชื่อในระบบบัญชีรายชื่อไม่ต้องมาสมัครเองก็ได้ ก็เป็นวิธีคิดของกกต. แต่เรามองว่าในประเทศประชาธิปไตยที่มีสิทธิ์จะไดออกมาดำเนินการตามระบบประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 19 พ.ค.นี้ จะเกิดเหตุรุนแรงหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่รุนแรงมาตั้งแต่ต้น ถ้าไม่มีมือที่ 3 ที่ 4 เข้าไปปั่นป่วนสร้างความรุนแรง ก็จะเริ่มต้นและจบลงอย่างสงบ และในวันดังกล่าวจะไม่มีการปราศรัยทางการเมือง แต่จะรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม และแกนนำคนเสื้อแดงที่ลงสมัครรับเลือกตั้งจะเดินทางไปร่วมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่จะไม่มีส่วนร่วมในการจัดการชุมนุมแต่อย่างใด
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปว่า เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งแรกที่มีการเสนอสุภาพสตรีเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้มองเห็นถึงความก้าวหน้าของสังคมไทยอีกระดับหนึ่งของการให้สิทธิสตรี ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาสังคมไทยก็พยายามชูสิทธิสตรีในทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ หรือ ทหาร เพราะฉะนั้นการเสนอชื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯจึงถือเป็นการพัฒนาสิทธิสตรี และความเท่าเทียมกันได้ในระดับหนึ่ง ทำให้มีสีสัน และน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจขนาดใหญ่ เหมือนกับพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอาจจะนำระบบทางธุรกิจมาทำกับการเมืองเหมือนกับสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ คิดว่าจะได้ความแปลกใหม่ประชาชนน่าจะเป็นทางเลือกและมีความหลากหลายมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นหรือไม่เพราะเป็นคนในครอบครัวชินวัตร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าจะมองว่าเป็นความขัดแย้งมันก็ขัดแย้ง ขนาดนายสมัคร สุนทรเวช เป็นคนนอกครอบครัวชินวัตรก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมีนี เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจคนมอง คิดว่าถ้าละวางเรื่องส่วนตัว และการคืนความปกติให้กับสังคมมันก็น่าจะสงบได้ ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ประชาชนจะตัดสินใจอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับประชาชน เชื่อว่าถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ชนะเลือกตั้งแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจคงทำได้ยาก เพราะวันนี้การเมืองเปลี่ยนไปแล้ว การเมืองภาคประชาชนแข็งแรง ในอดีตที่ผ่านมามีให้เห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้อง และประชาชนไม่เอาด้วย รัฐบาลก็ไม่สามารถจะไปได้
“อย่าไปกลัวเงาของพ.ต.ท.ทักษิณ อย่าไปกลัวกับเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้น ขอให้เชื่อในพลังของประชาชนที่จะชี้นำประเทศได้ดีกว่าพรรคการเมือง” นายสมศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกับการเริ่มมีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือน.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คนที่ขุดคุ้ยเรื่องนี้ตั้งแต่แรกก็ตายตั้งแต่ยังไม่เกิด เพราะสังคมไทยรู้ดีจะเห็นได้จากเมื่อออกมาก็ถูกเบรกกันเป็นแถว ไม่ใช่สุภาพบุรุษ อยากเห็นทุกฝ่ายเคารพในความเป็นคน และเคารพที่มา ที่ไปของแต่ละคนไม่ใช่ว่าพอคนนี้มาสมัครส.ส.คุณก็ไปบอกว่าเขาชั่ว เขาเลวไปหมด ตรงนี้ถือว่าสิ่งที่ทำลายสถาบันการเมือง ไม่มีใครทำลายสถาบันการเมืองได้ดีเท่ากับคนในสถาบันการเมืองทำกันเอง อย่าไปดูถูกประชาชน อย่าคิดว่าประชาชนไม่รู้ เขาแยกแยะได้ ถ้าฝ่ายการเมืองมาสาวไส้ตอแยกันเองจะเป็นอันตรายต่อระบอบ



