ข่าว

ชาวซูริกลงมติไม่ยกเลิก"ท่องเที่ยวเพื่อฆ่าตัวตาย"

ชาวซูริกลงมติไม่ยกเลิก"ท่องเที่ยวเพื่อฆ่าตัวตาย"

17 พ.ค. 2554

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในนครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ออกมาลงคะแนนว่า จะรับหรือไม่รับ 2 ข้อเสนอที่เกี่ยวกับการุณยฆาต หรือให้ความช่วยเหลือผู้ต้องการฆ่าตัวตายให้สิ้นลมอย่างสงบ คือ 1.ข้อเสนอให้ยกเลิกบริก

       ทั้งสองมาตรการ เสนอโดยพรรคการเมืองอนุรักษ์ ขณะที่พรรคการเมืองหลักทั้งแนวซ้ายและขวา ร้องผู้สนับสนุนให้โหวตคว่ำทั้งสองข้อ
  
        และผลปรากฏออกมาว่า ไม่รับ โดย 85% ค้านข้อเสนอแรก และ 78% ค้านข้อเสนอที่สอง
  
        ขณะที่การุณยฆาต ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันแบบหาข้อสรุปได้ยากในหลายประเทศทั่วโลก แต่ในสวิตเซอร์แลนด์ การฆ่าตัวตายโดยมีผู้ช่วยเหลือที่มิใช่แพทย์ เป็นเรื่องถูกกฎหมายมาตั้งแต่ปี 1941 ทำให้ประเทศนี้เป็นปลายทางสุดท้ายของบรรดาเพื่อนบ้านใกล้เคียง เดินทางไปปลิดชีวิตตนเองที่นั่นอย่างสงบ

          ในสวิตเซอร์แลนด์ บุคคลสามารถรับความช่วยเหลือทางอ้อมให้ฆ่าตัวตายได้ เช่น การจัดหาสารพิษให้ โดยต้องไม่เกิดจากความเห็นแก่ตัว หรือทำไปเพื่อผลประโยชน์ แต่การช่วยเหลือทางตรง เช่น ช่วยป้อนสารพิษ หรือฉีดสารพิษให้ ไม่อนุญาตให้ทำได้
 
        สถิติพบว่า มีการฆ่าตัวตายในลักษณะนี้ประมาณ 200 คนต่อปีในซูริก ในจำนวนนี้ มีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วยจำนวนมาก

         แม้ผลหยั่งเสียงหลายครั้งก่อนหน้านี้ชี้ว่า ชาวสวิสส่วนใหญ่ไม่คัดค้านการุณยฆาต แต่จำนวนมากรู้สึกอึดอัดที่ประเทศได้กลายเป็นที่รู้จักในเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อฆ่าตัวตาย
  
     โดยเฉพาะซูริก เป็นข่าวพาดหัวบ่อยๆ ในช่วงสองสามปีมานี้ ว่ามีผู้ป่วยและสิ้นหวังจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และอีกหลายชาติ เดินทางไปเพื่อจบชีวิตที่นั่นอย่างสงบเพราะในประเทศของตน ไม่มีกฎหมายรองรับ โดยมีคลินิกท้องถิ่นในซูริกชื่อ "ดิกนิทาส" ช่วยเหลือชาวต่างชาติปลิดชีพตนเองแล้วจำนวน 1,138 คนในช่วง 10 ปีถึงสิ้นปี 2553 ส่วนใหญ่มาจากเยอรมนี  
 
      การค้นพบโถบรรจุเถ้ากระดูกของชาวต่างชาติหลายสิบใบ ในทะเลสาบซูริกเมื่อปีที่แล้ว ช็อกคนท้องถิ่นอย่างมาก สะท้อนถึงจำนวนผู้ป่วยต่างแดนที่ไปรับบริการการุณยฆาตที่นั่น และหลายคนได้ตายสมใจเพียงวันสองสองวันเท่านั้นหลังไปถึงซูริก ทำให้ฝ่ายรณรงค์ต่อต้านใช้เป็นข้อเรียกร้องว่า นี่ไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ซูริกสมควรได้รับ ทำไมสวิตเซอร์แลนด์จึงกำลังทำสิ่งที่ประเทศอื่นๆ ไม่อนุญาต
 
      ขณะที่ เอ็กซิต องค์กรอีกแห่งที่มีนโยบายช่วยการุณยฆาตเฉพาะผู้พำนักถาวรในประเทศเท่านั้น เพราะมองว่าเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ต้องอ่านประวัติการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยทั้งหมด และต้องพูดคุยหารือกับคนไข้และญาติ        
 
       ผลโหวตที่ออกมาว่า ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกบริการการุณยฆาตนี้ สะท้อนถึงทัศนคติอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวสวิสว่า นี่เป็นสิทธิอย่างหนึ่งของปัจเจกบุคคลในการตัดสินใจว่า จะตายเมื่อไหร่และอย่างไร
 
     ส่วนการปฏิเสธข้อเสนอจำกัดการช่วยเหลือฆ่าตัวตายเฉพาะผู้ที่อาศัยในซูริก สะท้อนเช่นกันว่า ในการตัดสินใจออกเสียงนั้น ความวิตกภาพลักษณ์เสื่อมเสียในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเพื่อฆ่าตัวตาย มีน้ำหนักน้อยกว่าจุดยืนที่ว่า สิทธิที่จะตาย เป็นสิทธิสากล
 
      อย่างไรก็ดี การถกเถียงในประเด็นนี้ในสวิตเซอร์แลนด์ยังดำเนินต่อไป ผลสำรวจหลายครั้งชี้ว่า ชาวสวิสต้องการกฎหมายระดับชาติที่มีความชัดเจนในเรื่องของเงื่อนไขการช่วยเหลือผู้ต้องการฆ่าตัวตาย และรัฐบาลสวิสก็มีแผนจะแก้ไขกฎหมายระดับชาติในเรื่องนี้อยู่ โดยกำลังร่างหลักประกันว่าการให้ความช่วยเหลือการฆ่าตัวตายนั้น จะต้องเป็นหนทางสุดท้ายแล้วจริงๆ สำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งอาจช่วยจำกัดการท่องเที่ยวเพื่อฆ่าตัวตายได้ในเวลาเดียวกัน