
ไทย-ลาวหนุนความร่วมมือชายแดนผลักดันค้าขายระหว่าง 2 ประเทศ-ดันเศรษฐกิจเติบโต
ไทย-สปป.ลาวเร่งพัฒนาความร่วมมือชายแดน ดันสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ตามกำหนด พร้อมเดินหน้าจัด 3 กิจกรรมหลักส่งเสริมด้านการค้าระหว่าง 2 ประเทศ คาดปีนี้เศรษฐกิจลาวขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8%
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 18 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมหารือกับนายทองสิง ทำมะวง ผู้นำ สปป.ลาว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ สปป.ลาว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพัฒนาความร่วมมือบริเวณชายแดนให้มีสันติภาพ และมิตรภาพเพื่อเป็นชายแดนตัวอย่าง โดยทั้งสองฝ่ายจะมีการเปิดสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 และจะเร่งรัดการสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ให้เป็นไปตามที่กำหนด
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นด้วยให้มีการประสานงานระดับหน่วยงานท้องถิ่นกับส่วนกลางมากขึ้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงประเด็น และทันท่วงที
ทางด้านการค้าไทยและสปป.ลาว จะมีการจัด บิซิเนส ซัมมิท ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดระหว่าง สปป.ลาว กับจังหวัดทางภาคอีสาน และจังหวัดภาคเหนือที่มีชายแดนติดต่อกัน มีกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ได้แก่งานแสดงสินค้า ลาว-ไทย เทรด เอ็กซิบิชั่น, งานจับคู่ธุรกิจ หรือบิซิเนส แมทชิ่ง และการประชุมสุดยอดระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุโครงการความร่วมมือที่สำคัญหลายเรื่องครอบคลุมเรื่องที่สำคัญ เช่น การสนับสนุนภาคเอกชนจัดงานแสดงสินค้าอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง การจัดทำบัตรพิเศษ หรือ ไทย-ลาว บิซิเนส คาร์ด ให้แก่นักธุรกิจทั้งสองฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการข้ามแดน การจัดตั้ง เอสเอ็มอี คลินิก ในจังหวัดชายแดนของแต่ละฝ่าย
นายอลงกรณ์กล่าวว่า เศรษฐกิจของสปป.ลาวในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 8 เนื่องจากได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และผลประกอบการทางเศรษฐกิจเมื่อปีงบประมาณ 2553 ก็สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ทุกด้าน สำหรับสินค้าส่งออกที่เป็นรายได้หลักของ สปป.ลาว ยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก เช่น ทองแดง ทองคำ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และไฟฟ้า ประกอบกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ยังมีความแข็งแกร่ง เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจโตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ รัฐบาลของสปป.ลาว ยังมีแผนจะให้สัมปทานโครงการลงทุนขนาดใหญ่กว่า 40 โครงการ และใช้ตลาดหลักทรัพย์เป็นเครื่องมือระดมทุน รวมทั้งเร่งรัดแผนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะทั่วประเทศ สนับสนุนการลงทุนด้านสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ และดึงดูดชาวลาวโพ้นทะเลกลับมาร่วมพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้ลาวเป็นประเทศศูนย์กลางในภูมิภาคภายใน 5-10 ปีข้างหน้า



