
สบน.ตั้งกองทุนเตรียมชำระหนี้กองทุนฟื้นฟู
สบน.เร่งหาผู้จัดการกองทุนเตรียมความพร้อมชำระหนี้เอฟไอดีเอฟ 1.2 แสนล้านบาท เดือน ส.ค.ปีหน้า เผยไม่ต้องการให้มีผลกระทบตลาดและช่วยประหยัดต้นทุน ระบุดอกเบี้ยทุก 1% ประหยัดได้พันล้าน
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการบริหารต้นทุนทางการเงินให้เหมาะสมรองรับการชำระคืนหนี้พันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) ที่จะครบกำหนดชำระคืนในเดือนสิงหาคม 2555 วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อการชำระคืนจัดหาดอกและผล โดยจะว่าจ้างผู้จัดการกองทุน 3-4 กองทุน เพื่อกู้เงินล่วงหน้า 1 ปี ขณะเดียวกันก็จะมีผู้จัดการกองทุนอีกส่วน ทำหน้าที่ในการบริหารเงินที่จัดหามานั้นในระหว่างที่ยังไม่ได้ชำระหนี้คืน
สำหรับเงินกู้ที่จะชำระคืนในปีหน้านั้นสูงมากถึง 1.2 แสนล้านบาท และมีต้นทุนดอกเบี้ยจากการออกพันธบัตรอยู่ที่ 6.75% การจะกู้เงินมาชำระคืนในครั้งเดียว นอกจากจะกระทบตลาดรวมแล้ว ยังจะมีต้นทุนที่สูงด้วย เพราะขณะนี้ตลาดอยู่ในช่วงแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น สบน.จึงต้องการบริหารด้วยการทยอยกู้เงินมาสะสมไว้ เพื่อจะได้ล็อกต้นทุนไว้ในระดับปัจจุบันประมาณ 3.8-3.9% เพราะหากในอนาคตดอกเบี้ยปรับขึ้นไปสูงถึง 6-7% ก็จะสามารถประหยัดต้นทุนได้ เพราะดอกเบี้ยทุกๆ 1% จะประหยัดเงินได้ถึง 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็ต้องมีผู้จัดการกองทุนอีกคนทำหน้าที่บริหารเงินที่กู้มาเตรียมไว้ไปบริหารการลงทุนให้เกิดผลตอบแทนทางหนึ่งด้วย
“เรากำลังเร่งจัดตั้งผู้จัดการกองทุน โดยจะคัดสรรจากบริษัทจัดการกองทุนที่อยู่เหมือนกับรูปแบบที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)ใช้ในการบริหารเงิน และจะประเมินจากผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นๆ ว่า สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากน้อยเพียงใด โดยจะไม่ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระดับ AAA ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะต้องปิดความเสี่ยง 100% คาดว่าน่าจะสรุปได้เร็วๆ นี้” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ของทุนฟื้นฟูนั้น ได้มีการพิจารณาแล้วหลายแนวทาง รวมทั้งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้เสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาร่วมรับผิดชอบภาระหนี้สินด้วยการรวมบัญชีหรือถือพันธบัตรซีโร่คูปองบอนด์ แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปแต่อย่างใด



