
จับตา!บ้านบีโอไอบูมต่อบ้านหลังแรก
แม้ผลประกอบการจะดูแผ่วลงในช่วงไตรมาส 1/2554 ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็เป็นที่คาดหมายกันว่าจะได้รับแรงเหวี่ยงที่ดีจากโครงการ "บ้าน ธอส.เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก "ดอกเบี้ย 0% 2 ปี ที่ถึงจะมีเงื่อนไขที่ผู้บริโภคจะต้องศึกษาหารา
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าโครงการดังกล่าวก็ช่วยกระตุ้นให้การบรรยากาศการซื้อ-ขายโดยรวมมีสีสันคึกคักไม่น้อย และจากนี้ไปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคธุรกิจอสังหาฯ ต้องจับตา ถึงนโยบายพรรคการเมืองแต่ละพรรคหยิบยกขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมืองแค่ไหน อย่างไร
ตลาดบ้านระดับไม่เกิน 3 ล้านบาทเป็นกลุ่มที่ถูกชูโรงมากสุด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าเป็นกลุ่มที่คนส่วนของประเทศไม่น้อยกว่า 70% มีขีดความสามารถซื้อได้ เห็นได้จากการเปิดตัวในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับดังกล่าว ที่ระบุในผลสำรวจของบริษัท เอเจนซีฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัดที่แสดงให้เห็นถึงตัวเลขการเปิดตัวออกสู่ตลาด มีมากถึง 79,081 หน่วยคิดเป็นสัดส่วนถึง 73% จากจำนวนทั้งสิ้น 107,747 หน่วยโดยเฉพาะกลุ่มระดับราคา 1-2 ล้านบาท มีมากที่สุดถึง 40% หรือจำนวน 43,008 หน่วย
ในรายงานยังระบุว่าอสังหาฯ ทุกประเภทที่มีระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทนั้นมีมูลค่ารวม 32,406 ล้านบาท
พบ"บ้านบีโอไอ"กทม.พุ่ง 155%
การบูมของตลาดบ้านในระดับราคาดังกล่าวมีทั้งที่ยืนขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หรือที่เรียกกันติดปากว่า "บ้านบีโอไอ" ตามเกณฑ์การได้รับการสนับสนุนดังกล่าวนี้ผู้ประกอบการจะมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ประเภท ทาวน์เฮ้าส์ รวมถึงบ้านเดี่ยว ที่จะต้องมีพื้นที่ใช้สอยต่อหน่วยไม่น้อยกว่า 70 ตร.ม. และจำหน่าย ในราคาหน่วยละไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ขณะที่คอนโดมิเนียมจะต้องมีพื้นที่ใช้สอยต่อหน่วยไม่น้อยกว่า 28 ตร.ม.และจำหน่ายในราคาหน่วยละไม่เกิน 1 ล้านบาท และปัจจุบันผู้ประกอบการทั้ง 3 สมาคมอสังหาคือ อาคารชุดไทย บ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังผลักดันปรับเปลี่ยนเกณฑ์ราคาใหม่ให้เท่ากับที่อยู่อาศัยแนวราบ คือ 1.2 ล้านบาท/ยูนิต
"บ้านบีโอไอ" จะเป็นอีกหนึ่งบทบาทของการอยู่อาศัยของคนเมือง หรือคนในชุมชม หรือแหล่งงานสำคัญๆ สะท้อนภาพธุรกิจนี้ได้ด้วยสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระบุว่าในไตรมาส 1/ 2554 มีโครงการอสังหาฯที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนทั่วประเทศที่พัฒนาออกมานั้นมีจำนวน 16 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 2 โครงการที่มีจำนวน 14 โครงการ ในจำนวนทั้งหมดมีการพัฒนาในเขตกรุงเทพฯ11 โครงการ และปริมณฑลอีก5 โครงการ ได้แก่ จ.นนทบุรี 2 โครงการ จ.ปทุมธานี 2 โครงการ และจ.สมุทรปราการ 1 โครงการ
คอนโด"รุ่ง"สวนทางทาวน์เฮ้าส์"ร่วง"
ด้านจำนวนหน่วยที่พัฒนาออกมานั้น จะพบว่าในช่วงไตรมาสแรกทั่วประเทศ มีจำนวนหน่วยของบ้านบีโอไอ ทั้งหมด 6,130 หน่วย เพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 3,840 หน่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการพัฒนาบ้านบีโอไอมากที่สุดด้วยจำนวน 4,969 หน่วย เพิ่มขึ้น 155% จากไตรมาส 1 ปี 2553 ที่มีหน่วยถูกพัฒนาออกมาเพียง1,949 หน่วย ขณะที่พื้นที่ในเขตปริมณฑลมีการพัฒนาบ้านบีโอไอรวม 1,161 หน่วย ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีจำนวนหน่วยพัฒนาออกมา 1,474 หน่วย โดยเป็นงจ.ปทุมธานี มีจำนวน 541 หน่วยจ.นนทบุรีมีจำนวน 324 หน่วยและจ.สมุทรปราการ มีจำนวน 296 หน่วย
ทั้งนี้หากพิจารณาถึงประเภทที่อยู่อาศัยที่พัฒนาจะพบว่า อสังหาฯ ที่พัฒนาออกมามากที่สุด คือ คอนโดฯ ด้วยจำนวน4,989 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 196% จากช่วงเดียวกันที่มี 1,683 หน่วย ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการพัฒนาออกมามากที่สุด 4,746 หน่วย เพิ่มขึ้น210%จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 1,530 หน่วย รองลงมาเป็นพื้นที่จ.นนทบุรี จำนวน169 หน่วย ซึ่งปีที่ผ่านมาไม่มีการพัฒนาบ้านบีโอไอเลยในไตรมาสแรก โดยพื้นที่นนทบุรีนี้ ถือว่าเป็นพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยชั้นดี และเป็นทำเลที่มีแนวโน้มการขึ้นอโครงการจัดสรสูงอย่างต่อเนื่อง
ส่วนพื้นที่จ.ปทุมธานี มีจำนวน 74 หน่วย เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในช่วงไตรมาสแรกปีที่แล้วยังมีการพัฒนาคอนโดฯ บีโอไอในพื้นที่จ.สมุทรปราการ79 หน่วย แต่ในไตรมาส 1/ 2554 ไม่มีการพัฒนา
สำหรับที่อยู่อาศัยประเภทประเภททาวน์เฮ้าส์มีจำนวนหน่วยที่พัฒนาออกมารวมทั้งสิ้น1,141 หน่วย ลดลงจากช่วงเดียวกัน ไตรมาส 1/2553ที่ผ่านมา 34% ที่มีการพัฒนาออกมาจำนวน 1,740 หน่วย ในเขตกรุงเทพฯ มีจำนวน 223 หน่วย ลดลง 47% จากปีที่แล้วที่พัฒนาออกมา 419 หน่วย จ.นนทบุรีมีการพัฒนาทาวน์เฮ้าส์ 155 หน่วย ลดลง 86% จากที่พัฒนาออกมา 1,084 หน่วย จ.สมุทรปราการ มีพัฒนาทาวน์เฮ้าส์ 269 หน่วย ลดลง 1.4% จากช่วงเดียวกันที่มีทาวน์เฮ้าส์ออกมา273 หน่วย ขณะที่จ.ปทุมธานี มีพัฒนาทาวน์เฮ้าส์ออกมา 467หน่วย จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาไม่มีการพัฒนาออกมาเลย
ทำเลชานเมืองผุดเพียบต่ำล้าน
จากแนวโน้มต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประกอบกับที่ดินที่เหมาะสมในการพัฒนาหายากมากขึ้น เป็นอีกเหตผลหนึ่งที่กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่พร้อมผนึกกำลังกันเสนอการปรับเกณฑ์ราคาขายใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ปรับขึ้น ราคาขายก็น่าจะขึ้นตาม เพื่อชดเชยผลกระทบ "กำไร" ที่หดหาย
แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ จัดเก็บมาจะพบว่าจะพบว่าตลาดบ้านบีโอไอนั้น ยังมีการเติบโต เพียงแต่จากนี้ไป อาจเผชิญข้อจำกัดในด้านทำเลที่อาจขยับออกชานเมือง ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆ ที่ไม่ยื่นขอบีโอไอ ที่พบว่ามีคอนโดฯ ต่ำกว่าล้าน หรือล้านบาทเศษนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างมาก
ในเดือนมษายน 2554 ที่ผ่านมา มีโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 โครงการ รวม 6,550 ยูนิตส่วนในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มีโครงการอาคารชุดเปิดใหม่รวม 43 โครงการ จำนวนยูนิตรวม 20,200 ยูนิต โดยเดือนเมษายน เป็นเดือนที่มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมมากที่สุด
คอนโดฯ ที่มีการเปิดใหม่นั้นพบว่า ประมาณ 50% เป็นห้องชุดระดับราคาขายต่ำกว่า 1 ล้านบาท ส่วนระดับราคา 1-1.99 ล้านบาทต่อยูนิตมีประมาณ 30% นั่นเป็นตัวอย่างที่สะท้อนภาพธุรกิจว่าโครงการที่เปิดใหม่และระดับราคาขายต่ำกว่า 3 ล้านบาทนั้น จะหันไปเปิดตัวรอบนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น และอัตราการขายอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะปัจจุบันการเดินทางเริ่มสะดวกมากขึ้น ทั้งถนนตัดใหม่ ทางด่วน และรถไฟฟ้าที่มีการต่อขยายไปชานเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมืองสมุทรปราการ จะมีรถไฟฟ้าสีเขียวที่จะเปิดในเดือนสิงหาคมจากอ่อนนุช-แบริ่ง และกำลังจะต่อขยายไปถึงสมุทรปราการ ขณะที่ทำเลในย่านบางพลีจะมีที่อยู่อาศัยที่มารองรับสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนทำเลมีนบุรี และใกล้เคียงย่านบึงกุ่มกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู รวมถึงทำเลบางบัวทองจะอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง เป็นต้น



