ข่าว

 เทคโนโลยี ขยี้ศรัทธา

เทคโนโลยี ขยี้ศรัทธา

17 พ.ค. 2554

วันนี้เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาถูกเรียกขานว่าเป็นวันวิสาขบูชา และได้รับการยกระดับขึ้นเป็นวันวิสาขบูชาโลกจากองค์การสหประชาชาติ เป็นวันที่คนนับถือศาสนาพุทธจากทุกมุมโลก ต่างเดินหน้าทำบุญตามความเชื่อของแต่ละนิกาย ซึ่งในเมืองไทยยึดถือการเวียนเทียนเป็นพิธีกรรมท

 วิสาขบูชาเป็นวันตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประสูติขึ้นมาในโลกนี้เมื่อกว่าสองพันหกร้อยปีมาแล้ว และพระองค์ได้ตรัสรู้ในวันเดียวกันนี้ของอีก 35 ปีต่อมา จนกระทั่งถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ของเมื่อ 2555 ปีที่แล้วพระองค์ก็เสด็จปรินิพพาน สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นกับศาสนาพุทธในวันเดียวกันแต่ต่างปีเช่นนี้ จึงทำให้บรรดาศิษยานุศิษย์ของพระพุทธองค์ ยึดถือมั่นเป็นวันสำคัญมานานนับพันๆ ปี

 วิสาขบูชาสำหรับเมืองไทยแต่ไหนแต่ไรมา ยามเช้าพุทธศาสนิกชนก็จะเดินทางไปวัดเพื่อใส่บาตรทำบุญฟังธรรม พอตกค่ำก็จะไปวัดกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อสวดมนต์และเวียนเทียน แสงเทียนที่ส่องเปลวเต้นระยิบระยับยาวเป็นสายรอบโบสถ์ในวัดเกือบทุกแห่ง ทำให้เกิดประกายแห่งศรัทธาจากผู้คนที่ได้พบเห็น 

 แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นตามความเจริญของบ้านเมือง จากการเวียนเทียนและสวดมนต์ร่วมกันตามปกติ ก็เริ่มมีศาสนพาณิชย์หัวใสจำนวนหนึ่ง คิดจัดงานมหรสพเพื่อสมโภชสิ่งต่างๆ ตามแต่จะคิดกันขึ้นมา เพื่อให้ตรงกับวันวิสาขบูชาโดยหวังว่าจะได้ผู้คนที่ถึงอย่างไรก็ต้องมาวัดอยู่แล้ว เป็นลูกค้าผู้สร้างรายได้ให้

 วัดใหญ่น้อยทั้งหลายจึงเริ่มมีงานมหรสพเกิดขึ้น ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาควบคู่กันไปกับพิธีกรรม และในเมื่องานมหรสพไม่ว่าจะจัดขึ้นในวัดหรือที่ใดก็ตาม รายรับหรือเงินที่ได้จะเป็นตัวชี้วัดถึงความสำเร็จ วิธีการจัดงานมหรสพจึงหันมาใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเข้าร่วมมากขึ้น

 วัดที่มีเงินทุนมากมีทีมงานมัคนายกหัวการค้า ก็เริ่มจัดหามหรสพที่มีแรงดึงดูดผู้คนสูง ดนตรีดัง ลิเกแชมป์ถ้วยประกวด หนังกลางแปลงสดใหม่ มวยใหญ่จากเมืองกรุง ล้วนถูกนำมาเป็นแรงจูงใจอันสำคัญ ผู้คนที่แม้จะหวังในบุญแห่งการสวดมนต์และเวียนเทียน แต่ก็ยังตกอยู่กับบ่วงของกิเลสและตัณหาตามประสาปุถุชน จึงเริ่มหาวัดสำหรับการจะไปเวียนเทียน ที่มีสิ่งเย้ายวนตรงกับความปรารถนาอันแรงกล้าในใจของตนเองเป็นเบื้องต้น

 วัดใหญ่ดึงดูดคนวัยหนุ่มสาวไปกระจุกตัวกันตามกระแสมหรสพและศิลปิน วัดเล็กๆ จึงเริ่มเหลือแต่คนแก่ที่ไปไหนมาไหนไม่ค่อยไหว หรือไม่ก็ยังศรัทธากับวัดข้างบ้างของตนเอง ความยิ่งใหญ่ของการเวียนเทียนจึงถูกแบ่งไปตามวัยและกิเลส จนท้ายที่สุดเมื่อวัดใหญ่มีแรงดึงดูดใจสูงแต่อยู่ไกลบ้าน ต้องใช้เวลาเดินทางไปเพื่อเวียนเทียนและชมมหรสพนับชั่วโมง คนในหมู่บ้านชุมชนเล็กๆ จึงเร่งอาบน้ำแต่งตัว เดินทางกันตั้งแต่หัววันยามพระอาทิตย์ยังฉายแสง ทิ้งให้ผู้เฒ่าผู้แก่เฝ้าบ้านเฝ้าวัวควายในคอก

 วัดเล็กใกล้บ้านจะจัดงานพิธีกรรมเวียนเทียนยามค่ำก็ไร้คนมาร่วม จึงจำเป็นที่จะต้องย้ายเวลามาจัดพิธีกันในยามบ่าย เพื่อให้คนแก่มีเวลามาร่วมก่อนจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลานและเฝ้าควาย วัดใหญ่ที่สร้างแรงดึงดูดใจคนหนุ่มสาวได้มาก ก็ทำท่าว่าจะไปได้ดีกับงานแอบอ้างพิธีทางศาสนา

 แต่เอาเข้าจริงก็ต้องตกม้าตายพ่ายแพ้แก่สถานบันเทิงไปในที่สุด ซึ่งหากทุกวันนี้ไม่มีกฎการร้องขอให้สถานบันเทิงงดเว้นมหรสพและจำหน่ายจ่ายแจกสุรา ก็น่าจะเชื่อได้ว่าศรัทธาของหนุ่มสาวในวันวิสาขบูชา อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจากทุกวันนี้อีกแล้วก็เป็นได้ ธุรกิจไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจแต่อย่างใด แต่เห็นได้ว่าหากนำเอาธุรกิจเข้ามาปะปนกับศรัทธาของผู้คนจนแยกไม่ออก ท้ายที่สุดธุรกิจก็จะนำหน้าและกลายเป็นตัวมารทำลายศรัทธาของคนไปในที่สุดครับ

พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ