
ยิ่งลักษณ์เปิดใจหลังนั่งแคนดิเดตนายกฯ
"ยิ่งลักษณ์เปิดใจ หลังนั่งแคนดิเดตนายกฯ ชี้หลังปฎิวัติทำให้เรียนรู้การเมือง ยันรู้จักการเมืองไทยดี ชี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องทักษิณ เผยอาสามาทำเพื่อชาติ ลั่นพร้อมทำให้ทุกฝ่ายมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน
(16พ.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 15.00 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะกรรมาการบริหารพรรคเพื่อไทยร่วมกันได้แถลงข่าวเปิดตัว นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย โดยนส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อสื่อมวลชวน ว่า เรียนท่านพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนที่เคารพรัก ในวันนี้ดิฉันก็ดีใจและมีความภูมิใจที่มาพบกับสื่อมวลชน ในอีกสถานะหนึ่ง ในสถานะที่เป็นภารกิจอันทรงเกียรติ ดิฉันได้มีโอกาสเข้ามาร่วมกับพรรคเพื่อไทยในการรับใช้ประชาชน ตลอดเวลาที่ผ่านมาดิฉันเป็นเด็กต่างจังหวัด เรามีครอบครัวที่ทำการค้าขาย ดิฉันก็ได้มีโอกาสสัมผัสการค้าขายตั้งแต่วัยเล็ก ซึ่งเราก็ได้ร่วมรับรู้ธุรกิจตั้งแต่ก่อร่างสร้างตัว เรียนรู้ปัญหาและการแก้ปัญหามาโดยตลอด ประกอบกับครอบครัวของดิฉันซึ่งมีทั้งคุณพ่อ พี่สาว และพี่ชายที่เข้ามาทำงานทางการเมือง ดิฉันก็มีส่วนในการได้ร่วมในการรับรู้และร่วมในการพบปะประชาชนตั้งแต่ยังเด็ก ก็ทำให้เข้าใจปัญหาและความทุกข์ยากของประชาชนมาโดยตลอด
หลังจากเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อปี 2549 คงเป็นที่ไม่ปฏิเสธว่าด้วยสถานการณ์นี้ ทำให้ดิฉันได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของการเมืองเป็นอย่างดี และผ่านไปถึง 5 ปี ผู้คนและประชาชนก็ยังคิดถึงพี่ชายและคิดถึงนโยบายเก่าๆ ที่เคยทำมาในอดีต รวมถึงให้ความอบอุ่น ความเมตตากับครอบครัวดิฉัน ดิฉันจึงรู้สึกว่าครอบครัวของเรานั้นเป็นหนี้ประชาชน นี่เป็นเหตุผลใหญ่ของการตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง ดิฉันไม่ได้เข้ามาเล่นการเมือง แต่ดิฉันอยากจะเสนอตัวมารับใช้ประชาชน อยากเห็นประเทศไทยของเรานั้นมองข้ามความขัดแย้ง แล้วเดินไปข้างหน้าด้วยกันและอยากเห็นความสามัคคีปรองดองในชาติ เพื่อจะเป็นการส่งสัญญาว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะสร้างความปรองดอง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า การสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน และแก้ปัญหาความทุกข์ยากปากท้องของประชาชนซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน และอยากเห็นการเมืองไทยเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์และเป็นไปตามระบบยุติธรรม ขอยืนยันว่า พวกเราขอขันธ์อาสาเพื่อทำงานรับใช้บนภารกิจอันทรงเกียรตินี้ พร้อมจะเข้ารับการพิสูจน์ต่อสาธารณะชนภายใต้กติกามารยาทที่เป็นธรรม และยืนยันในเจตนารมณ์และความตั้งใจ จะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อเข้ามาทำงานในทางการเมือง และรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งหวังว่าประชาชนจะให้โอกาสดิฉันและพรรคเพื่อไทยในการเข้ามาทำงานรับใช้ในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อโดนฝ่ายตรงข้ามโจมตีเรื่องส่วนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นปกติตามที่ได้เรียนตามคำกล่าวเบื้องต้นว่า พร้อมจะรับการพิสูจน์จากสาธารณะชนภายใต้กติกามารยาทที่เป็นธรรม เรียนว่าตรงนี้มีความพร้อม และก็อยากเห็นบ้านเมืองเรามาเล่นการเมืองในรูปแบบที่สร้างสรรค์
เมื่อถามถึงกรณีการนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองอย่างนั้น ต้องเรียนว่าประเทศไทยยึดหลักนิติธรรม การทำอะไรเชื่อว่าทางพรรคเพื่อไทยคงไม่อนุญาตให้ทำอะไรเพื่อคนคนเดียว การทำอะไรต่างๆ ต้องคำนึงถึงความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของทุกคน ดิฉันขันอาสามาทำงานเพื่อประชาชน แน่นอนว่าก็ต้องเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
เมื่อถามว่า แนวทางของพ.ต.ท.ทักษิณที่เพื่อไทยจะทำให้เกิดปรากฏการณ์การเทคะแนนให้จริงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ท่านทักษิณเองท่านมีความคิดดีๆ ก็เป็นธรรมดา ถ้าใครมีความคิดดีๆ ก็เปิดกว้างแล้วก็เปิดรับ วันนี้นอกจากพ.ต.ท.ทักษิณ พรรคก็มีที่ปรึกษาอีกหลายท่านที่พร้อมให้คำแนะนำ โจทย์แรกก็คือว่าพรรคควรจะเปิดรับสิ่งที่ดีๆ แล้วก็ผ่านเข้ามาในกระบวนการของพรรคในการที่จะตัดสินใจ และผลจะเป็นอย่างไรนั้นต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า วิกฤตความขัดแย้งจะสร้างความปรองดองจะทำได้หรือไม่และจะรับแรงกดดันจากความขัดแย้งอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องกลับมาสู่หลักว่า การที่เราอยากเห็นประเทศชาติปรองดอง ดิฉันก็จะใช้ความเป็นผู้หญิงในการก้าวเข้าหาและก้าวไปสู่ความปรองดอง ในการยินดีที่จะพบและยินทีที่คุยจะเพื่อแลกเปลี่ยน เรียนเชิญชวนว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วมองข้ามความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า
เมื่อถามว่าการที่คุณยิ่งลักษณ์มาร่วมงานเพื่อไทยจะใช้ประสบการณ์ความรู้ความสามารถมาช่วยพรรคได้อย่างไร ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นตนต้องบอกก่อนว่า ประสบการณ์ของตนที่ผ่านมาไม่ได้ห่างไกลจากวงการเมืองเลย ตนเข้าใจการเมืองดี การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะต้องพิจารณาประเด็นที่ว่าคู่แข่งขัน โดยตนเป็นผู้หญิงซึ่งมีควาสามารถในการประสานประโยชน์ได้ ตนพร้อมที่จะเปิดเจรจากับทุกฝ่าย เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ เพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้าต่อไป
เมื่อถามว่าจะเกิดปัญหาอะไรหรือไม่เมื่อเข้ามาทำงานให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะพี่ชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะพูดอย่างนั้นไม่ได้ ดิฉันเชื่อว่าคนไทยส่วนหนึ่งเลือกหัวหน้าพรรค และอีกส่วนหนึ่งก็มองไปที่พรรคหรือทีมเวิร์คภายในพรรคและนโยบายของพรรค ตนเชื่อว่าตราบใดนโยบายของพรรคเป็นนโยบายที่มีพันธกรณีประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชนก็จะเลือกพรรคนั้นให้เป็นรัฐบาลในอนาคต
เมื่อถามว่าจะนำพ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านอย่างไรถ้าได้เป็นรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ อันดับแรกคือจะต้องให้ประชาชนไปเลือกตั้งก่อน ซึ่งคนที่เป็นเบอร์ 1 ในปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคที่ประชาชนตัดสินแล้วว่จะให้มาบริหารประเทศจะเป็นผู้ตอบคำถามนี้ ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาค ทุกฝ่ายจะได้รับความเท่าเทียมกัน ความสำคัญสูงสุดของพรรคคือจะต้องได้เสียงข้างมากของประชาชนมาเสียก่อน เพื่อให้ชนะเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าคุณเป็นผู้หญิงที่เข้ามาเล่นการเมืองด้วยการชวนจากพรรคหรือมาด้วยความสมัครใจเอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ที่ได้บอกตั้งแต่แรกว่าตนเองคุ้นเคยกับการเมืองตั้งแต่เด็ก เข้าใจธรรมชาติของการเมืองไทย เราจะต้องช่วยเหลือประเทศชาติ นี่คือเหตุผลที่ตนตัดสินใจลงเล่นการเมือง และเป็นปรารถนาอันแรงกล้าของตนที่จะทำสิ่งต่างๆเพื่อประชาชน



