
มาร์คยินดียิงลักษณ์นั่งปาร์ตี้ลิสต์1พท.
"ยิ่งลักษณ์"ขอบคุณสมาชิกที่เห็นคุณค่าชูขึ้นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 "พท." ยันเข้ามาไม่คิดแก้แค้น แต่จะมาแก้ไข "อภิสิทธิ์"แสดงยินดีลั่นพร้อมดีเบตทุกเวที
(16พ.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวภายหลังจากที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อให้ขึ้นบัญชีผู้สมัครส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ว่า ตนขอบคุณสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่เห็นคุณค่าของตน ที่ไว้วางใจตน ตนพร้อมจะทำหน้าที่ แต่อยากจะเห็นทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ตนไม่คิดแก้แค้น แต่จะมาแก้ไข ไม่ต้องกังวลว่าตนเป็นผู้หญิง แต่ตนจะใช้ความเป็นผู้หญิงนำไปสู่ความปรองดอง และจะเคียงบ่าเคียงไหล่กับสมาชิกจนนำไปสู่การเป็นรัฐบาล นอกจากนี้ตนจะมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และเดินหน้าเรื่องกระบวนการยุติธรรม และตนจะเข้าสู่ตำแหน่งตามกติกา และตนอยากจะขอโอกาสสมาชิก เหมือนกับสมาชิกให้โอกาสพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯมาแล้ว
อภิสิทธิ์ยินดียิงลักษณ์นั่งปาร์ตี้ลิสต์1พท.
เมื่อเวลา 17.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เบอร์ 1 ในบัญชีรายชื่อส.ส.ระบบสัดส่วนและเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกฯ ว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณยิ่งลักษณ์ที่ได้รับความไว้วางใจจากพรรคเพื่อไทยที่ให้เสนอตัวเป็นบัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง และก็จะเป็นหัวหน้ารัฐบาลในกรณีที่พรรคไทยได้รับการเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจากนี้คงเป็นการแข่งขันตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยในระบบเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่ดีเพราะต้องยอมรับว่าประชาชนก็อยากเห็นความชัดเจน ซึ่งตนก็บอกมาตลอดว่าทางเลือกที่ชัดเจนก็จะช่วยให้ประชาชนสามารถที่จะตัดสินใจใช้สิทธิ์เลือกตั้งในการชี้ชะตาอนาคตของบ้านเมืองได้ ก็ขอแสดงความยินดี
เมื่อถามว่ามีนักโหราศาสตร์บางคนระบุว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะเป็นนายกฯหญิงขี่ม้าขาวเพื่อสร้างความปรองดองให้ประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบครับ แต่ประชาชนเป็นคนตัดสิน ไม่มีดวงดาวกำหนดไว้ ประชาชนเป็นคนใช้สิทธิ์ ไม่มีดวงดาวที่ไหนมากำหนดได้
เมื่อถามว่าคู่แข่งเป็นผู้หญิง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดมุมนั้น ตนคิดว่าจะเป็น ผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีหน้าที่เหมือนกันในการที่จะต้องอาสาตัวมาแก้ปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งตนเดินหน้าในส่วนของตนและพรรคที่จะยืนยันว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเดินหน้าประเทศไทยด้วยนโยบายเพื่อประชาชน ที่เน้นเรื่องการแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหายาเสพติด และสานต่อโครงการดีดีเช่นการประกันรายได้เกษตรกร เรียนฟรี เบี้ยผู้สูงอายุ ส่วนพรรคเพื่อไทยหรือคุณยิ่งลักษณ์จะเสนออะไรต้องรอฟังอีกครั้ง
“หากมีการเชิญไปดีเบตผมก็ไม่มีปัญหาครับ คือผมก็เรียนว่าการจัดเวทีต่างๆก็คงจะเกิดขึ้น และก็ผมคิดว่าทุกคนก็ต้องพร้อมที่จะไปแสดงความคิดเห็น เพราะต้องตอบคำถาม เพราะกรณีของพรรคเพื่อไทยยังมีปัญหาที่เข้าใจว่าวันนี้พูดขึ้นมาเรื่องนิรโทษกรรมไปล้างความผิดอะไรอีก ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า เราก็เป็นห่วงเพราะเรามองว่าการจะดำเนินการอย่างนั้น หนึ่งจะทำกันอย่างไร สองก็คือว่ามีความพยายามทำสิ่งเหล่านี้มา 2-3 ปีก็ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นและบ้านเมืองวุ่นวาย สุดท้ายถ้าไปยึดติดกับตรงนั้นปัญหาของประชาชนที่ควรได้รับการแก้ไขก่อนก็จะกลายเป็นถูกละเลยไป ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็อยากจะเดินหน้าแก้ปัญหาเหล่านี้มากกว่า ก้าวให้พ้นความปมความขัดแย้งทางการเมืองอย่างนั้น เพราะกระบวนการของการปรองดองวิธีที่เราทำอยู่ก็มีคณะกรรมการหลายชุด
“อย่างชุดของนายคณิต ณ นคร ผมดูแล้วท่านก็เลือกเดินทางสายกลาง พูดชัดเจนว่าการจะปรองดองจะต้องมีการดำเนินการอย่างไรในเรื่องของความยุติธรรม ซึ่งผมคิดว่าอันนั้นเป็นแนวทางที่ดีที่สุด ผมไม่อยากให้การเลือกตั้งถูกดึงกลับมาเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
“เฉลิม”หนุนให้ประชาชนเลือก“อภิสิทธิ์หรือยิ่งลักษณ์”
ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯพูดในวงสัมมนาผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง ว่า ให้ประชาชนเลือกเลยว่าจะเอานายอภิสิทธิ์ หรือน.ส.ยิ่งลักษณ์จากพรรคเพื่อไทย ถ้าเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้สมาชิกพรรคไทยรักไทยมาช่วยทำงาน แก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ถ้าเลือกนายอภิสิทธิ์ก็ได้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกฯ หรือรักษาการรมว.มหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง และจะได้พรรคภูมิใจไทย ได้นายเนวิน ชิดชอบ แบบนี้ประชาชนตัดสินใจง่าย พรรคเพื่อไทยก็หาเสียงง่ายจริงๆ
ส่วนเรื่องดีเบตนั้นนายอภิสิทธิ์ก็เกิดที่อังกฤษน่าจะเข้าใจระบบรัฐสภา การจะดีเบตหรือไม่อยู่ที่ความสมัครใจของ 2 ฝ่าย แต่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องดีเบตก็ได้ การท้าดีเบตของพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนมวยออกอาการ มวยจะแพ้ต้องรีบชวนชกเผื่อฟลุ๊กคู่แข่งน็อก แต่เราไม่จำเป็นเราชนะคะแนน เต้นฟุตเวิร์คไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามน.ส.ยิ่งลักษณ์เองก็เป็นมวย อย่าไปดูถูก
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ตนฟันธงได้เลยว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะพรรคประชาธิปัตย์ล้านเปอร์เซ็นต์ เขียนแปะข้างฝาไว้ได้เลย ประเมินตอนนี้น่าจะชนะราวๆ 30 ที่นั่ง แต่จะชนะแบบแลนด์สไลด์หรือไม่ต้องขอลงพื้นที่เช็คอีกครั้ง ถ้าพรรคเพื่อไทยแพ้ตนก็บอกแล้วว่าจะเล่นการเมืองรอบสุดท้าย ส่วนที่พรรคเพื่อไทยชูน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นแคนดิเดตนายกฯนั้น ตนแอบเชียร์คนๆนี้ในใจมา 2 ปีแล้ว เพราะมีความเหมาะสมมาก ส่วนการที่นายเสนาะ เทียนทอง อดีตหัวหน้าพรรคประชาราช มาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยก็เป็นประโยชน์ ช่วยเติมเต็มในหลายๆ ด้าน สำหรับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรคเพื่อไทย เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางตนจะไปพบท่าน จะไปชวนท่านกลับมา เพราะเป็นคนมีประโยชน์ มีประสบการณ์ ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง และท่านไม่ทิ้งบ้านเมืองแน่
“บัญญัติ”ยันเคาะรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ครบ125คนแล้ว
เมื่อเวลา 13.10 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานกรรมการคัดเลือกผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรรมการคัดเลือกผู้สมัครฯได้พิจารณาผู้สมัครในส่วนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเรียบร้อยแล้ว โดยมีหลักอยู่ 3 ข้อคือ 1. ภาพรวมต้องดูดีตามสมควร 2. ยึดรัฐธรรมนูญที่จะกระจายผู้สมัครไปตามภาคต่างๆ 3. มีสัดส่วนของสุภาพสตรีที่เหมาะสม โดยจากนี้จะเหลือเพียงขั้นตอนการผ่านมติที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานอีกครั้ง ขณะที่บัญชีรายชื่อส.ส.ในระบบเขตนั้น ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อยอีก 8 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ภาคเหนือ 4 เขต ภาคอีสาน 4 เขต ซึ่งเป็นผลมาจากมีผู้ประสงค์ลงสมัครมากกว่า 1 คน ดังนั้นจึงต้องรอทำโพลสำรวจความนิยมก่อน พร้อมกับคำนึงถึงคู่ต่อสู้ ดังนั้นพรรคจึงต้องรอการตัดสินใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะมีตัวผู้สมัครพร้อมอยู่แล้วและยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะส่งผู้สมัครครบทุกเขต
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งในระบบเขตนั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ขอยืนยันว่านายชวนยังอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ เช่นเดียวกับตนที่จะลงในสมัครบัญชีรายชื่อเช่นกัน
ทั้งนี้การพิจารณาจัดสรรผู้สมัครส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อจะเอาโครงสร้างของพรรคมาเป็นส่วนประกอบโดยกรรมการบริหารพรรคจะอยู่ในลำดับแรก ถัดจากนั้นจะเป็นส่วนของรัฐมนตรีและอดีตส.ส.และอดีตผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ขณะที่ผู้สมัครรายใหม่ก็มีหลายคน เช่นเดียวกับทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคที่จะอยู่ในส่วนของส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ทำงานให้กับพรรค และมีส่วนช่วยวางหลักเกณฑ์ด้านกฎหมายไม่ให้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถึงกรณีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตส.ส.จังหวัดตรัง ที่มีข่าวว่าจะขอลงสมัครส.ส. บัญชีรายชื่อ นายบัญญัติ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง กรณีของนายสาทิตย์ยุติแล้วตั้งแต่การพิจารณาครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา และตนก็ไม่เห็นนายสาทิตย์ พูดอะไร
สาทิตย์เซ็งกระแสข่าวลงสมัครส.ส.ปาตี้ลิสต์
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส.ตรัง เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์ 5 สมัย กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีการระบุว่า ตนจะขึ้นไปลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาตี้ลีสต์ แล้วให้น้องชาย คือ นายสาธร วงศ์หนองเตย ลงสมัคร ส.ส.ตรัง ในเขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตนเองนั้น ไม่เป็นความจริง เป็นเพียงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นมาตามร้านน้ำชากาแฟ ซึ่งไม่สามารถยึดเอามาเป็นสาระหรือเชื่อถืออะไรได้
เช่นเดียวกับกรณีที่มีการระบุว่า นายชวน หลีกภัย ส.ส.ตรัง 14 สมัย จะไปลงสมัคร ส.ส.ตรัง ในเขตเลือกตั้งที่ 2 หากตนขึ้นไปลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกระแสข่าวที่เกิดขึ้นมาลอยๆ โดยที่ไม่สามารถหาตัวตนของบุคคลที่ออกมาพูดอย่างชัดเจนได้ จนทำให้เกิดกระแสความขัดแย้งขึ้นโดยใช่เหตุ
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลชุดรักษาการ ยังคงมีงานที่ต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะการพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชนชาวไทย จนกว่าการเลือกตั้งใหญ่จะเสร็จสิ้น และมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารงานต่อ ตนจึงอยากให้ใช้ระยะเวลาที่เหลือนี้ในการทำงานอย่างเต็มที่ ดีกว่าต้องมาคอยตอบคำถามกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงเพราะกระแสข่าว แถมยังอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์โดยไม่จำเป็น
ส่วนกระบวนการในการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ตรัง ในเขตเลือกตั้งที่ 2 หรืออีก 3 เขตเลือกตั้งในจังหวัดตรังนั้น เป็นเรื่องของคณะกรรมการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะนำรายชื่อเสนอเข้าสู่คณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อเป็นผู้พิจารณาและมีมติออกมาตามลำดับขั้นตอน ซึ่งในเร็วๆ ก็คงจะมีคำตอบที่ชัดเจนออกมา
ปชป.วุ่นไม่เลิก"เกรียงยศ"เมินขึ้นปาตี้ลีสต์
นายเกรียงยศ สุดลาภา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับ "สำนักข่าวเนชั่น" ว่า ตนรู้สึกท้อใจที่พรรคมีมติส่งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ลงสมัครในเขตบึงกุ่ม คันนายาว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพรรคได้ตกลงและวางตัวให้ตนลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 6 ก่อนหน้านี้ ซึ่งตนก็ได้ทำพื้นที่ในเขตดังกล่าวมานานเป็นเวลากว่า 8 ปี แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติออกมาดังกล่าว ตนก็ต้องยอมรับในมติพรรค แต่อย่างไรก็ไม่ขอลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อตามที่พรรคเสนอ ดังนั้นหากพรรคประชาธิปัตย์ยังคิดว่าตนเองมีความรู้ ความสามารถ ก็คงจะทำงานให้พรรคประชาธิปัตย์ต่อไป แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ คิดว่าตนเองไม่มีศักยภาพพอก็พร้อมที่จะพิจารณาตนเองในอนาคต
"อภิสิทธิ์"กลับจากหัวหินรี้เข้าพรรคประชุมกก.บห.ทันที
เมื่อเวลา 14.50 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางด้วยรถกันกระสุนที่จัดหามาเองเข้ามายังห้องประชุมชั้น 2 ตึกควงอภัยวงศ์ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์(กก.บห.) จัดลำดับผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางเข้าพรรคหลังจากงดภารกิจช่วยลูกพรรคหาเสียงที่จังหวัดอุบลราชธานี จ.กาญจนบุรี เนื่องจากมีอาการไข้หวัด และได้ใช้เวลาในวันหยุดไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ทั้งนี้ก่อนเดินขึ้นไปประชุมผู้สื่อข่าวถามได้ถามนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเดินลงจากรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยผู้สื่อข่าวได้ถามถึงอาการป่วย นายอภิสิทธิ์ ได้หันมาตอบว่า "ดีขึ้น แต่ยังไม่หาย" จากนั้นก็รีบเดินขึ้นไปห้องประชุมชั้น 2 อย่างรวดเร็ว



