ข่าว

แฉสื่อเมินสมานฉันท์ห่วงจริยธรรมนักข่าว

แฉสื่อเมินสมานฉันท์ห่วงจริยธรรมนักข่าว

16 พ.ค. 2554

องค์กรสื่อเสวนา "ทิศทางสื่อไทยหลังเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง จะไปทางไหน" ตัวเแทนสื่อเทศมองไม่มีข่าวไหนคุ้มค่าพอที่จะตาย "ก่อเขต" หนุนอบรมนักข่าวเตรียมรับสถานการณ์รุนแรง เผยพื้นที่สมานฉันท์สื่อออนไลน์แค่ 35%โวยสื่อไม่ให้พื้นที่สร้างสมานฉันท์

(16 พ.ค.)  เครือข่ายสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAPA) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ และสถาบันอิศรา และมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้จัดเสวนาเรื่อง "ทิศทางสื่อไทยหลังเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง จะไปทางไหน" ที่ โรงแรมสยามซิตี้
 
ชี้ไม่มีข่าวไหนคุ้มค่าพอที่จะตาย

 นายเรด บาทาริโอ ผู้แทนภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันอินเตอร์เนชั่นแนล นิวส์ เซฟตี้ อินติจูด อภิปรายเรื่องสื่อมวลชนไทยพร้อมหรือไม่ในสถานการณ์ขัดแย้งใหม่ ว่า ขณะนี้สื่อไทยอยู่ตรงกึ่งกลางคู่ขัดแย้งทางการเมือง แม้จะไม่ชัดเจนเหมือนฟิลิปปินส์ที่เคยมีผู้สื่อข่าวถูกสังหารถึง 14 7คน  แต่ก็ยังเป็นการถูกคุกคามอยู่ดี ทั้งนี้ สื่อจะต้องสร้างความตระหนัก โดยพูดคุยกับรัฐบาล และหาความสนับสนุนจากองค์กรสื่อทั่วประเทศด้วยกัน ร่วมถึงร่วมมือกับเอ็นจีโอ และที่สำคัญคือประชาชน เพื่อให้เห็นว่าบทบาทของสื่อมีความสำคัญเพียงใด อย่างไรก็ตามนักข่าวต้องเข้าใจว่าหากจะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งข่าว ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไมได้ เพราะไม่มีข่าวชิ้นไหนคุ้มค่าที่จะต้องตายเพื่อมัน

หนุนอบรมนักข่าวเตรียมรับสถานการณ์รุนแรง

 ด้าน นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ บรรณาธิการข่าวทีวีไทย กล่าวว่านักข่าวเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์รุนแรงเมือ 1 ปีทีแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอีกในเดือนหน้า หรือสัปดาห์หน้า ซึ่งนักข่าวไทยบางคนไม่เคยพบสถานการณ์รุนแรงแบบนี้มาก่อน แต่ทุกคนใช้คำว่าสัญชาติญาณ หลบได้เท่าที่จะหลบ ทำข่าวได้เท่าที่จะทำ แต่ขณะนี้เรากำลังใช้เวลาที่ผ่านไปโดยไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ผ่านมา ถ้าใช้สัญชาติญาณหรือประสบการณ์อย่างเดียวจะเสี่ยงมากๆ เพราะสื่อยังเป็นเป้าหมายในคู่ความขัดแย้ง อาจถูกคุกคามหรือถูกยึดเป็นเครื่องมือ เพราะทหารรัฐบาลก็อยากให้สื่อทำงานอย่างที่เขาต้องการ กลุ่มฝ่ายต่อต้านก็อยากให้มีการรายงานข่าวของเขา ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องเตรียมตัวให้มีการอบรมโดยตรง เพราะจะไม่ทันเหตุการณ์ได้ ทั้งนี้ ความปลอดภัยของนักข่าวมามีทางอื่นนอกจากตะหนักเรียนรู้ เพราะสิ่งนี้คือภัยคุกคามต่อการทำหน้าที่ของสื่อที่ดีในสถานการณ์วิกฤตของประเทศ

เผยพื้นที่สมานฉันท์สื่อออนไลน์แค่35%โวยสื่อไม่ให้พื้นที่สร้างสมานฉันท์

 ขณะที่นายธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยโครงการมิเดียมอนิเตอร์ กล่าวบรรยายในหัวข้อจริยธรรมสื่อมวลชน กับการใช้สื่อเพื่อการสื่อสารทางการเมืองว่า สื่อก็ให้ความสำคัญข่าวการเมืองทุกช่องให้ในแง่ปรากฏการณ์ทางการเมือง ส่วนบทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์ในเรื่องความสมานฉันท์มีค่อนข้างน้อย แต่จะให้พื้นที่กับการตั้งสมการ การตั้งรัฐบาล เรื่องนี้สื่อบ้านเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมเยอะมาก แต่ไม่ได้วิเคราะห์นโยบายของแต่ละพรรคการเมืองว่าเป็นนโยบายขายฝันหรือไม่ ทั้งนี้ การชุมนุมที่มีความขัดแย้งรุ่นแรงคนใช้สื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก เพื่อต้องการแบ่งกลุ่มและเป็นพื้นที่โต้แย้ง แต่ที่สำคัญพบว่ามีถึงขั้นปฏิเสธคนในชาติด้วยกัน และพื้นที่สมานฉันท์หรือน้อยมากเพียง 35 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
 
แนะสื่อเป็นกลางสร้างความชอบธรรมเป็นเกราะป้องกันตัวเอง

 นายวรวิทย์ ศรีอนันตรักษา หัวหน้าข่าวหน้า 1 หนังสื่อพิมพ์เดลินิวส์ กล่าวว่า จริยธรรมของสื่อดีกว่าเสื้อเกราะ สื่อในยุคเปลี่ยนผ่านจะเกิดความขัดแย้งโดยธรรมชาติ สื่อต้องเข้าใจสถานการณ์และปรับตัวได้ ซึ่งในสื่อกระแสหลักบอกว่าสิ่งสำคัญที่จะปกป้องนักข่าวคือ ต้องเสนอข่าวโดยปราศจากอคติ และเรื่องความแม่นยำในการพิสูจน์ความจริง และเสนอข่าวครอบคลุม สิ่งเหล่านี้จะไม่ทำให้เราไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง ดังนั้น การเสนอข่าวที่เป็นกลางจะทำให้สื่อมีความชอบธรรม ทำตัวให้เที่ยงตรงเป็นที่พึ่งการสื่อสาร ประชาชนจะสื่อเสมอ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยถูกสอนมาจากนักข่าวรุนเก่าว่า ต้องรักษาชีวิตไว้รักษาอุดมการณ์

ห่วงจริยธรรมนักข่าวใช้ ‘โซเชี่ยลมีเดีย’

นายจักรกฤษ เพิ่มพูน กรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง สร้างปรากฏการณ์โซเชี่ยล มีเดีย โดยเฉพาะทวิตเตอร์ สื่อหลายองค์กรใช้ทวิตเตอร์ในการรายงานข่าว ซึ่งทวิตเตอร์มีคนติดตามการรายงานข่าวมาก ช่วงเกิดความรุนแรงคนจับเป้าทวิตเตอร์มากกว่าทีวี หรือหนังสือพิมพ์ เมื่อนักข่าวเล่นทวิตเตอร์ก็จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และปีที่แล้วนักข่าวบางคนสามารถสร้างชื่อเป็นดาราได้ในช่วงข้ามคืนเพระมีคนตามนักข่าวคนนั้นเยอะ แต่จริยธรรมเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะใช้อะไรก็แล้วแต่สื่อมวลชนต้องเคารพในจริยธรรมกับสื่อมวลชนที่มีอยู่เดิม

จี้พรรคการเมืองคายจุดยืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 ขณะที่ นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาประจำประเทศไทย องค์กรฮิวแม้นไรช์วอช์ท กล่าวบรรยายเรื่อง "วังวนของการไม่ลงโทษผู้กระทำผิด ผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพสื่อฯ จากไทยสู่อาเซียน"  ว่า สื่อในบริบทนี้จะทำหน้าที่อย่างไร รัฐต้องทำความเข้าใจว่ากฎหมายที่มี เป็นกฎหมายที่เอาประเด็นเรื่องความมั่นคงเป็นข้ออ้างลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน จนไม่สามารถเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจมิชอบได้ จึงต้องให้องค์การสื่อมวลชนปฏิรูปกฎหมายบางฉบับ เช่น พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพสื่อ แล้วยิ่งในช่วงการเลือกตั้งพรรคการเมืองเมืองมีจุดยืนเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างไร อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหลือง หรือแดง หรือสีอะไร หากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ต้องเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่ใช้โทษว่าเป็นมีอที่สาม