
พท.วุ่นเสื้อแดงแห่ร้องเปลียนตัวผู้สมัคร
"เพื่อไทย" วุ่น "เสื้อแดง" แห่ ยื่นหนังสือ ขอเปลียนตัวผู้สมัคร ผอ.ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จ.ตรัง แจงถูกอดีตว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พาดพิงแอบเปลี่ยนผู้ตัวสมัครไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยันมีหลักฐานเทปเสียงอัดข้อตกลง หากพรรคเห็นคนใ
(16พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยก่อนการประชุมพรรคเพื่อเคาะชื่อผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ว่าช่วงเช้ามีสื่อมวลชนมารอทำข่าวจำนวนมาก และแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ทยอยเดินทางมาเข้าร่วมการประชุม อาทิ นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน พ.อ.อภิวันท์ วิระยะชัย อดีตส.ส.นนทบุรี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก สมาชิกพรรค พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกฯ
ทั้งนี้ได้มีประชาชนจากจ.สุรินทร์ จำนวน 2 คันรถ เดินทางมาสอบถามความชัดเจนกรณีที่พรรคเพื่อไทยขยับให้นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ อดีตส.ส.เขต 7 จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย มาเป็นนายสมบัติ ศรีสุรินทร์ เนื่องจากที่ผ่านมานางปทิดาลงพื้นที่พบปะประชาชนตลอดเวลาขณะที่นายสมบัติไม่เคยลงพื้นที่เลย จึงมาสอบถามความชัดเจนโดยปักหลักรอฟังคำตอบจากผู้เกี่ยวข้องบริเวณด้านหน้าพรรคเพื่อไทย หากพรรคให้คำตอบได้ก็จะแยกย้ายกันเดินทางกลับ ซึ่งต่อมาได้ส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึงนายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน และยืนยันให้พรรคพิจารณาเปลี่ยนตัวผู้สมัครจากนายสมบัติเป็นนางปทิดา
ทั้งนี้นายพายัพกล่าวว่าพรรคได้พิจารณาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับนางปทิดาแล้วการจะให้มาเปลี่ยนตัวต้องปรึกษากันก่อน ไม่รู้ว่าเขาจะว่าอย่างไร ยอมรับว่าเป็นเรื่องลำบาก ส่วนที่บอกว่านายสมบัติไม่เคยลงพื้นที่ ก็อาจเป็นวิธีการหาเสียงของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามชาวบ้านยังคงยืนยันที่จะปักหลักรอฟังคำตอบ หากพรรคไม่ยอมเปลี่ยนตัวก็จะจะค้างคืนที่พรรคเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่นายพายัพรับหนังสือจากชาวบ้านจ.สุรินทร์ ปรากฏว่าได้มีชาวบ้านจากอีกกลุ่ม ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 20 คน ได้บุกประชิดตัวนายพายัพและยื่นหนังสือต่อเรียกร้องให้พรรคพิจารณาส่งพล.ต.สมาน เกษรอินทร์ เป็นว่าที่ผู้สมัครเขต 9 จ.นครราชสีมา แทนนายกฤษฎา แถวโสภา โดยให้เหตุผลว่านายกฤษณาเป็นคนที่ดูแลกลุ่มคนเสื้อแดงมาโดยตลอด ซึ่งนายพายัพได้รับหนังสือไว้ และกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ทำไมเจ้าตัวไม่มาเอง ” ทั้งยังมีชาวบ้านจากจ.สระบุรี กว่า 10 คน มาเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้สมัครส.ส.เขต 1 จ.สระบุรี ให้เป็นนายบรรณฑูรย์ เกริกวิทยา
แจงถูกพาดพิงเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.ตรังเพื่อไทยเขต4
จากกรณีที่นายปกิต ยอดสนิท อดีตว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 4 พรรคเพื่อไทย ได้แถลงข่าวประกาศยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยต่อนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.54 ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พอใจที่สืบทราบว่า นายพิเชษฐ สถิรชวาล ประธานโซนอันดามัน และนายรัตน์ ภู่กลาง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน จ.ตรัง และว่าที่ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ร่วมมือกันเปลี่ยนตัวผู้สมัครใน 2 เขตดังกล่าว โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ส่งผลให้รายชื่อทั้งของ นายปกิต และนายมานิตย์ ถูกตัดออกจากการเป็นผู้สมัครของพรรค
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 16 พ.ค.54 ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย และศูนย์ นปช.ตรัง เลขที่ 20/116 ถ.ท่ากลาง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง นายรัตน์ ภู่กลาง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จ.ตรัง และว่าที่ผู้สมัครระบบปาร์ตี้ลิสต์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยยอมรับว่า ที่ผ่านมาในการสรรหาตัวผู้สมัครทั้ง 4 เขต ตนและคณะทำงานได้เป็นผู้คัดเลือกตัวผู้สมัครส่งให้กับทางพรรคพิจารณา ซึ่งรายชื่อผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 ที่ปรากฏในพรรคก่อนหน้านี้นั้น เป็นนายสมาน ลิมประพันธ์ แต่เมื่อใกล้วันประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค ทางพรรคได้เปลี่ยนตัวผู้สมัคร จากนายสมาน เป็นนายปกิต แทน
ซึ่งทางนายสมาน ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยในเหตุผลของการเปลี่ยนตัวแต่อย่างใด เพราะข้อตกลงเบื้องต้นของทุกคนที่เป็นว่าที่ผู้สมัคร ได้ตกลงกันไว้ว่า ในกรณีที่มีผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครไม่ว่าเขตไหน หากบุคคลที่มาใหม่นั้นมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกว่า ว่าที่ผู้สมัครคนเดิมจะต้องเปลี่ยนตัวได้เพื่อความเหมาะสม และข้อตกลงด้วยวาจาดังกล่าวได้บันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐานด้วย
ส่วนกรณีที่มีการเปลี่ยนตัว จากนายปกิต เป็นนายประโวทย์ ศรีจันทร์ทอง นั้น มีเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ นายประโวทย์ ได้แจ้งความประสงค์เป็นผู้สมัครมายังศูนย์ประสานงานพรรค พท.จ.ตรัง โดยไม่ระบุว่าจะลงเขตไหน ซึ่งทางศูนย์ฯได้แนะนำให้ นายประโวทย์ ไปสมัครสมาชิกพรรคที่ กทม.ซึ่ง นายประโวทย์ก็ได้ปฏิบัติตามข้อแนะนำดังกล่าว
ต่อมาประธานคัดเลือกตัวผู้สมัครโซนอันดามัน ได้พิจารณาคุณสมบัติของ นายประโวทย์ ก่อนวันประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 3 พ.ค.54 และได้ติดต่อกลับมายังนายสมานและตน เพื่อสอบถามประวัติ ซึ่งก็ได้ให้ข้อมูลไปตามความเป็นจริง ดังนั้นตนจึงไม่ส่วนเกี่ยวข้องหรือกลั่นแกล้งนายปกิต ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด และคิดว่าการที่นายปกิต ออกมาเรียกร้องเช่นนี้ เพราะยังทำใจไม่ได้ และด้วยเหตุผลดังกล่าวเป็นกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของทางพรรค แต่เมื่อมีความไม่เข้าใจเกิดขึ้น ตนต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลทั้งสองด้าน และได้พิจารณาว่าเหตุผลของใครที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงมากที่สุด
ขณะที่นายประโวทย์ ศรีจันทร์ทอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 4 พรรคเพื่อไทย ชี้แจงและยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปหานายรัตน์จริง เพื่อไปสมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งดังกล่าวที่มีปัญหา แต่ทางนายรัตน์ บอกกลับมาว่า มีผู้สมัครครบทั้ง 4 เขตแล้ว พร้อมกับแนะนำให้ตนไปยื่นใบสมัครที่พรรคโดยตรง ซึ่งต่อมาวันที่ 2 พ.ค.ตนได้เดินทางไปยื่นเอกสารในการสมัคร และทางพรรคก็บอกเช่นเดียวกับนายรัตน์ว่า มีผู้สมัครครบทุกเขตแล้ว แต่ก็ซักถามประวัติเบื้องต้นพร้อมขอเบอร์โทรศัพท์ตนไว้ และให้ตนรอประมาณ 1 ชม.เพื่อที่ทางพรรคขอเวลาเคลียร์เรื่องเปลี่ยนตัวผู้สมัคร
จากนั้นไม่นานทางพรรคติดต่อกลับมาให้ตนขึ้นไปยื่นหลักฐานการสมัครที่ชั้น 4 โดยมี นายพิเชษฐ เป็นผู้ซักถามประวัติใช้ประมาณ 15 นาที และในที่สุดตัดสินใจรับตนเป็นผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 4 ในทันที และในเย็นวันเดียวกันก็มีการเปิดตัวผู้สมัครในโซนอันดามัน ซึ่งประกอบด้วย ระนอง กระบี่ พังงา ภูเก็ตและตรัง และตนก็เริ่มเดินหน้าหาเสียงในทันที
ดังนั้นยืนยันว่า การเปลี่ยนตัวผู้สมัครครั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าทางพรรคมีเหตุผลหรือประสานงานกันอย่างไร แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยกับทางพรรคเรื่องการเปลี่ยนตัวเป็นกรณีพิเศษ



