ข่าว

สัมพันธ์การเมือง-ศาสนาอิหร่านร้าวหนัก

สัมพันธ์การเมือง-ศาสนาอิหร่านร้าวหนัก

16 พ.ค. 2554

ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายศาสนาร้าวหนัก อาห์มาดีเนจ๊าด เมินคำสั่งอยาโตลาห์ คาเมเนอี

(16พฤษภาคม) ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดีเนจ๊าด ของอิหร่าน ได้ปฏิเสธกระแสการคาดการณ์ที่ว่า เขากำลังขัดแย้งกับอยาโตลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด โดยในการให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของทางการ ประธานาธิบดีอามาห์ดีเนจ๊าด ไม่ได้เอ่ยถึงต้นตอที่ทำให้เกิดกระแสการคาดการณ์ ซึ่งก็คือ การปลดนายเฮย์ดาร์  มอสเลฮี ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองที่คาเมเนอี ทั้งออกมาขวางและใช้สิทธิ์วีโต โดยเขาระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้นำสูงสุด ไม่ใช่แค่เพียงความนับถือกันเป็นส่วนตัวเท่านั้น แต่เหมือนพ่อกับลูกด้วยซ้ำ

นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติอิสลาม เมื่อปี 2522 อิหร่านตกอยู่ภายใต้การปกครองของระบบวาลี ฟากีห์ ซึ่งหมายถึงการถูกปกครองภายใต้ผู้นำสูงสุดทางศาสนาในระดับอยาโตลาห์ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในทุกเรื่องที่เป็นกิจการของรัฐ และยังสามารถวีโตการตัดสินใจของประธานาธิบดีอีกด้วย

ประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจ๊าด ถูกตำหนิจากฝ่ายศาสนาว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคาเมเนอี ที่ให้ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลับมาดำรงตำแหน่งอีก แต่เขายืนยันปฏิเสธว่า ระบบการปกครองของอิหร่าน ขึ้นอยู่กับวาลี ฟากีห์ แต่ในเมื่อประชาชนจำเป็นต้องมีผู้นำ ผู้นำก็จำเป็นต้องอาศัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วยเช่นกัน

ประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจ๊าด ยังได้ปฏิเสธกระแสคาดการณ์ที่ว่า กำลังจะเกิดวิกฤติขึ้นในคณะรัฐมนตรีของเขา หลังจากเขาปลดรัฐมนตรีน้ำมัน , รัฐมนตรีอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีสวัสดิการสังคม โดยอ้างว่า เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ที่เขาพยายามจะลดจำนวนกระทรวงลงจากเดิม 21 กระทรวง เหลือ 17 กระทรวง

หนึ่งในกระทรวงที่ถูกยุบ คือกระทรวงน้ำมันนั้น ประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจ๊าด กล่าวว่าเขาจะเข้าไปกุมบังเหียนเอง จนกว่า จะควบรวมกระทรวงน้ำมันกับกระทรวงพลังงานเข้าด้วยกันเสียก่อน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กระทรวงน้ำมันเป็นแหล่งรายได้หลักของอิหร่าน และทำรายได้ปีละกว่า 75 เปอร์เซ็นต์