ข่าว

บึ้มยะลาพระมรณภาพ2ทหารสาหัส2

บึ้มยะลาพระมรณภาพ2ทหารสาหัส2

16 พ.ค. 2554

คนร้ายวางระเบิดเล่นงานชุดคุ้มครองพระขณะออกบิณฑบาต พระมรณภาพ 2 รูป เจ้าหน้าที่สาหัส 2 ราย กอ.รมน.ภาค 4 ประณามคาดแนวร่วมล็อกเป้าเลือกก่อเหตุ ห่วงวันวิสาขบูชาโหมอารมณ์คนไทยพุทธทั่วประเทศกดดันทหารใช้ความรุนแรง หวังเร่งแผนสร้างความแตกแยกโดยใช้ศาสนาโดยเป็นเง

เมื่อเวลา 06.00 น.  วันที่ 16  พ.ค. ศูนย์วิทยุ สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดมีผู้บาดเจ็บหลายราย  ที่บนถนนในหมู่บ้านหมู่ 8 บ.บาโย ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา จึงได้แจ้ง พ.ต.ท.ประสม หลวงพูล สารวัตรปราบปราม สภ.ยะหา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

 ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดอยู่บนถนน กว้างประมาณ 3 เมตร ลึก 2 เมตร ห่างจากหลุมระเบิดพบรถยนต์กระบะมาสด้า รุ่นทันเดอร์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บค 4305 ยะลา ในสภาพถูกระเบิดพังยับเยิน โดยที่ข้างตัวรถเจ้าหน้าที่พบศพพระมรณภาพอยู่ 1 รูป ทราบชื่อคือ พระสมุชาตรี กันคะโต ซึ่งเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว (ปูแล) โดยวัดดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม. นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบศพพระนอนมรณภาพอีก 1 รูป อยู่ในพงหญ้าห่างจากตัวรถประมาณ 20 เมตร เบื้องต้นทราบชื่อเพียง หลวงอ้วน และยังมีเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดร้อย ร. 1541 ฉก.ยะลา 14 อีกจำนวน 2 นาย คือพลทหารไกรสร มดคัน และพลทหารปัณธร หนูชัยแก้ว ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา

 ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเศษถังแก๊สขนาด 7 กก. ที่คาดว่าคนร้ายใช้บรรจุระเบิด กระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง และสายไฟลากเข้าข้างทางยาวกว่า 100 เมตร จึงได้รวบรวมเป็นไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กก. ที่คนร้ายบรรจุในถังแก๊ส จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่

 จากการสอบสวนทราบว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองนาย ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวออกจากวัด เพื่อนำพระทั้งสองรูปไปบิณฑบาต ภายในเขตเทศบาลตำบลยะหา โดยมีรถจักรยานยนต์ของทหารขับติดตามอีก 2 คัน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งซุกระเบิดเอาไว้ จึงได้จุดชนวนระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้พระมรณภาพ 2 รูป และมีเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บสองนายดังกล่าว โดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์

 กอ.รมน.ภาค4ประณามโจรใต้บึ้มพระรับวันวิสาขะ

 พล.ต.อัคร ทิพย์โรจน์  รองผอ.กอ.รมน.ภาค  4 ส่วนหน้า กล่าวว่า เหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 14 อ.ยะหา จ.ยะลา ขณะออกรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์ออกบิณฑบาต ทำให้พระมรณภาพ  2 รายและเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย  เป็นความพยายามของคนร้ายที่ต้องการหยุดจังหวะการรุกของเจ้าหน้าที่และตอบโต้ด้วยความรุนแรง และที่สำคัญสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดเจน คือ คนร้ายต้องการสร้างเงื่อนไขความแตกแยกระหว่างคน  2 ศาสนา โดยใช้เหตุการณ์ความรุนแรงที่สะเทือนอารมณ์และความรู้สึกของคนในสังคมเป็นเงื่อนไขสำคัญ ซึ่งผลพวงดังกล่าวทำให้เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือรัฐไปด้วยในตัว

 พล.ต.อัคร กล่าวอีกว่า กองทัพภาคที่ 4ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอร่วมประณามการกระทำของคนร้ายที่ใช้ศาสนามาเป็นเงื่อนไขในการทำร้ายคนในพื้นที่ด้วยกัน  โดยเฉพาะการเลือกเป้าหมายในการก่อเหตุครั้งนี้บ่งชี้ว่าคนร้ายมีการตั้งใจที่จะเลือกพระสงฆ์เป็นเป้าหมาย เนื่องจากเป็นจุดอ่อนจุดเดียวที่สามารถปลุกกระแสความรุนแรงได้ดีที่สุด  เนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงวันวิสาขบูชา เพื่อให้สังคมในภาพรวมกดดันเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรงซึ่งจะเป็นการสร้างเงื่อนไขความรุนแรงไม่มีที่สิ้นสุด

 “คนร้ายมุ่งหวังนำประเด็นศาสนาเข้ามาเป็นเงื่อนไขสำคัญในการปลุกกระแสความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกเหนือจากการเพ่งเล็งทำร้ายครู่ในช่วงใกล้เปิดเทอมใหม่ แต่เนื่องจากจังหวะดังกล่าวเป็นช่วงวันวิสาขบูชาซึ่งเป็นวันที่มีความสำคัญในทางศาสนาของคนไทยพุทธทั่วประเทศ ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้างที่มากขึ้น”

  พล.ต.อัคร กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้กอ.รมน.ภาค  4 ได้เน้นย้ำให้มีการเฝ้าระสังการ ดูแลความปลอดภัยเป้าหมายที่อ่อนแอในพื้นที่อย่างเข้มงวด เช่น พระและครู เนื่องจากทั้งสองเป้าหมายมีโอกาสสุ่มเสี่ยงสูงที่จะถูกทำร้าย กระทั่งคนร้ายเลือกก่อเหตุกับพระสงฆ์ในที่สุด  ทั้งๆที่การดูแลรปภ.พระในช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นไปอย่างเข้มงวด