ข่าว

อภัย+ใกล้ชิด+พูดคุย=สร้างสุขให้ครอบครัว

อภัย+ใกล้ชิด+พูดคุย=สร้างสุขให้ครอบครัว

16 พ.ค. 2554

คู่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่กำลังคิดจะสร้างครอบครัว หรือคู่ที่กำลังคิดจะหย่าร้างแยกทางใครทางมัน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ลองฟังเคล็ดลับการครองคู่และดูลูกหลานจากตัวแทนบุคคลตัวอย่างที่ได้รับรางวัลในโครง "ครอบครัวไทยมีสุข สภาสตรีแห่งชาติฯ" ประจำปี 2554 ซึ่งดำเนินการ

ภายในงานพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณ ที่โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ การดำเนินงานในปีนี้ได้ครอบครัวมีสุขทั้งหมด 61 ครอบครัวจากทั่วประเทศ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่เกียรติยศจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ วังศุโขทัย เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและเผยแพร่แนวทางการดำเนินชีวิตครอบครัวที่มีความสุข อบอุ่น เป็นแบบอย่างที่ดี อีกทั้งเพื่อเป็นการรณรงค์ ส่งเสริมความเข้มแข็งและความมั่นคงของครอบครัวต่อไป

 เริ่มต้นที่ "ครอบครัวปุณณกันต์" ซึ่งครองคู่กันมานานถึง 45 ปี โดยฝ่ายแม่บ้าน ดาริกา ปุณณกันต์ เปิดเผยถึงเคล็ดลับการครองคู่กับ ศ.นพ.เหลือพร ปุณณกันต์ ที่ต้องทำงานรักษาคนเจ็บป่วยทำให้มีเวลาไม่ค่อยแน่นอนว่า นอกเหนือจากความรักแล้ว ทั้งสองฝ่ายต้องมีเยื่อใยต่อกัน มีความผูกพันเอื้ออาทร รู้จักผ่อนปรน ให้อภัยซึ่งกันและกัน ส่วนแนวทางการเลี้ยงดูลูกๆ หลานๆ ให้เติบโตมาอย่างคนมีคุณภาพนั้น ทั้งแม่และคุณพ่อจะเน้นให้ความอบอุ่น ความใกล้ชิด และการสื่อสาร เพราะเมื่อใดก็ตามที่ลูกๆ มีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เขาจะมั่นใจและกล้าเดินเข้ามาปรึกษาพูดคุย

 ส่วนครอบครัวที่มีชีวิตสมรสยืนยาวถึงกว่าครึ่งศตวรรษ "เกียรติ-จรรย์สมร วัธนเวคิน" ฝ่ายแม่บ้านเปิดใจด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า สมัยก่อนการสื่อสารต่างๆ ยังไม่เจริญไม่เข้ามาแชร์เวลาของแต่ละคนเหมือนเช่นทุกวันนี้ จึงถือว่าเป็นความโชคดี ด้วยลักษณะครอบครัวใหญ่เพราะมีลูกๆ มากถึง 16 คน ดังนั้นการดูแลลูก จึงนำเอาระบบการจัดการแบบบริษัทเข้ามาใช้ อยู่ภายใต้สิทธิส่วนตัวและสิทธิรวมที่ตกลงกันก่อน แต่ก็เน้นเรื่องการศึกษาและแนวทางการดำเนินชีวิตเป็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องงานเมื่อใครทำงานในสายอาชีพใดจะต้องช่วยเหลือสังคมตรงนั้น สำหรับเรื่องการใช้ชีวิตคู่ ให้ความสำคัญกับเรื่องความเข้าใจ เพราะคนสองคนนิสัยย่อมไม่เหมือนกัน ความชอบย่อมต่างกัน ก็ต้องทำความเข้าใจกัน

 ในขณะที่ครอบครัว "ข้าราชการ" ถึงจะมีรายรับค่อนข้างจำกัด ทว่าทั้ง น.อ.ทองย้อย และ อ.สุดใจ แสงสินชัย ก็สามารถเลี้ยงดูบุตรชายหญิงจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน โดยฟากแม่บ้านรับหน้าที่ไขเคล็ดลับสร้างสุขให้ครอบครัวว่า ในส่วนของชีวิตคู่ไม่มีอะไรมากนอกจาก "ยอมรับฟังซึ่งกันและกัน" เวลามีปัญหาทั้งเรื่องลูกหรือปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวก็พูดคุยกันทุกครั้ง ส่วนหลักการเลี้ยงลูก ขั้นแรกก็เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกๆ ก่อน รวมถึงการปูพื้นฐานทางวินัยทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การเรียน และการเล่น แต่ก็ต้องเน้นให้ลูกมีความสุข สุดท้ายคือการให้แนวทางเพื่อลูกจะได้รู้จักวางจุดมุ่งหมายของตัวเอง

 นอกจากนี้ยังมี "ครอบครัวนักบิน" ของ น.ต.จักรี-ดารารัตน์ จงศิริ ที่นอกจากคุณพ่อจะเป็นมีอาชีพกัปตันขับเครื่องบินแล้ว ลูกชายทั้งสองก็ยังเจริญรอยตามคุณพ่อด้วยการเป็นนักบินอีกด้วย ซึ่งพ่อบ้านเปิดใจว่า โดยเนื้อหาของงานค่อนข้างเครียดเพราะรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็มีตารางเวลาให้ครอบครัวได้ไม่แน่นอน แต่เพราะทั้งคู่จะเน้นการพูดคุยสื่อสาร ความเอื้ออาทรต่อกัน รวมถึงการอภัยซึ่งกันและกัน จึงทำให้ครองคู่กันมาถึงวันนี้กว่า 30 ปี แล้ว ส่วนเรื่องการเลี้ยงลูกๆ จะให้เวลาแก่เขา นอกจากนี้ก็คงเป็นการศึกษา ส่วนที่ลูกเป็นนักบินล้วนเกิดจากการซึมซับของลูกเอง พ่อไม่ได้ผลักดันใดๆ เลย