ข่าว

ช่องโหว่จุดผ่านแดนขนแรงงานทะลักกรุง

ช่องโหว่จุดผ่านแดนขนแรงงานทะลักกรุง

16 พ.ค. 2554

ชาวต่างด้าวข้ามแม่น้ำโขงลักลอบเข้ามาทำงานทางฝั่งไทย ด้านเมืองชายแดนตลอดแนว จ.อุบลราชธานี นครพนม มุกดาหาร และหนองคาย เกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว เพียงแต่มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเมื่อเปิด "จุดผ่านแดน" ยิ่งง่ายต่อการลักลอบ แรงงานต่างด้าวเข้ามาทะลักอยู่

การจับกุมหนุ่มสาวชาวลาว แรงงานต่างด้าว 15 คน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บริเวณท่าจอดเรือริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าด่านพรมแดน (จุดผ่านแดนถาวร) บ้านปากแซง หมู่ 3 ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี โดยทั้งหมดสารภาพว่า จ่ายเงินค่านายหน้าสำหรับอำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทางจากบ้านเกิดใน ส.ป.ป.ลาว ไปจนถึง กทม. ในราคาหัวละ 5,000 บาท เป็นสิ่งพิสูจน์ได้ว่า ขบวนการค้าแรงงานข้ามโขงยังมีอยู่

 ในอดีตการนำพาชาวต่างด้าวจากริมฝั่งโขงเข้าขายแรงงานเถื่อนใน กทม.จะกระทำการลับๆ ต้องนัดแนะสถานที่พบกันของกลุ่มแรงงาน และใช้เวลาในช่วงคืนเดือนมืด บรรทุกคนเหล่านี้ลงเรือที่ไม่ติดเครื่องยนต์ นำคนมาพักไว้ที่บ้านริมฝั่งโขง 1-2 คืน ก่อนจะนำรถตู้บรรทุกเข้า กทม.ด้วยเส้นทางสายรองในตอนกลางคืนเท่านั้น

 แต่หลังจากมีการเปิดด่านการค้าในหลายจุดตลอดแนวชายแดน ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายอำนวยความสะดวกในการนำชาวต่างด้าวเข้าสู่ชั้นในของประเทศอย่างง่ายดาย

 อย่างที่ "อุบลราชธานี" มีด่านตรวจคนเข้าเมืองถาวรอยู่ถึง 2 แห่ง คือ ด่านตรวจคนเข้าเมืองถาวรช่องเม็ก อ.สิรินธร กับด่านตรวจคนเข้าเมืองถาวรบ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล นอกนั้นเป็นจุดผ่านแดนชั่วคราวไปเช้าเย็นกลับ

 ส่วนจุดผ่านแดนถาวร เจ้าหน้าที่มีอำนาจพิจารณาให้ชาวต่างด้าวเข้าไปได้ทั่วเขต จ.อุบลราชธานี ไม่ว่าจะเป็นไปเยี่ยมญาติหรือประกอบธุรกิจ ในระยะเวลาที่กำหนด คือ 3 วัน 2 คืน โดยใช้เอกสารการเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนมากจะใบบอเดอร์พาส คือเอกสารเข้าเมืองชั่วคราว หรือหากมีความจำเป็นต้องอยู่ต่อ ก็สามารถขอเอกสารอยู่ต่อไปได้อีก โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะเป็นผู้พิจารณา

 แต่ทว่า...หลังเทศกาลสงกรานต์ มีชาวลาวหลั่งไหลเข้าไปขายแรงงานที่กรุงเทพฯ วันละ 100-300 คน โดยมีนายหน้าคอยอำนวยความสะดวกให้ ในการจัดทำใบบอเดอร์พาส อ้างกับเจ้าหน้าที่ด่านว่าไปหาหมอ!!

 จากการสอบถามจากชาวลาวหลายคน บอกว่า ไม่มีเงินก็ไปได้สำหรับเมืองไทย เพราะก่อนจะข้ามแม่น้ำโขงมา จะมีผู้แนะนำให้ติดต่อกับนายหน้าที่ฝั่งไทย และพอจะข้ามก็โทรศัพท์ติดต่อบอกถึงชื่อ เพศ และอายุ โดยอ้างว่านายหน้ามีการประสานกับเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยให้อำนวยความสะดวกถือเอกสารไปได้ถึง จ.อุบลราชธานี จากนั้นจะมีคนมาพาไปต่อถึง กทม.

 น.ส.น้อย ชาวเมืองสาละวัน ส.ป.ป.ลาว วัย 18 ปี เล่าว่า เคยทำงานที่กรุงเทพฯ มา 2 ปีแล้ว เป็นช่างเย็บผ้าอยู่เขตป้อมปราบฯ กทม. ได้เงินเดือนละ 5,000 บาท โดยนายหน้าชาวปากแซง พาลักลอบเข้าเมืองไทยด้วยการข้ามแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนบ้านปากแซง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ มีเถ้าแก่เข้ามารับ พร้อมกับแจ้งงานที่อยากจะทำ เมื่อได้ทำงานแล้วเถ้าแก่จะหักเงินเดือนเดือนแรกไปคนละ 3,500 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่ารถคนละ 3,000 บาท นอกนั้นเป็นค่าอาหาร และค่าธรรมเนียมเจ้าหน้าที่ ระหว่างเดินทางก็ไม่เคยถูกตรวจค้น

 "เอกลักษณ์ หลุ่มชุมแข" หัวหน้าโครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา บอกว่า แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า ลาว และกัมพูชา โดยพื้นที่รองรับแรงงานจำนวนมากคือ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร การเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างถูกกฎหมายถือเป็นเรื่องเสรีที่แรงงานทุกประเทศสามารถทำได้ แต่ที่มีขบวนการค้าแรงงานเถื่อนมาช่วยนายจ้างลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมาก

 เอกลักษณ์กล่าวถึงการเดินทางเข้าประเทศของแรงงานต่างด้าวว่า ในอดีตจะเป็นกลุ่มญาติพี่น้องที่เคยมาทำงานในไทย แล้วชักชวนให้เดินทางเข้ามาทำงานในไทย ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่สลับซับซ้อนและมีปัญหาตามมาน้อย เพราะในกลุ่มเครือญาติสามารถพูดคุยแก้ปัญหากันได้เอง แต่ปัจจุบันแรงงานต้องผ่านนายหน้าหลายคน ตั้งแต่ประเทศต้นทางที่เป็นคนจัดหาแรงงาน จัดส่งมาชายแดน คนที่นำเข้าประเทศชั้นใน และกระจายแรงงานไปตามโรงงานต่างๆ ซึ่งแต่ละจุดจะมีนายหน้ามาดำเนินการต่อเป็นช่วงๆ ทำให้แรงงานต่างด้าวต้องเสียค่าจ่ายมากขึ้น  

 "ส่วนการเดินทางเข้ามามีความสลับซับซ้อนที่ยากต่อการแก้ไขปัญหามากขึ้น การแก้ปัญหาคือไทยต้องทำความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้าน ว่าประเทศไทยมีนโยบายในการควบคุมแรงงานต่างด้าวไม่ให้ลักลอบเข้ามาทำงาน โดยจะขอความร่วมมือในการทำเอ็มโอยูนำเข้าแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้แรงงานต่างด้าวได้รับการดูแลที่ดีขึ้น" เอกลักษณ์แนะนำ

   - ศูนย์ข่าวภาคอีสาน -