
แบงก์ไปรษณีย์ลุ้นปล่อยกู้ก.ค.นี้ขอเวลา1ปีวัดผลหากหนี้เน่าเกินครึ่งอาจปิดกิจการ
แบงก์ไปรษณีย์เร่งสรรหาเอ็มดีให้จบในเดือนมิถุนายนนี้ หวังปล่อยกู้ได้เดือนกรกฎาคม เล็งใช้เงินทุนประเดิมก่อน 50 ล้านบาท ขอเวลาดำเนินการ 1 ปี หากประเมินผลหนี้เสียเกินครึ่งอาจหยุดกิจการ แต่หากไปได้สวยจะเปิดทางให้เอกชนเข้าร่วมทุน
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะประธาน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท เปิดเผยว่า บริษัทสินเชื่อไปรษณีย์ไทย หรือ แบงก์ไปรษณีย์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปณท ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ อยู่ระหว่างการประกาศรับสมัครผู้บริหารระดับสูงหลังจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเรียบร้อยแล้ว โดยน่าจะคัดเลือกเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะเปิดกว้างให้บุคคลทั่วไปด้วย แต่ต้องเคยมีประสบการณ์ในสถาบันการเงินมาก่อน และเคยบริหารงานในองค์กรขนาดไม่เล็กจนเกินไป จากนั้นคาดว่าประมาณเดือนกรกฎาคม ก็น่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการนำร่องดำเนินงานของบริษัทสินเชื่อไปรษณีย์ไทย จำนวน 10 จังหวัดนั้น ล่าช้าไปจากเดิมที่น่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากรอได้ตัวผู้บริหาร รวมทั้งการโอนคนจาก ปณท ไปที่บริษัทใหม่ และการฝึกอบรมด้านการปล่อยสินเชื่อ เพราะถือเป็นบริการใหม่ ส่วนวงเงินที่ใช้ดำเนินธุรกิจยังอยู่ที่กรอบเดิม 50 ล้านบาท เพื่อใช้ปล่อยสินเชื่อไม่เกินรายละ 1 หมื่นบาท และคิดอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อเดือน ซึ่งแม้จะสูงกว่าธนาคารออมสิน แต่ต่ำกว่าการกู้เงินนอกระบบและถือว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า
"การดำเนินงานเฟสแรกจะใช้เงินทุนที่ได้รับมาจาก ปณท เพื่อปล่อยสินเชื่อรายย่อยก่อน 50 ล้านบาท จากนั้นจะประเมินผลการดำเนินงานก่อนหากเห็นว่าสินเชื่อที่ปล่อยไปไม่ได้กลายเป็นหนี้เสียจำนวนมากอย่างที่หลายฝ่ายกังวลก็จะดำเนินการต่อ โดยการกู้เงินจากสถาบันการเงินอื่นมาปล่อยสินเชื่อต่อ โดยที่แบงก์ไปรษณีย์จะมีกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว" นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวและว่า ไม่เชื่อว่าสินเชื่อที่ปล่อยให้รายย่อยจะกลายเป็นหนี้เสียทั้งหมด แต่หากผลออกมาว่าเป็นหนี้เสียมากกว่าครึ่งก็อาจจะหยุดดำเนินกิจการ และคาดว่าบริษัทที่ตั้งขึ้นจะได้รับความเสียหายไม่ถึง 50 ล้านบาท เพราะน่าจะมีส่วนที่มีการชำระหนี้คืนเข้ามาบ้าง
อย่างไรก็ตาม ในระยะ 1 ปีหากมีการดำเนินธุรกิจดังกล่าวในวงกว้างเกือบทุกสาขากว่าพันแห่งทั่วประเทศ แล้วกิจการขยายตัวดีก็มีแนวคิดจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจด้วย โดยต้องเป็นเอกชนที่มีเครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาช่วยการขยายธุรกิจได้ เพราะการลงทุนเองต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ยืนยันว่าแบงก์ไปรษณีย์จะทำหน้าที่ปล่อยกู้ให้รายย่อยเท่านั้นจะไม่ทำหน้าที่รับฝากเงินแข่งกับธนาคารทั่วไป



