ข่าว

อีกสองเดือนเราต้องได้เลือกตั้ง

อีกสองเดือนเราต้องได้เลือกตั้ง

16 พ.ค. 2554

หลังจากผ่านวันเวลาอันไม่แน่ใจมานาน การยุบสภาก็มาถึงเสียที ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศกำลังจะได้เลือกตัวแทนใหม่เข้าไปบริหารประเทศอีกครั้ง หวังว่าจะไม่มีอุบัติเหตุอะไรเสียก่อน เท่าที่ผ่านมาก็หวุดหวิดเต็มที

ในปีนี้อย่างน้อยก็สองครั้งเมื่อตอนที่พันธมิตรเคลื่อนขบวนออกมานั่นก็ทีนึง เคราะห์ดีที่มีคนไม่ออกมาตามนัด แล้วอีกครั้งนึงที่เรื่องอธิปไตยกับผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียกลายเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาลต้องละล่ำละลักหันไปกร้าวกับเขมร ซึ่งก็เท่ากับเซฟชะตาการเมืองในอนาคตให้ยังอยู่ในอุ้งมือประชาชนได้อย่างหวุดหวิด แต่จะมีการเลือกตั้งจริงๆ หรือไม่ จนกว่าจะได้หย่อนบัตรนั่นแหละจึงจะโล่งใจ

 ในรอบ 3 ปีครึ่งที่ผ่านมาต้องถือว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งสร้างความผิดหวังให้คนไทย รัฐบาลสมัครและสมชายยังไม่ทันได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มัวแต่ปวดหัวกับชาวพันธมิตรที่เดินขบวนกันทั้งปี รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เจอปัญหาแบบเดียวกันกับฝ่ายเสื้อแดง แต่ที่สาหัสกว่าเพราะแก้ปัญหาหลักๆ อื่นไม่ได้เลย โดยเฉพาะเรื่องทุจริตคอรัปชั่นและข้าวยากหมากแพง ดูเหมือนว่าเรื่องเล็กน้อยอย่างเรยาหรือสมาร์ทการ์ดก็งกๆ เงิ่นๆ จบบทบาทบริหารกันไปด้วยความโล่งใจของคนจำนวนไม่น้อย

 ถึงจะดีใจที่คนไทยจะได้โอกาสกำหนดชะตาชีวิตของตนอีกครั้งด้วยความหวังว่าผู้แทนชุดใหม่ รัฐบาลชุดใหม่มันต้องดีกว่าเก่า แต่ดูเหมือนบรรยากาศ องค์ประกอบและสภาพแวดล้อมทางการเมืองจะย้อนยุคไปสู่เมื่อ 30 ปีก่อนยังไงไม่รู้ ในยุคนั้นหวาดเสียวกับการปฏิวัติหรือก่อกบฏที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ภัยคุกคามหลักสมัยโน้นก็เหมือนกับสมัยนี้ นั่นคือศึกทางตะวันออกก็รบกับฮุนเซน ชายแดนใต้ก็มีปัญหากับพวกแบ่งแยกดินแดนที่อ้างความต่างของศาสนา ส่วนทุกภาคของประเทศนั้นอุดมการณ์ของคนก็แตกออกเป็นสองพวกชัดๆ คือพวกหนึ่งที่อ้างความจงรักภักดี ยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ กับอีกพวกที่อ้างความเท่าเทียมภายใต้ระบบการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่จะต้องมาถึง นักการเมืองและพรรคการเมืองยุคนั้นเต็มไปด้วยคนขี้โกง ซื้อเสียง อวดตัวและใส่ร้ายผู้อื่น เป็นภาพลักษณ์เดียวกันกับที่คนส่วนใหญ่ของประเทศเวลานี้คิดว่ามันกำลังเกิดขึ้นกับการเมืองไทยปัจจุบัน

 แต่ทุกอย่างคงไม่เลวร้ายไปเสียทั้งหมดหรอกน่า ประเทศไทยก้าวสู่ยุคโลกาภิวัตน์มากว่าสิบปีแล้ว และไม่ได้ถอยหลังไปอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าวงจรอุบาทว์จะกลับมา เรายังมีความหวังกับนโยบายที่เห็นหัวคนจนมากกว่าในอดีต การกระทำใดของข้าราชการและนักการเมืองก็ต้องแคร์กระแสสังคม การเปิดโปงมีมากขึ้น และข่าวสารที่รวดเร็วลึกซึ้งจนคนชั่วต้องพลิกตำราเลวให้เนียนยิ่งกว่าเดิม หนาอย่างเดียวไม่รอด ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงยังคงเป็นการเลือกตั้งที่มีค่ากว่าการโนโหวตหรือโหวตโน ถ้าเราไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น จิ้งจอกในคราบราชสีห์ก็อาจอ้างไม่ยอมรับมติมหาชนเอาได้