ข่าว

 “ชีวิตมาไกลกว่าที่ฝัน”

“ชีวิตมาไกลกว่าที่ฝัน”

15 พ.ค. 2554

เคยมีคนถามผมหลายต่อหลายครั้ง และผมก็ยืนยันคำเดิมว่าการกู้เงินไม่ใช่เรื่องน่าอาย จะกู้ได้ถ้ารู้จักเอาไปใช้ เป็นการก่อหนี้ชั้นดีเพื่อประโยชน์ระยะยาว และที่สำคัญจ่ายคืนกลับมาอย่างคนมีวินัย

 ไม่นานมานี้ที่เคทีซีที่ผมทำอยู่ก็ได้จัดแคมเปญให้สมาชิกเขียนเล่าเรื่องราวของตัวเองเกี่ยวกับบัตรสินเชื่อที่ใช้ตามหัวข้อที่เกริ่นจั่วหัวด้านบน แต่เอาแบบไม่ต้องยาวมาก เพราะไม่ได้เน้นประกวดเรียงความ หลักง่ายๆ ใครที่เขียนได้ตอบโจทย์ และโดนใจกรรมการ ก็จะได้รับรางวัลส่งให้ถึงที่บ้าน

 ผมถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกท่านด้วยใจครับ ทีมงานรู้สึกปลาบปลื้มที่มีคนส่งเข้ามาเป็นร้อยๆ เรื่อง และแต่ละอันก็ให้ข้อคิดกันคนละแบบ อ่านแล้วชื่นชมที่ทุกคนรู้จักเอาเงินกู้ไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร และนี่คือเรื่องที่กรรมการลงความเห็นว่าได้คะแนนสูงสุด ผมได้ให้ทีมงานติดต่อขออนุญาตผู้ชนะ ขอเอามาลงที่นี้เพื่อให้เป็นอุทธาหรณ์ ข้อคิดเตือนใจให้กับเพื่อนๆ ทุกคน

 ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มเลยนะครับ

 “...ฉันเชื่อว่า “คนทุกคน” ล้วนมีความฝัน แต่ใครจะก้าวไปได้ไกลมากน้อยแค่ไหนนั้น บางครั้งก็อยู่ที่โชคชะตา แต่สำหรับฉัน นอกจากโชคชะตาแล้ว ยังขึ้นอยู่กับสองมือและบัตรอีกหนึ่งใบ

 ฝันของฉันอาจจะแปลกประหลาดสักหน่อย ตรงที่มันสวนทางกับคนอื่น ก็คนทั่วไปเขามักอยากได้สิ่งของล้ำค่า หากแต่ฉันกลับเฝ้าภาวนาให้ได้กลับมายังภูมิลำเนา 

 เพราะฉันคิดเสมอว่าความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนของชีวิตคือการได้อยู่อย่างพอเพียง บนเรือกสวนไร่นา บ่อปลา และเล้าไก่ ซึ่งการที่จะทำเช่นนั้นได้มันคงต้องใช้เงินสักก้อนในการลงทุน

 อย่างน้อยก็ทำโรงเรือนและซื้อเมล็ดพันธุ์เพื่อเป็นทุนให้ชีวิต แต่ลูกจ้างธรรมดาหาเช้ากินค่ำอย่างฉัน คงไม่มีวันจะเก็บเงินได้ เพราะชีวิตในเมืองกรุงมีแต่ค่าใช้จ่ายจิปาถะ

 จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนฉันแนะนำให้สมัครบัตรสินเชื่อเคทีซี และหลังจากวันนั้นบัตรใบนี้ก็ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป

 ฉันกดเงินสดก้อนหนึ่งจากบัตร แล้วมุ่งหน้ากลับบ้านนอก ลงทุนทำเกษตรแบบพอเพียงอย่างที่ฝัน 

 ฉันเริ่มต้นทีละเล็กทีละน้อย ทยอยจ่ายขั้นต่ำไม่เคยขาด จนวันนี้ฉันมีซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นของตัวเอง มีผักสดๆ จากไร่ที่ใครต่อใครก็มาขอซื้อ มีกล้วยน้ำว้าหวีใหญ่จากในสวนหลังบ้าน ฝรั่ง มะละกอ และอื่นๆ มีไก่และไข่ที่กินอย่างไรก็ไม่หมด

 ที่สำคัญวันนี้ฉันมีบ่อปลาตั้งสามบ่อ แต่ละบ่อของฉันมีปลาหลายพันตัวเลยทีเดียว ฉันได้พบกับความสุขที่ยั่งยืนแบบที่ในหลวงและปราชญ์ชาวบ้านอีกหลายคนเคยบอก ข้าวปลาอาหารที่เราปลูกไว้ เป็นผลผลิตหมุนเวียนที่กินใช้อย่างไรก็ไม่หมด

 ฉันคงต้องขอบคุณบัตรใบเล็กๆ ในกระเป๋าของฉัน ที่ช่วยให้ฝันของคนหัวใจบ้านนอกอย่างฉันได้กลับมาสัมผัสกับวิถีธรรมชาติอย่างที่เฝ้ารอจริงๆ เสียที...”

 หลังจากที่อ่านจบ ผมก็ได้ข้อคิดอีกข้อครับ

 ความยากจนไม่เคยเป็นอุปสรรค เกินความตั้งใจและความมุ่งมั่น ไม่สำคัญว่าเราจะเกิดมาด้วยฐานะอย่างไร ขอให้แค่สู้ ไม่ท้อ และไม่นั่งรอโอกาสเท่านั้นก็พอ

 ยิ่งกว่านั้น ต้องรู้จักพอประมาณ ไม่ฟุ้งไม่เฟ้อ เพราะความพอเพียงนี่แหละที่จะทำให้เกิดความสุขแบบยั่งยืนจริงๆ

 ขอบคุณสมาชิกท่านนี้ด้วยใจผมและทีมงานอีกครั้งครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]