ข่าว

เกาะติดสนามเลือกตั้ง-เป็นหางราชสีห์...ดีกว่า

เกาะติดสนามเลือกตั้ง-เป็นหางราชสีห์...ดีกว่า

15 พ.ค. 2554

คณะใหญ่จากพรรคเพื่อไทยที่แห่แหนกันไปบ้านเมืองทองธานี ของ เสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เพื่อเชื้อเชิญให้ เสนาะ เข้าพรรคเพื่อไทย นั้นแทบไม่ต่างกับการยกขันหมากไปสู่ขอสาวงามประจำตำบล

 จะว่าไปหากมองในแง่ของเสนาะ ที่เดิมมีเสียงส.ส.สระแก้ว 3 คน ปทุมธานี บุรีรัมย์ นครสวรรค์ และศรีสะเกษ อีกจังหวัดละ 1 คน รวม เสนาะ ที่เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แล้วก็ 8 ชีวิต

 หาก เสนาะ ยังรักษาฐานตรงนี้ได้ นั่นหมายความว่า อนาคตของ "ลูกหลาน" ที่เสนาะยกเป็นเหตุย้ายกลับเข้าไปทำงานการเมืองร่วมกับ ทักษิณ ชินวัตร ก็ดูจะพอจะเห็นหน้าเห็นหลัง

 เพราะถ้าหากพรรคเพื่อไทยเกิดชนะแบบถล่มทลาย ได้เป็นรัฐบาล 8 เสียงของ เสนาะ ก็น่าจะได้โควตารัฐมนตรีอย่างแน่นอน

 ตรงนี้ไม่นับผลประโยชน์ที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับ ซึ่งก็คือ นอกจาก จำนวนส.ส.เพิ่มแล้ว คะแนนปาร์ตี้ลิสต์จากพรรคประชาราช ก็น่าจะหนุนส่งให้ได้ตามเป้าหมาย ที่ ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วาดหวังตั้งเป้าเอาไว้ที่ 70 เสียง จาก 125 เสียง

 แต่ก็นั่นแหละ ก็ต้องขึ้นกับคน จ.สระแก้ว ว่าจะยังรักและศรัทธา เสนาะ อยู่หรือเปล่า เพราะการ "สับขาหลอก" ของ เสนาะ นั้น มันชวนปวดหัวอยู่ไม่น้อย

 ก่อนหน้านี้ เคยด่าอย่างสาดเสียเทเสีย พ.ต.ท.ทักษิณ มาแล้ว เคยคร่ำครวญเสียอกเสียใจกับการมองคนผิด สนับสนุนจนขึ้นมาเป็นใหญ่มาแล้วเช่นกัน

 แล้วก่อนที่จะเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ เสนาะ ก็มีลีลาชวนเวียนหัว เดี๋ยวจะเข้า เดี๋ยวจะออก เดี๋ยวจะจับมือ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ตั้งพรรคใหม่ เดี๋ยวไปชวนกลุ่มส.ส.ปทุมธานี ลูกพรรคเก่าไปร่วมตั้งพรรคใหม่

 มันดูสับสนกันไปหมด !

 แต่ก็ต้องยอมรับว่า เรื่องราวแบบนี้ สำหรับบางคนไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ

 ยิ่งมาเห็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย แล้วยิ่งชัดเจนว่า เรื่องราวอย่างนี้ คนธรรมดาทั่วไปคงไม่สามารถทำได้

 "ความจริงผมไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน หรือเพื่อไทย ต้องไม่ลืมว่า วันเกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2543 ผมได้จับมือกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเข้าพรรคไทยรักไทย ดังนั้นเรื่องหยุมหยิมไม่ต้องมาพูดกัน" เสนาะ ตอบคำถามนักข่าวอย่างนั้น

 น่าเสียดายที่ไม่มีการซักถามลงไปในรายละเอียดว่า "เรื่องหยุมหยิม" ที่ว่านั้น นอกจากเรื่องตำแหน่งแห่งที่แล้ว จะรวมถึงเรื่อง "เผาบ้านเอาประกัน" เรื่อง "กกต.เป็นของเราแล้วพี่เหนาะ" เรื่อง...ฯลฯ อย่างที่เคยพูด เคยปราศรัยในก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่

 แต่ก็อย่างที่ว่า การมองอนาคตทางการเมืองของ เสนาะ ในวันที่ต้องนับถอยหลังสู่จุดที่พ้นจากความวุ่นวายทางการเมือง อาจเห็นว่า การเลือกเส้นทางนี้ จะทำให้ "ลูกหลาน" มีโอกาส มากกว่า

 มีคำพังเพยว่า "เป็นหัวหมา ดีกว่าหางราชสีห์"

 แต่วันนี้ เสนาะ เลือกจะเป็น "หางราชสีห์" นั้นอาจจะเป็นเพราะไม่มองว่า "ใหญ่ในพรรคเล็ก" เสี่ยงต่อแรงบีบ และเหนื่อยกับการหาเสียงท่ามกลางการวัดกำลังกันอย่างเอาเป็นเอาตายของ 2 ขั้วการเมืองใหญ่

 ถ้าคิดอย่างนี้ก็ไม่แปลกที่จะเห็นว่า เรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมานั้นมันหยุมหยิม