
ผีแดงแชมป์พรีเมียร์เรือใบซิวเอฟเอคัพ
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้วงการฟุตบอลอังกฤษ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19 หลังได้ 1 แต้มสำคัญด้วยการไปเสมอ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น 1-1 เผย รูนีย์ ซ้อมจุดโทษทั้งอาทิตย์ ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เฉือน "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค 1-0 ค
ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปเยือน "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โดยเกมนี้ทีมเยือนยังส่งทีมชุดใหญ่เพื่อลุ้นคว้าอีก 1 แต้ม เพื่อการเป็นแชมป์ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เจ้าถิ่นก็ยังต้องการแต้มเพื่อลุ้นหนีตกชั้น
เริ่มเกมในช่วงแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเกมรุกทันทีแค่นาทีที่ 4 ก็เกือบได้ประตูออกนำเมื่อ เวย์น รูนีย์ เปิดบอลจากทางด้านขวาให้ นานี ขึ้นโหม่งเต็มหัว แต่บอลไปชนคานออกหลังไป ก่อนที่นาทีที่ 20 กลายเป็น แบล็คเบิร์น ที่ได้ประตูนำ มาร์ติน โอลส์สัน เติมเกมขึ้นทางซ้ายก่อนผ่านมาเสาสองให้ เบรตต์ เอเมอร์ตัน ยิงย้อนเข้าทางเสาแรก จบครึ่งแรก แบล็คเบิร์น ยังรักษาสกอร์นำ 1-0
ช่วงครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เดินเกมรุกหนักมากขึ้น แต่ก็หวุดหวิดจะเสียประตูเพิ่มนาทีที่ 65 เอเมอร์ตัน เปิดบอลทางขวามาเสาสองให้ โอลส์สัน โหม่งบอลไปชนเสาออกมา และนาทีที่ 73 ทีมเยือนก็มาตามตีเสมอได้หลังจาก ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ถูก พอล โรบินสัน รวบในเขตโทษ และรูนีย์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปเป็น 1-1 จากนั้นแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ประคองเกมได้จนหมดเวลาจึงคว้า 1 แต้มได้ตามต้องการ
แมนฯ ยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 77 แต้ม ทำแต้มขาดจากเชลซี รองจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นแชมป์ลีกสูงของอังกฤษสุดสมัยที่ 19 ถือเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของอังกฤษ แซงหน้า "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ได้ไป 18 สมัย รวมทั้งเป็นแชมป์สมัยที่ 12 ของ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน หลังคุมทีมมาตั้งแต่ปี 1986
เฟอร์กี้ เผยหลังประสบความสำเร็จอีกครั้งว่าถึงผลจะออกมาแค่เสมอ แต่ก็ยังเป็นเกมที่ดีของลูกทีม เพียงแต่เกมนี้เป็นเกมที่ยากลำบากอยู่แล้ว เพราะถือว่าเป็นเกมดาร์บี้แมทช์ เกมหนึ่งเหมือนกัน และแบล็คเบิร์น เองก็ยังต้องการแต้มเพื่อลุ้นหนีตกชั้น
"มันเป็นฟอร์มที่มหัศจรรย์จากทั้งนักเตะและแฟนบอล รวมทั้งทุกคนที่เกี่ยวของกับสโมสร มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่วันนี้ มันไม่ใช่เกมง่ายๆ เราโดนนำ 1-0 จากประตูที่เสียง่ายๆ และเหมือนว่ามันจะไม่ใช่วันของพวกเราแล้ว เราเจองานลำบากที่นี่อยู่ตลอด มันเป็นเกมดาร์บี้ท้องถิ่น และพวกเขาก็สู้เพื่อความอยู่รอด แต่เราก็กลับมาได้ นั่นเป็นคุณภาพที่ดี" เฟอร์กี้กล่าว
เวย์น รูนีย์ เผยถึงช่วงยิงจุดโทษเพื่อเป็นแชมป์ว่าเป็นช่วงที่กดดันสุดๆ เพราะกว่าผู้ตัดสินใช้เวลาค่อนข้างนานในการตัดสินใจว่าจะให้จุดโทษหรือไม่ ทำให้ต้องทำสมาธิอยู่นาน และสุดท้ายก็ยิงเข้าไปได้ด้วยความมั่นใจ เพราะมีการซ้อมมาตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วน ไรอัน กิ๊กส์ ยอมรับว่าเหลือเชื่อที่แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่ได้แชมป์มากที่สุดของอังกฤษแซงหน้า ลิเวอร์พูล ไปแล้ว เพราะเมื่อ 20 ปีที่แล้วยังไล่หลังทีมหงส์แดงอยู่มาก
ขณะที่คู่อื่นๆ เวสต์บรอมวิช ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 จาก ยุสซุฟ มูลุมบู, ซันเดอร์แลนด์ แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-3 ทีมเยือนได้จาก โจดี ครัดด็อก นาทีที่ 23, สตีเฟน เฟลตเชอร์ นาทีที่ 54, จอร์จ เอโลโคบี นาทีที่ 78 ส่วนเจ้าถิ่นได้จาก สเตฟาน เซสเซญอง นาทีที่ 34
แบล็คพูล ชนะ โบลตัน 4-3 เจ้าถิ่นได้ 4 ประตูจาก ดีเจ แคมป์เบลล์ นาทีที่ 9 กับ 45, เจสัน พันชัน นาทีที่ 19 และชาร์ลี อดัม นาทีที่ 43 ขณะที่ทีมเยือนได้จาก เควิน เดวีส์ นาทีที่ 6, แมทธิว เทย์เลอร์ นาทีที่ 24 และดาเนียล สเตอร์ริดจ์ นาทีที่ 53 ส่งผลให้สถานการณ์ท้ายตาราง แบล็คพูล มีเพิ่มเป็น 39 แต้ม แต่ยังอยู่อันดับ 3 จากท้ายตาราง ขณะที่ วูล์ฟส์ มีเป็น 40 แต้ม ต้องไปลุ้นกันต่อในนัดสุดท้าย
ด้านศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ได้ คาร์ลอส เตเบซ ฟิตเต็มที่นำทีมลงสนามพบ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ ที่ได้ แมทธิว เอเธอริงตัน ผ่านความฟิตลงสนามได้เช่นกัน ซึ่งเกมในครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ทำเกมรุกลุ้นประตูได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ติดที่ โธมัส โซเรนเซน นายทวารของสโต๊ค ยังไม่พลาด ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูนำนาทีที่ 74 เมื่อต่อบอลเข้าเขตโทษ กองหลัง สโต๊ค สกัดบอลไม่ขาด ยายา ตูเร วิ่งเข้ายิงเต็มเท้าเป็น 1-0 ซึ่งเป็นประตูชัยให้แมนฯ ซิตี้ ชนะและคว้าแชมป์ถ้วยแรกในรอบ 35 ปีได้สำเร็จ



