ข่าว

"ประชา"ยันผู้สั่งฆ่าเป็นคนที่เคยเคารพ

"ประชา"ยันผู้สั่งฆ่าเป็นคนที่เคยเคารพ

14 พ.ค. 2554

"ประชา" ยัน ปมสังหารการเมืองระดับชาติ ระบุ ผู้สั่งการเป็นคนที่เคยเคารพนับถือ ขณะที่ตำรวจพบพยานสำคัญของคดีแต่เผ่นหนีไปแล้ว หวั่นภัยไม่กล้าให้การกลัวอิทธิพล

(14พ.ค.) เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พระประแดง ไปตรวจสอบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมก สีบรอนด์ทอง ที่ถูกกระสุนขนาดเดียวกันกับที่ถล่มรถของนายประชา ประสพดี ยิงทะลุกระบะแม็กไลเนอร์ ที่ด้านซ้ายเหนือซุ้มล้อหลัง 1 นัด และหัวกระสุนตกอยู่ในกระบะ จากการสอบสวนทราบว่าคืนเกิดเหตุเจ้าของรถนอนอยู่ในรถเพื่อรอลูกสาว 2 คน ที่ลงไปนั่งกินสเต็กที่ร้านริมถนนสุขสวัสดิ์ อยู่ใกล้กับที่จอดรถ ช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเมื่อหันไปดูก็ไม่เห็นว่าผู้ใดเป็นคนยิง เห็นเพียงรถของนายประชาวิ่งช้าๆออกไประยะทางกว่า 60 เมตร จากนั้นรถของนายประชาจึงจอดสงบนิ่งอยู่ก่อนที่พลเมืองดีวิ่งมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล

 แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังระบุว่า ขณะนี้ได้พบพยานปากสำคัญรายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุแต่หลบหนีไปแล้วเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรุกหนักเพื่อขอเชิญตัวมาเป็นพยานแต่เจ้าตัวอ้างว่าเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตเพราะต้องหาเช้ากินค่ำเลี้ยงครอบครัว แม้ตำรวจจะดูแลความปลอดภัยเต็มที่ให้ และเจ้าตัวยังอ้างอีกว่าเป็นเรื่องผู้มีอิทธิพล ซึ่งตัวเองไม่อยากเข้าไปมีส่วนรู้เห็นด้วย ส่วนพยานรายอื่นๆที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุไม่มีใครกล้าที่จะเป็นพยานเพียงบอกว่าได้ยินแต่เสียงปืนดังขึ้นแต่ไม่เห็นผู้ก่อเหตุว่าใครทำและใช้รถอะไรก่อเหตุ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานหนักขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเพราะไม่มีใครกล้าให้ความร่วมมือเลยแม้สักคนเดียว

 ขณะที่ พ.ต.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 เรียกตำรวจทุกชุดที่แบ่งงานกันไปทำ มาประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคืบหน้าคดี พร้อมทั้งกล่าวว่า ขอเวลาตำรวจทำงานสัก 2-3 วันเพื่อปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละชุดไปทำงานให้เต็มที่นั้น วันนี้ชุดสืบสวนสภ.พระประแดง ได้ออกหาเบาะแสมือปืนที่ก่อเหตุจากพยานที่พอจะให้ข้อมูลได้แต่ขอปิดเป็นความลับ ส่วนอีกชุดได้ติดตามหากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในที่ต่างๆที่นอกเหนือจากที่นำมาแล้ว มาตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเรียนผู้บังคับบัญชาให้รับทราบโดยเร็ว เพื่อติดตามตัวคนร้ายต่อไป

เมื่อเวลา 15.45 น.วันเดียวกัน นายประชา ประสพดี อดีตพรรคเพื่อไทย เปิดห้องพักผู้ป่วย เลขที่ 1518 ชั้น 15 รพ.พระรามเก้า ให้สื่อมวลชนเข้าสัมภาษณ์ ซึ่งนายประชา มีสีหน้าอิดโรย พร้อมทั้งเปิดเผยว่า พล ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภ.1 เดินทางมาพบเมื่อเช้าที่ผ่านมานั้น ได้นำหลักฐานหลายๆอย่างมาให้ตนดู อาทิ ภาพจากกล้องวงจรปิด แผนผังในที่เกิดเหตุ รวมถึงกลุ่มบุคคลเป้าหมาย ทั้งนี้จากข้อมูลหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาให้ตนดูนั้นมีแนวทางชัดเจน และมีความสอดคล้องกับข้อมูลของตน เหมือนน็อตตัวผู้ตัวเมียที่สวมกันได้พอดี เรียกได้ว่าสัมพันธ์กันแทบทุกด้าน และเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ประ ธานคณะกรรมาธิการกฎหมายและสิทธิมนุษยชนที่ตนเป็นอยู่

 ตามที่มีข่าวว่า มีการสอบเรื่องระบบการบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องการใช้เงินอุดหนุนที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา แต่เรื่องดังกล่าวก็ยังไม่ได้ดำเนินการไปถึงไหน ซึ่งตนได้ยืนยันข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของปมทางการเมืองระดับประเทศ คือการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้น แต่เป็นเรื่องของการแข่งขันกันในพื้นที่จ.สมุทรปราการ

 อดีตส.ส.สมุทรปราการ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อมูลตัวละครครั้งนี้ตั้งแต่ผู้สั่งการจนถึงผู้ลงมือตนได้ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ไปหมดแล้ว แต่ตนไม่อยากให้ตำรวจปัก ใจเชื่อตัวละครที่ตนให้ไปเสียทีเดียว แต่จากข้อมูลที่ตนได้รับรายงานและข้อมูลของทาง รองผบช.ภ.1 นั้นค่อนข้างแน่นหนา สอดรับกันโดยสมบูรณ์ชัดเจน ซึ่งผู้สั่งการก็เป็นบุคคลที่ตนก็ไม่คาดคิดจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะเป็นบุคคลที่ตนให้ความเคารพนับถือยำเกรง แต่ทั้งนี้ตามที่ตนเคยได้บอกไปแล้วว่าตนได้ให้อภัยและอโหสิกรรม เมื่อท่านรู้แล้วก็ขอให้เปลี่ยนความตั้งใจ ถ้าอยากจะเป็นนักการเมืองก็ขอให้แข่งกันบนเวที มาตัดสินกันด้วยหีบบัตรลงคะแนน แต่ถ้าท่านยังไม่พอใจลักษณะนี้อีก ก็อยากให้มาคุยกันว่าต้องการให้ทำอะไร

นายประชา กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของกิเลสและความโลภของผู้จ้างวานมายิงตน บุคคลที่ตนบอกว่าไม่คาดคิดว่าจะเกี่ยวข้องนั้น บอกได้ว่าเป็นคนในแวดวงการเมืองพื้นที่จ.สมุทรปราการ และเป็นที่ รู้จักคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับตน สามารถหลับตาแล้ววาดภาพใบหน้าได้ ซึ่งตนก็อยากให้คิดถึงไมตรีหรือสิ่งที่ตนเคยให้ความเคารพยำเกรงที่ผ่านมาบ้าง การกระทำแบบนี้แล้วคิดว่าจะรอดพ้นเงื้อมือกฎหมายคงเป็นไปได้ยาก แต่ทั้งนี้ตนไม่ขอเร่งรัดการทำงานของเจ้าหน้าที่

 นายประชา กล่าวอีกว่า ตนต้องขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่คดีของตนเกิดขึ้นแล้วทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เห็นความสำคัญของผู้สมัครส.ส.มากขึ้น มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยอำนวยความสะดวกขณะลงพื้นที่หาเสียง ทำให้คนร้ายซึ่งอาจหวังผลประทุษร้าย่อชีวิตผู้อื่นไม่มีโอกาส เพราะช่องมันไม่เปิดให้ลงมือได้สำเร็จ แต่ถ้าหากมีนักการเมืองหรือผู้สมัครส.ส.รายไหนโดนกระทำอย่างตน ตนก็จะให้กำลังใจไม่ว่าจะอยู่พรรคไหนนักการเมืองควรมีน้ำใจให้กันและกันสำหรับการเรื่องการเลือกตั้งครั้งนี้ตนยืนยันว่าจะสู้ต่อไป และไม่กลัวที่จะลงพื้นที่หาเสียงแต่ก็จะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น โดยกำลังพิจารณาลงสมัครในพื้นที่เขต 6หรือเขต7 จ.สมุทรปราการ

ก่อนหน้านั้นเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนคดียิงนายประชา ประสพดี ได้เดินทางเข้าพบนายประชา ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่หอพักผู้ป่วยใน ชั้น 15 โรงพยาบาลพระรามเก้า เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลเหตุของคดี โดยใช้เวลาประมาณพูดคุยกันอยู่นานประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่พล.ต.ต.คำรณวิทย์ จะเปิดเผยว่า เข้าพบนายประชาวันนี้ เนื่องจากตลอด 3 วันที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน รวมถึงหลักฐานจากการตรวจพิสูจน์ต่างๆ เมื่อได้หลักฐานมาพอสมควรแล้วจึงได้ขอเข้าพบผู้บาดเจ็บเพื่อพูดคุยหาแนวทางในการติดตามตัวคนร้าย

 จากการพูดคุยกับนายประชา พบว่า แนวทางในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับข้อมูลที่นายประชามีนั้นตรงกัน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก มูลเหตุก็คือเป็นเรื่องของการเมือง อาจเป็นทั้งเรื่องการเมืองใหญ่(ระดับประเทศ) บวกเรื่องการเมืองเล็ก(ระดับท้องถิ่น) หรือกลายเป็นสองแรงบวกกันก็แล้วแต่ ก็เป็นหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป

 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่ในการที่จะติดตามจับกุมตัวคนร้าย โดยวันจันทร์ ที่ 16 พ.ค.นี้ จะประชุมชุดสืบสวนสวนสวนที่เกี่ยวข้อง ที่สภ.พระประแดง ซึ่งขณะนี้ได้แบ่งชุดทำงานออกไปหลายชุด จึงน่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติม อย่างไรก็ดียอมรับว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ทำงานได้ค่อนข้างเนี้ยบ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานในการติดตามตัวได้ค่อนข้างลำบาก

 ส่วนบรรยากาศการเข้าเยี่ยมนายประชาที่ ชั้น 15 ร.พ.พระรามเก้านั้น ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมายังมีญาติมิตร คนสนิท รวมถึงประชาชน ที่รู้จักคุณเคย กับนายประชา โดยเฉพาะชาวปากน้ำ เดินทางเข้าเยี่ยมอยู่เป็นระยะ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบของ สน.มักกะสัน ร่วมกันกับ เจ้าหน้าที่ รพ.พระราม9 ตรวจตราผู้ที่เดินทางที่จะเข้าเยี่ยมอย่างเข้มงวด

 ต่อมาเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน นายศุภธร จันทรกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้รับมอบจาก นพ.วิทวัส ศรีประยูร แพทย์เจ้าของไข้นายประชา มาเปิดเผยอาการโดยทั่วไปของนายประชา ว่า อาการอักเสบของแผล รวมถึงอาการบวมช้ำบริเวณรอบบาดแผลลดลง ไม่มีไข้ ซึ่งแพทย์ยังคงให้ยาแก้อักเสบในการรักษาต่อไป ทั้งนี้แพทย์ต้องการให้ทางผู้ป่วยได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น โดยขอให้มีผู้เข้าเยี่ยมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกระยะหนึ่ง