ข่าว

'หลวงพ่อคูณ'น้ำหนักลดวูบเหลือ35กก.

'หลวงพ่อคูณ'น้ำหนักลดวูบเหลือ35กก.

14 พ.ค. 2554

แพทย์จัดพยาบาลดูแลหลวงพ่อคูณ 24 ชั่วโมง หลังไม่ฉันท์อา หาร น้ำหนักตัวลดต่อเนื่องเหลือแค่ 35 กิโลกรัม หวั่นอาการทรุด เตรีย​มใส่สายให้​อาหารเสริม​ทางจมูก ขณะที่พี่ชา​ยรุดเยี่ยมให้​กำลังใจ

(14พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาการอาพาธของพระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมานั้น วันนี้หลวงพ่อคูณ ไม่ลุกขึ้นมาฉันท์อาหารเช้า อีกทั้งอาหารเหลวที่คณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ให้หลวงพ่อคูณผ่านทางหลอดเลือดดำ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด คณะแพทย์ได้ถอดสายอาหารเหลว เนื่องจากบริเวณแขนที่ให้อาหารเหลวมีอาการบวมซ้ำ เนื่องจากอาจเกิดจากอาการอุดตันของเส้นเลือด ทั้งนี้คณะแพทย์จะเจาะเส้นเลือดให้หลวงพ่อคูณใหม่เพื่อให้อาหารเหลวทางหลอดเลือดดำ ส่งผลให้น้ำหนักตัวหลวงพ่อคูณลดลงอย่างต่อเนื่อง

 ทั้งนี้น้ำหนักตัวหลวงพ่อคูณ ปัจจุบันอยู่ที่ 35 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับคนปกติซึ่งควรจะอยู่ที่ 39 กิโลกรัม แต่โดยรวมยังทรงตัวมีอาการไอ มีเสมหะในลำคอปอดทั้งสองข้างยังติดเชื้อและยังมีน้ำในเยื่อหุ้มปอด มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเล็กน้อย ความดันและชีพจรปกติ อย่างไรก็ตามคณะแพทย์ได้จัดเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลอาการหลวงพ่อคูณอย่างใกล้ชิด โดยการติดตามผ่านทางเซ็ลทรัลมอนิเตอร์ แบบสัญญาณไวเลส ที่ติดตั้งอยู่หน้าห้องพักหลวงพ่อคูณ ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจวัดคลื่นหัวใจ,ความดันโลหิต,อัตราการหายใจ และออกซิเจนในเลือดผ่านทางปลายนิ้ว ตลอด24 ชั่วโมง หลังจากที่หลวงพ่อคูณไม่สามารถฉันท์อาหารได้ 

 คณะแพทย์ที่ให้รักษาเยียวยาอาการอาพาธหลวงพ่อคูณฯ นำโดย นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ หัวหน้าคณะแพทย์ทีมแพทย์ที่ให้การรักษา แพทย์ผู้เชี่ยวชายโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชฯ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ,นายแพทย์อนุชิต นิยมปัทมะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด รพ.มหาราช และแพทย์หญิงวิลาวัลย์ แสงศิรินาคะกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ รพ.มหาราชฯ ได้ร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับภาวะที่หลวงพ่อไม่ฉันท์อาหาร จากนั้นได้เข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณ โดยแพทย์แต่ละคนตรวจอวัยวะที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยใช้เวลา 15 นาที

  นายแพทย์พินิศจัย กล่าวว่า สำหรับอาการอาพาธหลวงพ่อคูณตอนนี้ปัญหาหลักๆ คือหลวงพ่อคูณฉันท์น้อย คณะแพทย์กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มมาตรการให้หลวงพ่อคูณ รับอาหารได้มากขึ้น ตอนนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณา ส่วนภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่นจากวัณโรคปอดหรือจากตัวโรคที่หลวงพ่อคูณเป็นอยู่เดิม หรือจากยาที่ให้ไปนั้นยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน แต่การการเพิ่มมาตรการเรื่องโภชนาการตอนนี้คณะแพทย์ให้อาหารเสริมทางหลอดเลือดดำ แต่ถ้าไม่พอก็อาจจะต้องมีการใส่ เอ็นจีทิวส์ ก็คือสายยางเล็กๆสอดเข้าไปในจมูก เพื่อให้อาหารในช่วงแรกจนกว่าหลวงพ่อจะฟื้นตัว ซึ่งหลวงพ่อก็จะได้รับอาหารที่เพียงพอจะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ เพราะตอนนี้หลวงพ่อคูณเบื่ออาหารจากการรับยารักษาวัณโรคด้วย 

 ด้านแพทย์หญิงวิลาวัลย์ แสงศิรินาคะกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ กล่าวว่า ครั้งแรกที่สงสัยว่าจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นร่วมด้วย ตกลงผลเพาะเชื้อไม่ขึ้น ซึ่งคงจะมีเฉพาะเรื่องวัณโรคอย่างเดียว และการตรวจด้านใดไม่พบก็จะตัดปัญหาออกไปที่ละอย่าง ส่วนปอดยังเหมือนเดิมคงที่ แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากคือภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้ออื่นๆ ขณะอยู่ในโรงพยาบาลฯ เช่น การให้ยาหรือให้อาหารทางเส้นเลือดก็มีโอกาสติดเชื้อ และพอดีจุดที่แขนที่ใส่สายน้ำเกลือใส่สายอาหารเสริมมีอาการบวมก็ต้องเอาออกก่อน เพราะกลัวว่าจะมีการติดเชื้อเพิ่มเติมเข้าไป ตอนนี้อาจารย์พินิศจัยฯและคณะแพทย์เรากำลังพิจารณาร่วมกันว่าควรจะให้อาหารทางไหน เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่จะซ้ำซ้อนเพิ่มเติมขึ้นมาได้

 ขณะที่ศิษย์ญานุศิษย์ต่างพากันเป็นห่วงอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา วันนี้(14พ.ค.) นายครึ้ม ฉัตรพลกลัง  อายุ 92 ปี พี่ชายของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ทราบว่าหลวงพ่อคูณฉันท์อาหารไม่ได้ ต้องรีบมาให้กำลังใจน้องชาย โดยนายครึ้ม  กล่าวว่า ตนเดินทางมาเยี่ยมน้องชาย เมื่อเห็นอาการน้องชายแล้วรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียมาก เมื่อตนเข้าไปพูดคุยหลวงพ่อคูณ ก็ได้แต่หลับตาไม่พูดคุยอะไรกับตน ซึ่งส่วนตัวแล้วตนคิดว่าอาการป่วยของหลวงพ่อคูณครั้งนี้มีอาการหนักกว่าทุกครั้ง

 ซึ่งตนเป็นห่วงอาการป่วยน้องชายมากเมื่อเห็นตนแทบกลั้นน้ำตาไม่ไหว เพราะตั้งแต่ที่โตด้วยกันมาไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันแม้แต่เรื่องเดียว ต่างคนก็ต่างช่วยดูแลซึ่งกันและกัน แต่มาครั้งนี้ตนไม่สามารถที่จะช่วยดูแลน้องชายได้ แต่อย่างไรก็ตามตนอยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้หลวงพ่อคูณหายจากอา การป่วยโดยเร็ว และขอให้กลับมามีเรี่ยวแรงเหมือนเดิม