ข่าว

'มาร์ค'ย้ำมีแค่ปชป.-พท.ชิงเป็นรัฐบาล

'มาร์ค'ย้ำมีแค่ปชป.-พท.ชิงเป็นรัฐบาล

14 พ.ค. 2554

"อภิสิทธิ์" ระบุมีทางเลือกแค่ ปชป. หรือ เพื่อไทย เป็นรบ. ชิงนายกฯ 2 คนคือตัวเองและยิ่งลักษณ์ แต่ไม่ประมาททุกพรรค รับเลือกตั้งรุนแรง สูสี ย้ำลูกพรรคทุกพื้นที่มีความหมาย

(14พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.ที่โรงแรมมิราเคลแกรนด์ พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในการสัมมนา โดยมีแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมงานกว่า 500 คน

 นายอภิสิทธิ์ ได้บรรยายเปิดสัมมนาหัวข้อ “ นัยสำคัญและทิศทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ” ว่า ก่อนอื่นขอแสดงวามยินดีกับผู้ที่รับเลือกเป็นผู้รับสม้ครรับเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.นั้น ที่แสดงความยินดี เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของนักการเมืองอาชีพ ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าการเป็นนักการเมืองเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องตั้งใจทำด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นแน่วแน่ และชัดเจนในการสะสมความรู้ ประสบการณ์ การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านการเลือกตั้ง ถือเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญของนักการเมืองอาชีพทุกคน ฉะนั้นโอกาสที่พรรคได้มอบให้กับผู้ท่านในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญกับทุกคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาเป็นนักการเมืองอาชีพรับใช้ประชาชน

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า แต่วันนี้สิ่งที่จำเป็นต้องพูดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างไร ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะสำหรับพวกเราแต่ละคน ไม่ใช่สำหรับพรรค แต่ผลสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน และกับประเทศชาติว่า จะเป็นอย่างไร การเลือกตั้งทุกครั้งมีความสำคัญทั้งนั้น แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งในสถานการณ์ที่แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งอื่น การเมืองสำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยใน 5-6 ปีที่ผ่าน คิดว่าเป็นเรื่องที่คนไทยทุกข์มากพอสมควร เพราะเห็นข่าวการเมืองแต่ละวันมุ่งเน้นแต่ความขัดแย้ง ความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมืองนอกสภา

 “ถ้าถามประชาชนคนไทย ถ้าถามชาวโลก ว่าภาพการเมืองไทย 5-6 ปีที่ผ่านมาคืออะไร ผมว่า ทุกคนก็ตอบเหมือนกันคือ การเมืองของการชุมนุม การประท้วง แต่ตั้งการชุมนุมประท้วงรัฐบาลทักษิณ การปฏิวัติรัฐประหาร การชุมนุมจนนำไปสู่การปิดทำเนียบ ยึดสนามบิน การเผาบ้านเผาเมืองช่วงของคนเสื้อแดงที่เข้ามาชุมนุม นี้คือความรับรู้เรื่องของการเมืองของคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะบอกว่าพวกเราทุกคน 500 คนกำลังอาสาที่พาบ้านเมือง และการเมืองไทยกลับเข้าสู่รัฐสภา กำลังอาสาที่จะทำให้การเมืองเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการเดินหน้าสานต่องานที่ทำให้กับพี่น้องประชาชนในช่วง 2 ปีเศษๆ ที่ผ่านมาที่มีความสำคัญ และบอกได้เลยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ และจะเป็นการแข่งขัน ซึ่งผลการเลือกตั้งจะออกมาในลักษณะที่ค่อยข้างจะสูสี เพราะฉะนั้นการแช่งขันครั้งนี้ทุกเขตเลือกตั้งมีความหมาย ทุกคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อมีความหมาย การชนะหรือแพ้ อาจจะเพียงแค่ 4-5 ที่นั่ง จะเป็นตัวชี้ประเทศไทยเดินไปทางไหน การได้คะแนนบัญชีรายชื่อเพิ่มเพียงไม่กี่คะแนนอาจจะส่งผลให้ประเทศไทยได้รัฐบาล นายกรัฐมนตรีที่แตกต่าง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นวันนี้เมื่อเราได้มีการอนุมัติผู้สมัครแบบบระบบเขตเลือกตั้งเกือบจะครบหมดแล้ว และระบบบัญชีรายชื่อพิจารณาวันจันทร์( 16 พ.ค.) ก็จะเป็นการดีที่ผู้สมัครทั้งหลายจะได้มาประชุมสัมมนาจะพูดถึงการรณรงค์หาเสียงที่เป็นยุทธศาสตร์ ผลงาน นโยบายของพรรค และการรับฟังมุมมองผู้ใหญ่ของพรรค โดยเฉพาะอดีตหัวหน้าพรรคทั้ง 2 ท่าน วันนี้ทำความเข้าใจกับความสำคัญตัวท่านกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อจากนี้ไปในวันที่ 3 ก.ค.จะได้ทุ่มเทเต็มร้อย เพราะสิ่งที่ท่านทำจะมีผลอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้การเลือกตั้งเป็นจะการต่อสู้ระหว่างสองพรรคการเมือง แต่ตนไม่สบประมาทพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น แต่ตองยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มี 500 กว่าคน ที่เริ่มต้นจากสองพรรคการเมืองที่มีผู้แทนเก่าอยู่แล้ว พรรคละใกล้เคียงกับ 200 คน ในระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขตเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลก็จะเป็นผลโดยตรงของการแข่งขันก็คือเรากับพรรคเพื่อไทย

 “วันนี้ผมก็ต้องสันนิษฐานว่าพรรคเพื่อไทยได้เสนอคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรีหากเขาไม่ได้รับการเลือกตั้ง ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้พูดง่ายคือเป็นการเลือกระหว่างการเลือกพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี หรือเลือกพรรคเพื่อไทยและได้คุณยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า อยากให้เราตระหนักถึงตรงนี้เพราะเวลาเราไปต่อสู้ในการเลือกตั้งมันจะมีประเด็นต่างๆมากมายในการให้ประชาชนต้องคิด ทั้งนโยบายมหภาค ประเด็นระดับชาติ ประเด็นชุมชนหรือผู้สมัครต่างๆ แต่สุดท้ายและบรรทัดสุดท้าย ไม่ว่าเขาจะเลือกเพราะชอบนโยบายหรือผู้สมัคร สิ่งที่จะได้คือเป็นจะรัฐบาลประชาธิปัตย์หรือรัฐบาลเพื่อไทย “จะเป็นผมหรือเป็นคุณยิ่งลักษณ์ นี่คือทางเลือกของประเทศ”

 “แต่ถามว่าทางเลือกเหมือนและต่างกันอย่างไร ก็บอกว่ามันแตกต่างกันมาก หมดยุคแล้วครับที่บอกว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้งเลือกพรรคไหนเข้าไปก็เหมืนกันมันไม่ใช่ เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้จากความขัดแย้งส่วนตัวหรือเพราะที่ผ่านมีความรุนแรงอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นความแตกต่างในเรื่องของจุดยืน อุดมการณ์และความเป็นจริงทางการเมืองที่แตกต่างกัน ถามว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ถือเรื่องอะไรเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในการเดินหน้าอาสาตัว คำตอบอย่างที่บอกผมคือ เอาการเมืองกลับมารับใช้ประชาชน เดินหน้าด้วยนโยบายเพื่อประชาชน” นายอภิสิทธ์ กล่าว