
"บรรหาร"ฟันธงใครได้ที่1ตั้งรัฐบาลก่อน
(13พ.ค.) เมื่อเวลา 17.45 น. นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะข่าวเด่น ช่อง 3 ถึงสถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง ว่า ยังมองว่าการเมืองก็ยังยุ่งอยู่
ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ตาม เพราะการเมืองมีอยู่ 2 ขั้ว คือเพื่อไทย กับประชาธิปัตย์ ใครเป็นรัฐบาลก็ไม่จบ วุ่นวายอย่างนี้ไปตลอด
"ผมเคยโทรศัพท์บอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ว่าอย่าเพิ่งรีบยุบสภา ควรรอให้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีเข้าสภาก่อนก็พอดีกับหมดอายุสภา คนเป็นนายกฯต้องอดทน แต่นายอภิสิทธิ์บอกว่าไม่ไหวแล้วคุณอา อาจจะเป็นเพราะเรื่องรุมเร้าเข้ามามาก ทั้งเรื่องกัมพูชาและปัญหาการเมืองภายในประเทศ ก็เลยตัดสินใจยุบสภาดีกว่า" นายบรรหาร กล่าวและว่า
แต่ตนเห็นว่ามันไม่ดีขึ้น เพราะการยุบสภาเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนเท่านั้น แต่ก็อยู่แค่ระหว่างขั้วของเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์เท่านั้น หากประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เสื้อแดงก็ออกมา หากเพื่อไทยเป็นก็มีอีกฝ่ายออกมา
ต่อข้อถามว่าเห็นอย่างไรกับการที่ให้พรรคที่ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล นายบรรหาร กล่าวว่า เราต้องเคารพกติกา ใครได้เสียงอันดับ 1 ก็ต้องมีโอกาสตั้งรัฐบาลก่อน อย่างเมื่อปี 2528 พรรคชาติไทยได้ 97 เสียง ประชาธิปัตย์ได้ 95 เสียง น้อยกว่า 2 คะแนน นายชวน หลีกภัยก็โทรศัพท์มาหาบอกว่าให้ตั้งรัฐบาลเลย ตนไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนเมื่อปี 2551 เพราะตอนนั้นก็เจ็บตัวพอสมควร ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน จับมือกันคิดว่าจะได้ส.ส.ประมาณ 280 โดยประชาธิปัตย์ได้ 200 เสียง ชาติไทยประมาณ 40 เสียง เพื่อแผ่นดินประมาณ 60-70 เสียง ก็จะได้เกือบ 300 เสียง แต่สุดท้ายได้เสียงรวมกันแค่ 210 เสียงก็ไม่พอตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคพลังประชาชนไปดึงพรรคเล็กมาร่วมตั้งรัฐบาล แล้วมีเสียง 255 เสียง จึงมาดึงชาติไทยกับเพื่อแผ่นดินไปร่วม ก็เจ็บตัวไปพอสมควร จึงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก ถ้าเพื่อไทยได้ที่ 1 ก็ให้เขาจัดรัฐบาล
เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะไปตั้งรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะอย่างพรรคชาติไทยพัฒนาหากจะทำอะไร ก็ต้องเข้าที่ประชุม หัวหน้าพรรคไม่มีสิทธิ์สั่ง และตอนนี้เราจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ไม่เหมือนกับที่จับมือกับเพื่อแผ่นดินที่จับมือกันหลวมๆ แต่นี่มีเอ็มโอยู แล้วก็คิดว่า 2 พรรครวมกันจะได้เสียงประมาณ 70-80 เสียง
เมื่อถามว่าแสดงว่า 2 พรรคการเมืองนี้คือตัวแปร นายบรรหาร กล่าวว่า อาจจะ เพราะหากเพื่อไทยได้เสียงเกิน 250 ก็เป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ แต่หากได้สัก 220 ก็อาจจะดึงพรรคเล็กไปตั้งได้ แต่ชาติไทยพัฒนากับภูมิใจไทยจะต้องคุยกันอีกครั้ง คงตอบตอนนี้ไม่ได้เพราะต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง
เมื่อถามว่า คิดว่าพรรคการเมืองใดชนะเลือกตั้ง นายบรรหาร กล่าวว่า ประชาธิปัตย์อย่าประมาท โอกาสที่เพื่อไทยจะชนะก็มี แต่โอกาสของประชาธิปัตย์ก็มี ถ้าไม่ประมาท แต่คิดว่าเพื่อไทยไม่น่าจะได้ถึงครึ่ง อาจจะได้สัก 200 กว่าๆ พอๆกับประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาก็ไม่โลภมากคิดว่า 30 ที่นั่งก็ดีแล้ว อย่างสุพรรณบุรีนี่ไม่มีใครเจาะได้ มีพรรคเดียว ส่วนภูมิใจไทยก็น่าจะ 60-70 ที่นั่ง นายบรรหาร กล่าวว่า ตนสงสัยว่าทำไมคนถึงบอกว่านายอภิสิทธิ์พูดเก่ง แต่ทำงานไม่เป็น เพราะแม้จะพูดเก่งจริง แต่งานหลายอย่างก็ทำได้เรียบร้อย รวดเร็ว ผลงานก็มีทั้งเรียนฟรี เบี้ย อสม. แต่ก็ไม่รู้ว่านายอภิสิทธิ์ยังอยากเป็นนายกฯอยู่หรือเปล่า เพราะการเป็นรัฐบาลต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย อยู่กับพรรคร่วมมา 2 ปี เมื่อจากกันก็ควรจะมีงานเลี้ยงกันสักหน่อย เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีเยื่อใยกัน แต่นี่จากกันเงียบๆ ก็เคยฝากบอกคนอื่นไป แต่ก็เงียบ ตอนนี้เลยเวลาแล้ว
เมื่อถามว่ากลัวการปฏิวัติหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่กลัว แต่ปฏิวัติไม่เป็นผลดีกับประเทศ อย่างครั้งที่แล้วที่เกิดขึ้นก็เกิดองค์กรอิสระขึ้นมามาก แต่ก็ยังมีลักษณะพวกใครพวกมัน มี 2 มาตรฐาน ดังนั้นอย่าทำอีกเลย บ้านเมืองจะยิ่งแย่ ให้เป็นไปอย่างนี้ เมื่อเลือกตั้งแล้วอยู่ไม่ได้ก็ยุบสภา อย่างประเทศญี่ปุ่นที่ยุบ 6 เดือน 1 ปี ต่อครั้ง สักพักเดี๋ยวก็รากันไปเอง



