ข่าว

"อภิสิทธิ์"บุกราชบุรีเปิดตัว5ว่าที่ผู้สมัครปชป.

"อภิสิทธิ์"บุกราชบุรีเปิดตัว5ว่าที่ผู้สมัครปชป.

13 พ.ค. 2554

"อภิสิทธิ์" บุกราชบุรีเปิดตัว 5 ว่าที่ผู้สมัครปชป. ตอกย้ำสโลแกนเดินหน้าต่อไป เชื่อรัฐบาลเปลี่ยนมือหลายโครงการถูกยกเลิก เหน็บเพื่อไทยเข้าวินก็ทำงานช้าเพราะรอทักษิณกลับมาก่อน

 (13พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีสภาพร่างกายที่มีอาการไข้หวัด เดินทางด้วยรถเบ๊นซ์ S500 กันกระสุนที่เพื่อนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์จัดมาให้ใช้ มาลงพื้นที่ครั้งแรกภายหลังการยุบสภาที่ริมบึงบัว หมู่ 8 บ้านหนองผ้าขาว ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี เพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรีของพรรคจำนวน 5 คน โดยมีทีมรักษาความปลอดภัยจำนวนเท่าเดิมเพียงแต่ไม่ได้มีการคุ้มกันในระยะประชิดตัว พร้อมทั้งมีการประสานกับตำรวจในท้องที่มาดูแลความปลอดภัยให้

 ทั้งนี้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ราชบุรีจำนวน 5 คนที่นายอภิสิทธิ์ มาช่วยหาเสียงได้แก่ นางกัลยา ศิริเนาวกุล  นายสามารถ พิริยะปัญญาพร  น.ส.ปรีชญา ขำเจริญ นายยศศักดิ์ ชีววิญญู และน.ส.ณัชณิชา ขำเจริญ โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย  รมต.ประจำสำนักนายกฯ และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มาลงพื้นที่ด้วย ซึ่งมีประชาชนจาก 10 ตำบล ประมาณร้อยกว่าคน มานั่งล้อมวงซักถามและรับฟังนโยบายของพรรคภายใต้สโลแกน “เดินหน้าต่อไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชน” อย่างไรก็ตามจุดที่นายอภิสิทธิ์ลงพื้นที่นั้นเป็นเขตที่พรรคเพื่อไทยส่งพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ขณะที่พรรคภูมิใจไทยส่งนายมานิต นพอมรบดี ลงชิงเก้าอี้ส.ส.ในพื้นที่ที่นายอภิสิทธิ์ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงด้วย

 โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวกับชาวบ้านตอนหนึ่งว่า ทุกวันนี้เห็นข่าวแต่ละวันรู้สึกเกรงใจประชาชน อย่างเช่น ข่าวแกนนำเสื้อแดงถูกถอนประกัน ซึ่งการเมืองของประชาชนไม่ใช่เรื่องพวกนั้น   แต่เรื่องของประชาชนคือเรื่องความชื้น เพลี้ย ปัญหาราคาข้าว ซึ่งตนพยายามดึงทุกอย่างกลับมาเป็นเรื่องของประชาชน และอะไรที่พรรคประชาธิปัตย์สัญญาไว้ ก็จะต้องทำ เพราะไม่อยากเห็นคนไทยลำบากยากจน

    นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ย้ำถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ เรียนฟรี 15 ปี เพิ่มค่าตอบแทนของ อสม. การแก้ไขปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ตั้งใจว่าเดือนส.ค.-ก.ย.นี้จะเปิดให้ประชาชนเปิดขึ้นทะเบียนอีก 1 รอบ เพื่อแก้ปัญหาให้พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันของพรรคใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย และจากผลสำรวจของสำนักต่างๆได้บอกว่าทั้ง 2 พรรคนี้จะได้คะแนนเสียงและจำนวนส.ส.สูสีกันไป ถ้าใครชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะเดินหน้าสานต่อการทำงานได้ทันที

 “แต่ถ้าเปลี่ยนพรรคที่จัดตั้งรัฐบาล อาจจะมีการรื้อหรือยกเลิกนโยบาย อาทิ การประกันรายได้เกษตรกร โครงการเรียนฟรี ค่าตอบแทนอสม. ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้มีการเดินหน้าโครงการต่อไปได้ทันที หรือจะให้เริ่มต้นใหม่ด้วยความลังเลว่าถ้าเขาทำตามนโยบายพรรคประชาธิปัตย์แล้วจะทำให้เสียหน้า จึงไม่ดำเนินการต่อ ทั้งนี้ตนได้ข่าวว่าเขาจะมีการส่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และในพื้นที่นี้ก็มีพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ราชบุรี ซึ่งเป็นคนในตระกูลเดียวกันกับเขา และสิ่งที่เป็นห่วงคือการที่พรรคเพื่อไทยพูดไว้ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล จะต้องหาทางนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา แต่การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กลับมาจะนั้นไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่เป็นเพราะเขาหนีออกไป เนื่องจากถูกศาลตัดสินจำคุกและยังมีคดีค้างอีก 6-7 คดี

 “ ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล การทำงานก็คงใช้เวลานาน เพราะต้องหาทางเอาตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศไทย และหาทางล้างความผิดให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งจะเกิดความวุ่นวายอย่างมาก ผมจึงอยากบอกประชาชนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากว่าจะให้มีการเดินหน้าโครงการของรัฐบาลต่อตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง หรือจะต้องนับหนึ่งใหม่ ทั้งนี้ผมเห็นว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยมีสิ่งล่อใจอยู่มาก ซึ่งจะต้องถามว่าทำได้จริงหรือไม่ แต่ตัวเลขที่นำมาทำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เรามั่นใจว่าพูดออกไปแล้วสามารถทำได้จริง ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว