ข่าว

ชื่นชมเลือกตั้ง“สิงคโปร์”-ขมขื่นลากตั้ง“ไทย”

ชื่นชมเลือกตั้ง“สิงคโปร์”-ขมขื่นลากตั้ง“ไทย”

13 พ.ค. 2554

คงไม่มีใครปฏิเสธได้ครับว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปของสมาชิกรัฐสภา สิงคโปร์ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งพรรค “PAP” (The People’s Action Party) ที่ผูกขาดครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จมายาวนาน

กลับได้คะแนนเสียงต่ำสุดรอบ 52 ปี จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า กระแสความไม่พอใจของประชาชนชาว “สิงคโปร์” ต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง วัย 59 ปี กำลังเพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ ซึ่งการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งที่ 16 ในประวัติศาสตร์ของ “สิงคโปร์” ครั้งนี้ ถึงแม้ผลการเลือกตั้งจะออกมาว่า พรรคพีเอพีจะยังคงได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ด้วยการกวาดที่นั่งในรัฐสภาได้ถึง 81 ที่นั่ง จากทั้งหมด 87 ที่นั่ง แต่คะแนนเสียงที่เคยผูกขาดมายาวนาน กลับลดลงเหลือเพียง 60.14% ลดลงจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งก่อนเมื่อปี 2006 ถึง 6.46%

 การที่พรรคพีเอพี ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ได้รับคะแนนโหวตเพียง 60.14% ถือเป็น “สัญญาณอันตรายอย่างยิ่งทางการเมือง” เพราะคะแนนดังกล่าวถือว่าอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ “สิงคโปร์”ได้รับเอกราช ผลจากการเลือกตั้งที่ออกมาถือเป็น “การบ้าน" ที่ลี เซียน ลุง และแกนนำพรรค จะต้องนำกลับไปทบทวน และต้องหาทางปรับปรุงการทำงานครั้งใหญ่ เพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมาจากประชาชน อีกทั้งยังเป็นเครื่องชี้วัดว่า ถึงแม้รัฐบาล “สิงคโปร์” จะสามารถกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างก้าวกระโดดสูงถึง 14.5% เมื่อปีที่แล้ว ก็ยังไม่เพียงพอที่จะ “ซื้อใจ" ประชาชนได้ เนื่องจากภาวะ “เงินเฟ้อ" ก็ยังคงสูงถึง 5.5% เป็นผลให้ค่าครองชีพในภาพรวมสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ปัญหาสังคมอื่นๆ ก็กำลังเพิ่มมากขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้น

 แม้ผลคะแนนที่ออกมาอาจถือว่าเป็นชัยชนะแบบถล่มทลายของการเลือกตั้งในหลายประเทศ แต่สำหรับ สิงคโปร์ ที่ถูกปกครองโดยพรรคเดียวมายาวนานกว่า 52 ปี และพรรคฝ่ายค้านมีเพียง 2 ที่นั่งในสภาชุดที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง ถือว่าเป็นการเสียหน้าอย่างรุนแรงของพรรครัฐบาล โดยที่พรรคฝ่ายค้านสามารถแย่งที่นั่งได้เพิ่มเป็น 6 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นผลงานของพรรคฝ่ายค้านที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ “สิงคโปร์" แยกตัวเป็นเอกราช แต่ที่ทำให้ช็อกไปทั้ง “อาเซียน" คือ ผลจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทำให้นายจอร์จ เอี๋ยว รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่คาดการณ์กันว่าเป็นหนึ่งของมือวางอันดับต้นๆ ที่จะสืบทอดอำนาจทางการเมืองต่อจากนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง  ต้องสอบตกพ้นจากคณะรัฐมนตรีด้วย นอกจากนี้พรรค “พีเอพี" ยังได้สัดส่วนคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งลดลง จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2006 

 นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ยอมรับความจริงในข้อนี้ โดยให้สัมภาษณ์ว่า ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งที่แล้ว อีกทั้งยังแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน และยังบอกอีกด้วยว่า จากผลการเลือกตั้งที่ออกมา แม้ชาว “สิงคโปร์” ส่วนใหญ่ยังให้ “ฉันทามติ" ในการบริหารประเทศต่อไป แต่ก็อยากให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารประเทศ และย้ำว่า รัฐบาลพร้อมฟังเสียงของประชาชน เพื่อแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดไป 

 จะเห็นได้จากตลอด 4 วันของการหาเสียงโค้งสุดท้ายเขาได้ขอโทษประชาชนต่อปัญหาสภาวะ “เงินเฟ้อ" และปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตลอดไปจนการแข่งขันจากแรงงานต่างชาติที่เข้ามาแย่งงานชาว “สิงคโปร์” รวมไปถึงช่องว่างของรายได้ ที่กำลังขยายตัวกว้างขึ้น ที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนชาว “สิงคโปร์" เป็นอย่างมาก

 ผมรู้สึก “ชื่นชม" กับกระบวนการ “เลือกตั้ง" ของ “สิงคโปร์” ตลอดจน “วิสัยทัศน์” และ “กระบวนทัศน์" ของรัฐบาล แม้จะถูกประณามว่าเป็นประชาธิปไตย “แบบเผด็จการ" แต่สิ่งที่ผมรู้สึกประทับใจที่สุดตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีลี กวน ยู คือ เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานชีวิตในทุกๆ ด้าน ทำให้คน “สิงคโปร์” อยู่ดีมีสุขเหนือกว่าชาติใดๆ ใน “อาเซียน"

ภัทรพล เวทยสุภรณ์