
กังวลสินค้าแพงกดเชื่อมั่นเม.ย.หวังการเมืองเลือกตั้งเงินสะพัดหนุนเศรษฐกิจ
ผู้บริโภคผวาสินค้ามีแนวโน้มแพงขึ้น กดดัชนีความเชื่อมั่นทรุดเป็นเดือนที่ 3 คาดหวังการเมืองเดินหน้าเลือกตั้ง เงินสะพัดจากการหาเสียงกว่า 4 หมื่นล้านหนุนเศรษฐกิจคึกคัก หอการค้าฯ เชียร์รัฐยกระดับรายได้ประชาชน
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนเมษายน 2554 ว่า ดัชนีเชื่อมั่นปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อยู่ที่ระดับ 79.6 จากระดับ 79.8 ในเดือนมีนาคม เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันแพงขึ้น นอกจากนี้ ยังกังวลต่อผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ภัยธรรมชาติในญี่ปุ่น และความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงทุกรายการ ประกอบด้วย ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 70.5 โอกาสที่หางานทำอยู่ที่ระดับ 70.1 และรายได้ในอนาคต ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 97.2 ส่วนสถานการณ์ของความเชื่อมั่นในอนาคตเริ่มมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น จากความคาดหวังของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มนำเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง การใช้จ่ายในช่วงการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 4 หมื่นล้านบาท รวมทั้งสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องของค่าครองชีพยังคงเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพราะจากผลการสำรวจพบว่าประชาชนกว่า 90% คาดว่าราคาสินค้าในช่วง 6 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สถานการณ์ที่ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามอง คงหนีไม่พ้นเรื่องของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งหลังจากการยุบสภาและแนวนโยบายต่างๆ ของพรรคการเมือง รวมทั้งทิศทางของรัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยในช่วงครึ่งหลังของปี
"ในเดือนหน้ามีโอกาสที่ดัชนีปรับตัวเพิ่ม โดยดัชนีเชื่อมั่นอนาคต มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นตามความคาดหวังของประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองที่มีความแน่นอน และการเดินหน้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้งเต็มตัว จะส่งผลให้มีเม็ดเงินใช้จ่ายช่วงเลือกตั้ง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้คึกคักได้อีกหลายหมื่นล้าน แต่ต้องระวังปัจจัยบั่นทอนจากปัญหาค่าครองชีพ เห็นได้จากผู้บริโภคยังกังวลว่าอีก 6 เดือนข้างหน้าราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น" นางเสาวนีย์กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ตามที่พรรคการเมืองกำลังเสนอนโยบายหาเสียงและแข่งขันเสนอนโยบายประชานิยมขณะนี้ หอการค้าฯ มองว่าในการยกระดับรายได้ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่อยากให้มองภาพของการยกระดับรายได้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มภาคการเกษตรกับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และนโยบายเพิ่มค่าแรงต้องดูเอกชนด้วย หากต้นทุนเพิ่ม ก็ต้องปรับราคาสินค้า ส่งผลให้รายได้แท้จริงหรืออำนาจซื้อลดลง



