
รีดเงินดีเซลเข้ากองทุนเพิ่ม40สต.ผู้ค้าน้ำมันโอดกดค่าการตลาดต่ำ
กบง. มีมติ รีดค่าการตลาดดีเซลเข้ากองทุนเพิ่ม 40 สต. เติมสภาพคล่องไม่ให้ติดลบ ตีกรอบค่าการตลาดเหลือ 1.30 บาทต่อลิตร ด้านผู้ค้าน้ำมันโอดขอความเป็นธรรม ชี้หากค่าการตลาดต่ำเกินไปอยู่ไม่ได้อาจต้องขึ้นราคาหน้าปั๊ม
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)ว่า ที่ประชุมมีมติให้เรียกเก็บเงินค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันดีเซล 40 สตางค์ต่อลิตร นำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากผู้ค้ามีค่าการตลาดสูงเกิน 1.30 บาทต่อลิตร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามจะส่งไม่ผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงราคาจำหน่ายหน้าปั๊ม ซึ่งยังคงอยู่ที่ 29.99 บาทต่อลิตรต่อไป
สำหรับการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าวส่งผลให้กองทุนมีเงินไหลเข้า 54 ล้านบาทต่อวัน หรือ 1,620 ล้านบาทต่อเดือน โดยปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันยังมีเงินเหลืออยู่ 851 ล้านบาท ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินมาเข้ากองทุนน้ำมันฯ แต่อย่างใด ยกเว้นจากกองทุนน้ำมันฯ จะมีสถานะเป็นศูนย์
ด้านนายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ที่ประชุม กบง.เห็นชอบให้กำหนดค่าการตลาดเฉลี่ยของผู้ค้าน้ำมันลงจาก 1.50 บาทต่อลิตร เหลือ 1.30 บาทต่อลิตร เพื่อพยุงฐานะกองทุนน้ำมันฯ ไม่ให้ติดลบ โดยการประชุม กบง.เกี่ยวกับวาระราคาน้ำมันดีเซลสำหรับเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนหรือชดเชยราคาดีเซลก็ตามจะพิจารณาจากค่าการตลาดที่ระดับ 1.30 บาทต่อลิตรต่อไปจนกว่าสถานการณ์น้ำมันจะดีขึ้น
ขณะที่นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาครัฐไม่เคยแจ้งผู้ค้าน้ำมันที่จะปรับลดค่าการตลาดเหลือ 1.30 บาทต่อลิตร ซึ่งค่าการตลาดดังกล่าวจะทำให้ธุรกิจอยู่ไม่ได้ อาจต้องปรับขึ้นราคาหน้าปั๊มในที่สุด จึงขอให้ภาครัฐให้ความยุติธรรมแก่ผู้ค้าน้ำมันบ้าง



