
ผีแดงเต็มสูบ แค่เจ๊าก็แชมป์ เตเบซกัปตันเรือ วัดสโต๊คเอฟเอคัพ
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยังใส่เต็มสูบบุก "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น เสาร์นี้ (14 พ.ค.) ขอแค่เสมอคว้า 1 แต้มซิวแชมป์อังกฤษสมัยที่ 19 ทันที ขณะที่เจ้าถิ่นขอแบ่งแต้มประกันการหนีตกชั้น ด้านศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ คาร์ลอส เตเบซ ฟิตเต็มถังนำทัพ "เรือใบสีฟ้า" แ
ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงและว่าที่แชมป์ฤดูกาลนี้จะออกไปเยือน "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น เวลา 18.45 น. โดยก่อนเกมนัดนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มเหนือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี รองจ่าฝูงอยู่ 6 แต้ม และเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด ดังนั้นจึงขออีกแค่แต้มเดียวจากผลเสมอในนัดนี้จะคว้าแชมป์ไปครองอย่างเป็นทางการทันที และจะเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นสมัยที่ 19 กลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษทันที
ขณะที่แบล็คเบิร์น ที่มี 39 แต้ม แม้สถานการณ์การลุ้นหนีตกชั้นจะยังไม่วิกฤติเท่าไรนัก แต่ยังต้องการแต้มเพิ่มอีกเพื่อประกันการหนีตกชั้น ซึ่งหากเก็บได้สัก 1 แต้ม จะทำให้สถานการณ์ในนัดสุดท้ายเล่นได้สบายขึ้น
ในเรื่องตัวผู้เล่นแม้ว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องการอีกเพียงแต้มเดียวแต่ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน จะยังจัดทีมชุดใหญ่ลงเล่นเต็มที่เหมือนเดิม เนื่องจากต้องการเป็นแชมป์ให้เร็วที่สุด เพื่อเตรียมทีมสู้ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ช่วงปลายเดือนได้อย่างสบายใจ อีกทั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังได้พักมาเต็มๆ ผู้เล่นจึงมีความสดเต็มที่
เฟอร์กี้ กำลังลุ้นว่าจะมีทีมที่ดีขึ้นกว่านัดที่ชนะ เชลซี 2-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือไม่ เมื่อจะลุ้นทดสอบความฟิตของ ปาทริซ เอวรา ในตำแหน่งแบ็กซ้าย ซึ่งถือว่าโอกาสได้ลงมาแทน จอห์น โอเชีย ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ยังเป็นชุดเดิม ฮาเวียร์ "ชิชาริโต้" เฮอร์นันเดซ จะเป็นหัวหอกคู่กับ เวย์น รูนีย์ ขณะที่แดนกลาง 2 ผู้เล่นสำคัญจากนัดที่แล้วอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ และปาร์ค จี ซุง ก็พร้อมเต็มที่เช่นกัน รวมทั้ง ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ก็จะกลับมาเรียกความฟิต ขณะที่อีกข้างจะเลือกระหว่าง นานี กับ อันโตนิโอ บาเลนเซีย
ฝั่งเจ้าถิ่นของ สตีฟ คีน แทบจะไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นหลัก เหลือเพียงแค่ ไรอัน นีลเซน กับ วินซ์ เกรลลา สองนักเตะที่เจ็บยาวเพียง 2 คน แต่ คีน จะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะให้ เจสัน โรเบิร์ต เป็นกองหน้าคนเดียว หรือจะให้ โรเก ซานตาครูซ ลงมาคู่กัน
ส่วนโปรแกรมคู่อื่นๆ ในเวลาเดียวกัน แบล็คพูล ทีมอันดับ 3 จากท้ายตารางจะลุ้นแต้มสำคัญกับ โบลตัน ที่ไม่ต้องลุ้นอะไรแล้ว, "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ เปิดบ้านพบ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่แม้ว่าจะพ้นโซนอันตรายแล้วแต่ยังต้องการแต้ม และอีกคู่ เวสต์บรอมวิช พบ เอฟเวอร์ตัน
ด้านศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ เวลา 21.00 น. "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ จะลุ้นแชมป์ถ้วยแรกในรอบ 35 ปี กับ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ ที่ลุ้นคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรโดย โรแบร์โต มันชินี ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ มีความสมบูรณ์เต็มที่ เพราะเว้นแค่ โคโล ตูเร ที่โดนแบนเรื่องสารกระตุ้นแล้วตัวหลักๆ ลงกันได้ครบ หลังจากที่ คาร์ลอส เตเบซ ที่เจ็บอยู่ก่อนหน้านี้เรียกความฟิตกลับมาเต็มที่แล้ว
ดังนั้น มันชินี อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทีมเพียงแค่คนเดียวจากเกมที่เอาชนะ สเปอร์ส 1-0 เมื่อคืนวันอังคาร เมื่อ เตเบซ จะได้เป็นหัวหอกแทนที่ เอดิน เซโก และมีตัวประสานงานแนวรุกทั้ง ดาวิด ซิลบา, ยายา ตูเร และอดัม จอห์นสัน ขณะที่แนวรับ โจเลน เลสคอตต์ จะยืนเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ แวงซอง กอมปานี ต่อไป
ขณะที่สโต๊ค ของ โทนี พูลิส เกมล่าสุดโชว์ฟอร์มได้อย่างน่ากลัวชนะ อาร์เซนอล มา 3-1 แม้จะมีปัญหากับ 3 นักเตะเจ็บอย่าง แอนดี วิลกินสัน, แมทธิว เอเธอริงตัน, ริคาร์โด ฟูลเลอร์ และแดนนี ฮิกกินบอทแธม แต่แนวรับยังพอมีตัวเลือกโดยคู่หน้ายังน่าจะเป็น โจนาธาน วอลเตอร์ ที่กำลังฟอร์มดีคู่กับ เคนวิน โจนส์ นอกจากนี้ยังมี ยอห์น คาริว หัวหอกร่างยักษ์สอดแทรกอีกราย ซึ่ง พูลิส ยังยืนยันจะลุ้นแชมป์ด้วยลูกกลางอากาศเหมือนเดิม



