ข่าว

ผบ.ทร.ลุ้นเรือดำน้ำเข้าครม.อีกรอบ

ผบ.ทร.ลุ้นเรือดำน้ำเข้าครม.อีกรอบ

12 พ.ค. 2554

ผบ.ทร. ลุ้นเรือดำน้ำ เข้าครม.อีกรอบ เจรจาเยอรมัน ขยายเวลาซื้อ ยัน ผบ.สส.- ผบ.เหล่าทัพหนุน แต่ไม่รู้เหตุผลที่ถูกยื้อ เผยเคยบอกนายกฯ ให้เชื่อทหารอย่าไปเชื่อใคร ยืนยัน “ประวิตร” ไม่ได้หนุน เรือดำน้ำ เกาหลี-จีน พร้อมดันเข้าครม.ใหม่อีกรอบ หากหมดหวังลุ้นรัฐบ

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 พ.ค.ที่สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานพิธีปิดการฝึกกองทัพเรือประจำปีถึงโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำเยอรมันมือ 2 จำนวน 6 ลำ ที่ไม่ได้นำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีว่า ก็ผิดหวัง แต่ไม่น้อยใจ เพราะเป็นทหารน้อยใจไม่ได้ คงต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่ให้ ที่ผ่านมากองทัพเรือได้แจ้งความจริงทุกอย่างให้ผู้บังคับบัญชา ประชาชนได้ทราบ ขอให้เข้าใจกองทัพเรือว่ากองทัพเรือรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ถ้าหากท่านไม่เชื่อ ก็ไม่รู้ว่าจะให้ใครมาบอก แต่เราก็จะพยายามต่อไปไม่เป็นไร โครงการจัดหาเรือดำน้ำวงเงินประมาณ 7.5 ล้านบาท ที่ทางประเทศเยอรมันเสนอมา จะสายไปหรือเปล่าตนก็ไม่ทราบ แต่จะพยายามขอร้องกับทางประเทศเยอรมันว่าขอต่อเวลาได้หรือไม่ ถ้าต่อเวลาได้ ตนก็จะรอการอนุมัติและขอความกรุณาจาก ครม.ใหม่อีกครั้งว่าเห็นใจกองทัพเรือและลูกหลานของท่านที่ส่งไปรบเพื่อประเทศชาติ เพราะนั่นหมายถึงชีวิตของเขาซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตน แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องรอรัฐบาลหน้า ทั้งนี้ ขอบอกประชาชนว่าไม่ใช่ของแปลกใหม่ กองทัพเรือของเรามีอัตราเรือดำน้ำมานานแล้ว อยู่ในโครงสร้าง เพียงแต่เราไม่มีเงินไปซื้อ 60 ปีทำมาสองครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3

 พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า การที่จะติดอาวุธให้กองทัพเรือให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีขีดความสามารถที่จะรบชนะ หรือป้องกันตัวเองได้ คิดว่าไม่ได้ทำผิดอะไรกับประเทศชาติ มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติที่ต้องการให้มีความเข้มแข็ง ไม่ได้ทำผิดคิดร้ายกับใคร มีหลายประเด็นที่โจมตีกองทัพเรือโดยไม่เข้าใจ ที่บอกว่าอ่าวไทยตื้น ขอให้เลิกคิดได้แล้ว ที่ผ่านมาเคยเสนอซื้อเรือดำน้ำ 4.8 หมื่นล้านบาท แต่ให้เรากลับไปปรับมาใหม่เพราะมากเกินไป กองทัพเรือจึงได้ปรับโครงการลงมาเหลือ 7.5 พันล้านบาท ทั้งกองเรือได้ครบทุกอย่าง ทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ สตางค์แดงเดียวก็ไม่เคยได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาพูดเรื่องผลประโยชน์ ถ้ามีหนทางตนจะต้องขอร้องขอความกรุณาจากประชาชน จากผู้มีอำนาจให้เห็นใจกองทัพเรือ เห็นใจกำลังพลกองทัพเรือและลูกหลานของท่านที่ส่งไปรบ โดยอาวุธของเขาต่อกรกับชาวบ้านไม่ได้

 “เมื่อเราเสนองบประมาณไปสูง และให้เราตัดแล้ว เราก็ปรับลดหลั่นลงมา มันก็เหมือนกับกองทัพบก หากเปรียบเทียบ ถ้าไม่มีรถถัง แล้วเราจะไปรบชนะกับคนที่มีรถถังได้อย่างไร อันนี้ก็เหมือนกัน กองทัพเรือไม่มีเรือดำน้ำซึ่งเป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่จะมี ไม่ต้องถามว่าจำเป็นจะต้องมีหรือไม่ มันต้องมี แต่จะมีเมื่อไหร่ มีงบประมาณให้เราหรือเปล่าเท่านั้น ขอให้เข้าใจตามนี้ เราพูดด้วยใจ ขอให้เชื่อใจกองทัพเรือ เพราะเราตรงไปตรงมา และทำเพื่อประเทศชาติ รักษาชีวิตของท่านที่เป็นทหารเรือ ที่จะออกไปรบ ให้เขาได้มีโอกาสต่อกรบ้าง ให้มีโอกาสชนะบ้าง หรือ อย่างน้อยก็ให้เอาตลอด ไม่ใช่ออกไปแล้วถูกสอยทีละลำจากเรือที่เรามองไม่เห็น แต่อย่างน้อยผมก็ดีใจที่เราพูดไปเด็กๆสมัยนี้ไปศึกษาจนเข้าใจ ให้รู้ถึงความจำเป็น บางคนก็แสดงความเสียใจต่อกองทัพเรือ บางคนก็อยากจะสละเงินให้ ก็รู้สึกอุ่นใจที่มีคนเข้าใจ แต่ผมก็อยากให้มีคนเข้าใจมากกว่านี้” ผบ.ทร.กล่าว

 ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวต่อไปว่า ไม่ได้สอบถามเหตุผลที่กระทรวงกลาโหมไม่ได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุม คณะรัฐมนตรี เพราะในการบรรยายในที่ประชุมสภากลาโหม ตนก็พูดทุกอย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้ทุกคนสอบถาม ตนยังรู้สึกขอบคุณ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด วันนั้นท่านไม่อยู่ แต่ท่านบอกว่า ท่านผ่านเรื่องให้เพราะเห็นใจกองทัพไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. บอกว่าจะเอาใจช่วย กองทัพก็ต้องดิ้นรนเพื่อให้การรบชนะ ตนก็ขอบคุณทุกเหล่าทัพ ทั้งนี้ตนเคยนำเรียนนายกรัฐมนตรี ว่าถ้าไม่เชื่อทหารเรือและผู้บัญชาการทั้ง 2 เหล่าทัพรวมทั้ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้ว เรื่องเรือดำน้ำท่านนายกฯจะต้องถามใครอีก

 เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ากระทรวงกลาโหม ต้องการจัดหาเรือดำน้ำจากประเทศเกาหลี พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และ รมว.กลาโหม ก็ไม่เคยพูดว่าจะเอาของเกาหลี เพียงแต่ไปดูงานเท่านั้น ไม่ทราบว่าใครเป็นคนเขียน ท่านไม่เคยพูด แม้กระทั่งประเทศจีน ท่านก็ไปดูงานเฉยๆ ทั้งนี้ ท่านไม่เคยพูดว่าอยากได้ของเกาหลี หรือ จีน เมื่อถามว่า ได้วิเคราะห์หรือไม่ว่าทำไมไม่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ตนไม่ขอวิเคราะห์ เพราะได้ชี้แจงถึงความจำเป็นทุกอย่างไปแล้ว