
เผยแก๊งค์ต้มตุ๋นจากไต้หวันย้ายฐานมาไทย
นางเฉิน อาซิ่ว ชาวไต้หวัน ถึงกับน้ำตารื้น ตอนที่เล่าย้อนไปถึงตอนที่ลูกชายของเธอเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ซึ่งจุดหมายปลายทางก็คือ ประเทศไทย และกลายเป็นที่สุดท้ายที่เขาต้องอยู่จนกว่าจะพ้นโทษข้อหาฉ้อโกง ที่ยาวนานถึง 12 ปี
นางเฉิน วัย 50 ปี ซึ่งยังชีพด้วยการเป็นพนักงานทำความสะอาด บอกด้วยว่า ลูกชายวัย 25 ปีของเธอ ซึ่งเรียนไม่จบไฮสกูล ได้ถูกเพื่อนลวงให้เดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อไปทำงานที่เขาไม่รู้เลยว่า อยู่ในวงจรอาชญากรรม ก่อนที่เขาจะถูกจับและต้องติดคุกเมื่อปีที่แล้ว พวกนักต้มตุ๋นได้เอาบัตร ATM ปลอม ไปกดเงินสด และเมื่อเขารู้สึกความผิดปกติ เขาก็ถูกข่มขู่ให้ทำต่อไป จนกระทั่งถูกตำรวจจับ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ว่า พวกแก๊งต้มตุ๋นในไต้หวันได้ลุกลามเข้ามาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว และพวกเขากำลังแสวงหาโอกาสในการทำธุรกิจผิดกฎหมายในแหล่งใหม่ หลังจากหลนหนีออกมาจากประเทศจีน
เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ จีนได้ชื่อว่า เป็นจุดหมายปลายทางของพวกอาชญากรชาวไต้หวัน ที่หวังว่าจะใช้เป็นสถานที่หลบหนีการจับกุม และเริ่มต้นประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย แต่เมื่อไต้หวันและจีนลงนามในข้อตกลงกันเมื่อปี 2552 หลังปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทำให้ในช่วงเวลาไม่ถึงปี ก็สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้มากกว่า 1,600 คน จนพวกนักต้มตุ๋นต้องหันไปหาที่อยู่ใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งง่ายต่อการขยายไปยังประเทศข้างเคียงได้อีกหลายประเทศ
มีรายงานการจับกุมชาวไต้หวันและชาวจีนทั้งในไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์ เจ้าหน้าที่สืบสวนระดับสูงของไต้หวัน ระบุว่า การตั้งขบวนการต้มตุ๋น เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย แทบไม่ได้ลงทุนอะไรแต่ได้กำไรมหาศาล ถ้าประสบความสำเร็จ ทั้งยังมีรูปแบบธุรกิจที่ลอกเลียนกันได้ เมื่อรายหนึ่งถูกกวาดล้างไป รายใหม่ก็จะเข้ามาแทนที่
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ยิ่งอำนวยความสะดวกให้พวกนักต้มตุ๋นเหล่านี้ สามารถทำงานได้ง่าย พวกนี้จะแทรกซึมไปทั่ว ทั้งการส่งข้อความสั้น , เครือข่ายสังคมออนไลน์ และเว็บไซท์ต่าง ๆ ยากจะติดตามร่องรอย
เมื่อปีที่แล้ว มีชาวจีนและไต้หวัน ถูกจับฐานต้องสงสัยว่าเป็นพวกแก๊งต้มตุ๋นกว่า 100 คนและตำรวจระบุว่า จะเดินหน้ากวาดล้างครั้งใหญ่อีก หลังจากร่วมมือกับทางการไต้หวัน
และจีน พวกแก๊งที่มีฐานอยู่ในเมืองไทย พุ่งเป้าเล่นงานคนไต้หวันและคนจีน แต่พวกที่มีฐานอยู่ในไต้หวันหรือจีน พุ่งเป้าเล่นงานคนไทย ทำให้ยากที่จะติดตามจับกุมได้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสมาคมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อชาวไต้หวัน ได้เดินทางมายังประเทศไทยหลายครั้ง เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวไต้หวันที่มีปัญหาด้านกฎหมาย และ
พบว่า มีชาวไต้หวันที่ยังหนุ่มสาว ติดคุกอยู่ในเมืองไทยในข้อหาฉ้อโกง เป็นจำนวนมาก และเชื่อว่า พวกเขาถูกล่อลวงมาทำงานผิดกฎหมาย ที่ทำให้บางคนอาจต้องรับโทษสูงถึง 20 ปี



